วิธีกำจัดกลิ่นตัว ปาก เท้า เต่า เหม็น

วิธีกำจัดกลิ่นตัว
วิธีกำจัดกลิ่นตัว

วิธีกำจัดกลิ่นตัว แบบง่ายๆ ได้ผลจริง

วิธีกำจัดกลิ่นตัว ที่ดีที่สุดต้องทำอย่างไร บอกเลยค่ะว่า ตอบยาก ยิ่งเข้าหน้าร้อน เหงื่อยยิ่งเยอะ เราก็ยิ่งต้องอาบน้ำ เพราะกลัวคนรอบข้างจะเป็นลม แต่คุณเคยสงสัยไหมว่า ทั้งๆ ที่เราอาบน้ำและพยายามรักษาร่างกายให้lะอาดสะอ้านอยู่เสมอ แต่ทำไมยังมีกลิ่นตัวคอยกวนใจอยู่อีก

ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นตามซอกพับต่างๆ กลิ่นบริเวณหนังศีรษะ กลิ่นบนใบหน้า โดยยเฉพาะกลิ่นจากบริเวณใต้วงแขน ปาก เท้า และจุดซ่อนเร้น สาเหตุเกิดจากบริเวณดังกล่าวทั้งอับ อุ่น ชื้น และมืด เมื่อมีเหงื่อออกมามากๆ แบคทีเรียที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นจะเข้ามากินเหงื่อ นี่แหละคือที่มาของกลิ่นไม่พึงประสงค์และนอกจากคอยบั่นทอนความมั่นใจแล้ว กลิ่นไม่พึงประสงค์แต่ละแห่งที่ร่างกายพยายามส่งสัญญาณออกมาสะท้อนปัญหาสุขภาพอะไรของเราบ้างนะ

กลิ่นจากใต้วงแข

โดยปกติแล้วร่างกายของเรามีแหล่งกำเนิดกลิ่นอยู่หลายจุด โดยเฉพาะต่อมเหงื่อ อโปคริน (apocrine) ที่บริเวณรักแร้ ซึ่งจะเริ่มทำงานเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ต่อมเหงื่อชนิดนี้ทำหน้าที่สร้างสารสีขาวขุ่น ที่มีกลิ่นคล้ายฟีโรโมน โดยธรรมชาติแล้วเหงื่อจะไม่มีกลิ่น แต่กลิ่นไม่พึงประสงค์เกิดจากการแตกตัวของเหงื่อ เมื่อไปสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียที่สะสมในร่างกาย ส่วนเหงื่อเม็ดใสๆ ที่หลั่งออกมาขณะอากาศร้อน ออกกำลังกาย หรือไม่สบายนั้นถูกขับออกมาจากต่อมเหงื่อ เอ็คคริน (eccrine) เป็นน้ำใส ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี แต่จะเป็นตัวนำพาให้กลิ่นตัวที่เกิดจากต่อมอโปครินกระจายออกไป

นายแพทย์รัฐพล ตวงทอง ภาควิชาตจวิทยา โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า บริเวณรักแร้เป็นผิวหนังที่บอบบาง ประกอบไปด้วยต่อมเหงื่อและรูขุมขนจำนวนมาก โดยเฉพาะต่อมเหงื่ออโปครินจะสร้างกลิ่นเฉพาะตัวที่เรียกว่า กลิ่นกายŽ เป็นกลิ่นตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับเด็กที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนดม แต่ละคนมีต่อมเหงื่ออโปครินไม่เท่ากัน หากมีมาก ปริมาณเหงื่อที่รักแร้ก็จะมากตามไปด้วย ทำให้เกิดความชื้น ส่งผลให้เกิดการเปื่อยยุ่ยและลอกออกของผิวหนัง จากนั้นแบคทีเรียและเชื้อราก็จะกินเซลล์ที่ตายแล้วและขับกรดออกมา เปลี่ยนเหงื่อให้เป็นสารแอมโมเนีย ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น กลายเป็นกลิ่นตัว ซึ่งผู้ชายมักมีกลิ่นตัวแรงกว่าผู้หญิง เมื่อคุณเกิดอารมณ์ด้านลบ เช่น ความกลัว วิตกกังวล โกรธ เครียด ร่างกายจะกระตุ้นต่อมเหงื่อใต้รักแร้ หน้าผาก และฝ่ามือมากขึ้น ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวเกิดความชื้นแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี ทำให้เกิดกลิ่นตัวแรงได้เช่นกัน

รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ยาบางชนิด เช่น สารหนู อินซูลิน ยารักษาสิว เครื่องดื่มและอาหารจำพวกแอลกอฮอล์ กาเฟอีน สะตอ กระเทียม หัวหอม ไขมันจากสัตว์ และเนื้อสัตว์ ก็เป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายขับสารคล้ายสารพิษที่มีมากเกินไปในเนื้อออกมาทางลมหายใจ ลำไส้ และเหงื่อ นอกจากนี้กลิ่นตัวอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบางประเภท เช่น Pseudomonas aerug- inosa

นายแพทย์รัฐพลกล่าวว่า กลิ่นตัวสะท้อนปัญหาสุขภาพของเราได้ดังนี้ เช่น กลิ่นตัวคล้ายผลไม้อาจเป็นโรคเบาหวาน กลิ่นตัวคล้ายกลิ่นแอมโมเนียอาจเป็นโรคตับ กลิ่นตัวเหม็นเน่าอาจเป็นมะเร็งปากมดลูก และกลุ่มโรคฟิชโอดอร์ซินโดรม (Fish Odor Syndrome) คือกลิ่นตัวเหมือนปลาเน่า เกิดจากการที่ตับไม่สามารถกำจัด สารไตรเมทิลามีน (trimethylamine) ทำให้เกิดกลิ่น โดยกลิ่นดังกล่าวเกิดจากสาร carnitine หรือ chlorine ในเนื้อสเต๊กโดยเฉพาะ ดังนั้น คนที่กินเนื้อสเต๊กมากๆ จะมีกลิ่นตัวแรงกว่าคนทั่วไป

นอกจากจะงดอาหารที่กระตุ้นให้เกิดกลิ่นตัว ฝึกคิดแง่บวก และรักษาความสะอาดแล้ว ปัจจุบันยังมีผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นตัวมากมาย แต่ก่อนจะตัดสินใจซื้อ เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝากค่ะ

ข้อควรระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นตัว

ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นตัวที่มีให้เลือกมากมาย ทั้งน้ำหอม โลชั่น โรลออน และสเปรย์ แม้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้คุณอีกหลายเท่า หากก็ไม่ควรมองข้ามคำแนะนำนี้ค่ะ

  1. ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นตัวบางชนิดมีสารเคมีที่สามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ เช่น talc เป็นแร่ที่มีลักษณะเป็นผงนุ่มลื่น เมื่อใช้เป็นประจำอาจส่งผลให้ผิวหนังอักเสบ
  1. สารอะลูมิเนียมคลอโรไฮเดรตในผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ จะเข้าไปสกัดกั้นกระบวนการขับเหงื่อของร่างกาย ทั้งยังอาจทำให้ระบบการกำจัดสารพิษจากใต้วงแขนทำงานไม่ปกติ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการอักเสบที่ต่อมเหงื่อ และเกิดถุงซีสต์ที่รักแร้ได้
  2. ผลิตภัณฑ์สำหรับระงับเหงื่อบางยี่ห้อ มีส่วนผสมของสารเคมีที่ต่อต้านแบคทีเรียชื่อ triclosan ที่นอกจากส่งผลกระทบต่อร่างกายแล้ว ยังมีผลต่อสภาพแวดล้อมอีกด้วย
  3. โรลออนประเภทแท่ง (dry stick) หรือสเปรย์ฉีด จะมีน้ำหอมระงับกลิ่น และสารกันบูดปนเปื้อนอยู่ในปริมาณมาก อาจส่งผลให้เกิดการแพ้ ระคายเคือง และรักแร้ดำได้

วิธีกำจัดกลิ่นตัว, ปากเหม็น, เท้าเหม็น

กลิ่นปาก

เกิดจากสองสาเหตุหลักๆ คือ ปัญหา ภายในช่องปาก ซึ่งมีสาเหตุจากการแพร่กระจายของแบคทีเรียในช่องปาก ยิ่งภายในช่องปากแห้งมากเท่าไร แบคทีเรียยิ่งเติบโตได้ดีมากเท่านั้น รวมทั้งเหงือกอักเสบ ฟันผุ คราบแบคทีเรียตามลิ้น และฟัน เชื้อรา แผลในช่องปาก มะเร็งในช่องปาก

ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งคือ ปัญหานอกช่องปาก เช่น ไซนัสอักเสบ ทอนซิลอักเสบ โพรงจมูกอักเสบ วัณโรค เบาหวาน และมะเร็งปอด ทั้งยังเกิดจากโรคทางเดินอาหาร เช่น โรคกระเพาะและระบบขับถ่ายไม่ปกติ เช่น ท้องผูกบ่อยๆ

รวมถึงอายุที่มากขึ้น การหายใจทางปาก การลดน้ำหนัก (เมื่อคุณเคี้ยวอาหารน้อยลง ร่างกายก็ผลิตน้ำลายน้อยลง) การใช้ยาบางชนิด หลังตื่นนอนใหม่ๆ (กลิ่นปากตอนเช้าเกิดจากร่างกายผลิตน้ำลายน้อยลงมากขณะที่เรานอนหลับ)

ส่วนการสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือกินอาหารกลิ่นแรงอย่างกระเทียม หัวหอม เครื่องเทศกลิ่นแรงๆ หรือสะตอ นั้นเป็นกลิ่นปากแบบชั่วคราว และมักจะหายไปได้ด้วยการแปรงฟัน

วิธีสังเกตกลิ่นปากตัวเอง

1. คนที่มีกลิ่นปากมักไม่รู้สึกหรือไม่ได้กลิ่นปากตัวเอง ดังนั้นต้องสังเกตจากคนรอบข้าง เช่น อาการผงะถอยเวลาที่คุณพูดด้วย หรืออาจจะถามจากคนที่คุณ

ไว้ใจก็ได้

2. ถ้ามีเลือดออกตามไรฟัน เป็นสัญญาณของโรคเหงือกอักเสบ ที่บางครั้งอาจก่อให้เกิดกลิ่นปากได้ ล้างข้อมือให้สะอาด ใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง แล้วเลียที่ข้อมือ 4 ครั้ง หลังจากนั้นรอประมาณ 30 วินาที แล้วดมว่ามีกลิ่นหรือเปล่า

3. ใช้มือปิดปากและจมูกพร้อมกับพ่นลมออกมาแรงๆ แล้วลองดมเพื่อทดสอบกลิ่นดู

เท้าเหม็น

แม้จะไม่ใช่โรคใหม่ แต่ปัจจุบันพบว่า คนไทยเป็น โรคเท้าเหม็น (pitted keratolysis) มากขึ้น ซึ่งโรคนี้พบบ่อยในผู้ที่ชอบเดินย่ำน้ำในหน้าฝน โรคเท้าเหม็นพบมากในประเทศเขตร้อน ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และพบบ่อยในผู้ชาย เพราะมีเหงื่อออกที่ฝ่าเท้ามากกว่าผู้หญิง และที่สำคัญ ผู้ชายชอบสวมถุงเท้าและรองเท้าไว้ตลอดเวลาบางครั้งเกิดจากการใส่รองเท้าโดยที่เท้ายังไม่แห้งสนิท ส่งผลให้เกิดกลิ่นอับรวมทั้งไม่หมั่นทำความสะอาดเท้าและรองเท้าอย่างสม่ำเสมอ

เนื่องจากบริเวณฝ่าเท้ามีต่อมเหงื่อกระจุกตัวอยู่มากกว่าส่วนอื่นๆ ในร่างกายจึงทำให้เหงื่อออกมาก เมื่อผิวหนังชั้นขี้ไคลของฝ่าเท้าเปียกชื้นจากเหงื่อ ผสมกับการเดินย่ำลงไปบนน้ำที่เจิ่งนอง จะส่งผลให้ผิวหนังยุ่ยและเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อ Micrococcus sedentarius อาการสำคัญของโรคนี้ที่พบบ่อย คือเท้ามีกลิ่นเหม็นมาก ซึ่งเป็นการทำลายบุคลิกภาพ และทำให้สูญเสียความมั่นใจ ส่วนอาการรองลงมาคือ เวลาถอดถุงเท้ารู้สึกว่าถุงเท้าติดกับฝ่าเท้าและมีอาการคัน ลักษณะของโรคคือจะเห็นเป็นหลุมเล็กๆ บางครั้งอาจรวมตัวกันเป็นแอ่งเว้าตื้นๆ ดูคล้ายแผนที่ มักพบหลุมเหล่านี้ตามฝ่าเท้าที่รับน้ำหนักและง่ามนิ้วเท้า ถ้าขูดผิวหนังออกมาย้อมเชื้อจะพบเชื้อแบคทีเรียสีน้ำเงิน

นอกจากนี้เท้าที่เปียกชื้นอาจทำให้เกิดการติดเชื้อราที่เรียกว่า ฮ่องกงฟุต หรือน้ำกัดเท้าได้ และสำหรับบางคนที่ฝ่าเท้ามีลักษณะเป็นขุย ควรไปตรวจให้ละเอียดว่าเป็นเชื้อราที่เท้าหรือเปล่า มีรายงานทางการแพทย์ระบุว่า คนที่มีเหงื่อออกที่ฝ่าเท้ามากๆ นั้นเป็นผลพวงจากความตื่นเต้น ตกใจง่าย วิตกกังวลและรู้สึกไม่มั่นคงทางอารมณ์ รวมถึงโรคบางอย่าง เช่น ต่อมไทรอยด์เป็นพิษก็มีผลให้เหงื่อออกมากเช่นกัน

วิธีกำจัดกลิ่นตัว, ปากเหม็น, เท้าเหม็น

ทำอย่างไรเมื่อเท้าเหม็น

นอกจากจะต้องหมั่นทำความสะอาดถุงเท้า รองเท้าอย่างสม่ำเสมอแล้ว ในรายที่เท้าเหม็นอย่างรุนแรงอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะรักษา เช่น ยาคลินดาไนซิน(clindanycin) และ ยาในกลุ่มเบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ (benzoyl peroxide) เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว หากร่างกายคุณส่งกลิ่น อย่าได้นิ่งนอนใจ รีบหาทางรักษาโดยด่วนค่ะ

Tip ต่อมเหงื่อใต้ผิวหนังทำหน้าที่ระบายความร้อนในร่างกายเพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่ แต่ละคนจะมีเหงื่อออกมากน้อยต่างกัน บางคนมีอาการเหงื่อออกเมื่อตัวเย็น มักเป็นการตอบสนองของร่างกายเมื่อป่วยหนัก วิตกกังวล เกิดการเจ็บปวดอย่างรุนแรง ถ้ามีอาการหน้ามืดเจ็บหน้าอก หรือปวดท้องร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์

หากมีเหงื่อออกมากขึ้น หรือเหงื่อมากตอนกลางคืนอย่างไม่ทราบสาเหตุ อาจเกิดจากการติดเชื้อบางอย่าง ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ หรือเป็นโรคมะเร็งบางชนิดและหากเหงื่อออกมากจนผิดปกติร่วมกับหายใจหอบถี่ อาจเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว ควรรีบไปปรึกษาแพทย์โดยด่วน 


บทความอื่นที่น่าสนใจ

แก้กลิ่นปาก แบบได้ผล จากแพทย์แผนจีน

เยียวยา 5 อาการ ยอดฮิตของผู้ชาย

วิธีแก้ปวดหลัง แบบไม่พึ่งยา แค่ออกกำลังกายเองนะยู

keyboard_arrow_up