สูตรสมุนไพรใกล้ตัว หยุดอาการไอจนไม่ได้นอน

แก้ไอ,ไอ,เจ็บคอ
แก้ไอ,ไอ,เจ็บคอ

แก้ไอ ด้วยสูตรสมุนไพรใกล้ตัว

เคยไหมที่พอเริ่มไอแล้ว ก็ไอติดต่อกันไม่หยุด ยิ่งหากตื่นมาไอตอนกลางคืนยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เรียกว่าไอจนไม่ได้หลับได้นอนกันเลยทีเดียว ชีวจิต เลยไปสรรหาสูตรสมุนไพรสำหรับ แก้ไอ เจ็บคอ คันคอ เอามาฝากคุณผู้อ่าน เป็นวิธีธรรมชาติง่ายๆ จากสมุนไพรใกล้ตัวค่ะ

แก้ไอ,ไอ,เจ็บคอ

ทำอย่างไรอาการไอจึงจะทุเลา

โดยทั่วไปอาการไอเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น สูดดมควันต่างๆ ฝุ่นละออง หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ แต่สาเหตุสำคัญคือการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ไวรัส หากมีอาการเจ็บคอ ไอแห้งๆ หรือมีเสมหะเล็กน้อย มักเป็นอาการร่วมของโรคหวัด ได้แก่ ไข้หวัด โรคติดเชื้อ ทางเดินหายใจ เสมหะอุดตันที่คอ ไข้หวัดใหญ่ หรือติดเชื้อไวรัสอื่นๆ

อาการไอเป็นส่วนหนึ่งของกลไกของปอด ที่ใช้ในการสกัดสิ่งที่บุกรุกเข้ามา โดยทั่วไปมูกที่อยู่บริเวณกำแพงหนาของ ปอดจะทำงานร่วมกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เมื่อมีอาการหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ สสารที่มีลักษณะคล้ายกาว จะทำหน้าที่ช่วยดักจับเชื้อโรคที่รุกรานเข้ามาให้ออกจากระบบทางเดินหายใจ เหมือนกับขนอ่อนที่ได้หลุดออกไป ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็คือ การขับเสมหะ (การไอแบบมีเสมหะที่ขับเอาเชื้อไวรัสออกมา)

วิธีรักษาอาการไอที่ดีที่สุด คือ การรักษาที่ต้นเหตุของการไอ แต่ไม่ใช่การกดอาการไว้ เพราะการไอจะช่วยขับเอา เสมหะและฝุ่นละอองที่สูดหายใจเข้าไปออกมาจากปอด หลอดลม และหลอดคอ

รักษาไอให้ถูกวิธี

เมื่อเริ่มมีอาการไอ คนส่วนใหญ่มักรีบสรรหายาแก้ไอสารพัดยี่ห้อมากิน ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว บางครั้งยังส่งผลข้างเคียงอื่นๆ ตามมา ทางที่ดีที่สุด ควรแก้ด้วยวิธีที่ปลอดภัยดังนี้ค่ะ

1. ควรปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบตัว โดยพยายามอยู่ในบริเวณที่มีอากาศไม่เย็น ไม่มีฝุ่นละออง

2. อาการไอแบบมีเสมหะจะเป็นการดึงมูกออกจากเนื้อเยื่อ ควรนอนหนุนหมอนให้ศีรษะสูงกว่าลำตัว หรือใน ลักษณะกึ่งนอนกึ่งนั่ง เพื่อช่วยให้การหายใจคล่องขึ้น เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว จึงค่อยนอนราบตามปกติ

3. ถ้ามีอาการไอแห้งๆ จนไม่สามารถนอนหลับพักผ่อนได้ ควรใช้ยาสมุนไพรที่มีลักษณะข้น เพื่อเป็นการเคลือบคอและบรรเทาอาการปวด

แก้ไอ,เจ็บคอ,ไอ

บรรเทาอาการไอด้วยสมุนไพร

เมื่อเกิดอาการไอ อย่ามองข้ามสมุนไพรใกล้ตัวไปเชียวค่ะ เพราะสมุนไพรที่ช่วยลดอาการไอ ขับเสมหะ และช่วยให้ลำคอชุ่มชื่นมีมากมาย เช่น

ขิง รสหวานเผ็ดร้อนจะช่วยขับเสมหะ โดยนำเอาส่วนเหง้าขิงแก่ฝนกับน้ำมะนาว หรือใช้เหง้าขิงสดตำผสมน้ำเล็กน้อย คั้นเอาน้ำและเติมเกลือนิดหน่อย ใช้กวาดคอหรือจิบบ่อยๆ หรือใช้ขิงแก่สด ขนาดเท่าหัวแม่มือทุบให้แตกต้มกับน้ำให้เดือด จิบเวลาไอ

มะขามป้อม ผลสดของมะขามป้อมมีรสเปรี้ยวอมฝาด มีสรรพคุณรักษาอาการไอ ช่วยขับเสมหะ โดยใช้เนื้อผลแก่สด 2 – 3 ผล โขลกให้แหลก เหยาะเกลือเล็กน้อย ใช้อมหรือเคี้ยววันละ 3 – 4 ครั้ง

มะขาม รสเปรี้ยวของมะขามสามารถกัดเสมหะให้ละลายได้ เมื่อมีอาการไอ ระคายคอจากเสมหะ ให้ใช้เนื้อในฝักแก่ของมะขามเปรี้ยวหรือ มะขามเปียก (ที่มีรสเปรี้ยว) จิ้มเกลือกินพอสมควร หรืออาจคั้นเป็นน้ำมะขาม เหยาะเกลือเล็กน้อย ใช้จิบบ่อยๆ ก็ได้

มะนาว รสเปรี้ยวของน้ำมะนาว มีสรรพคุณแก้อาการไอและขับเสมหะ โดยใช้ผลสดคั้นเอาแต่น้ำ จะได้น้ำมะนาวเข้มข้น และใส่เกลือเล็กน้อย จิบบ่อยๆ หรือจะทำเป็นน้ำมะนาว ใส่เกลือและน้ำตาล ปรุงให้มีรสจัด จิบบ่อยๆ ตลอดวัน หรือหั่นมะนาวขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย จิ้มเกลือนิดหน่อย ใช้อมบ้าง เคี้ยวบ้าง

มะแว้งเครือ รสขมของมะแว้งมีสรรพคุณเป็นยาแก้ไอและกัดเสมหะ โดยใช้ผลแก่สดประมาณ 5 – 10 ผล โขลกพอแหลก คั้นเอาแต่น้ำ ใส่เกลือ จิบ บ่อยๆ หรือจะใช้ผลสดเคี้ยวแล้วกลืน ทั้งน้ำและเนื้อจนกว่าอาการจะดีขึ้นก็ได้

บำบัดอาการไอด้วยน้ำมันหอม

โดยทั่วไปอาการไอมักเป็นร่วมกับอาการหวัดหรืออาการของช่องทางเดินหายใจอื่นๆ ถ้าเป็นน้อยๆ ก็คงไม่น่าห่วง แต่หากมีอาการไอมากหรือมีอาการไออย่างเดียว เรามีน้ำมันหอมสำหรับบำบัดอาการดังกล่าวที่เหมาะกับแต่ละคนที่มีธาตุเจ้าเรือนต่างกันดังนี้ค่ะ

ธาตุเจ้าเรือนดิน ใช้ไพล ไม้จันทน์ มะลิ

ธาตุเจ้าเรือนน้ำ ใช้โหระพา กำยาน มะลิ

ธาตุเจ้าเรือนลม ใช้โหระพา เปปเปอร์มิ้นต์

ธาตุเจ้าเรือนไฟ ใช้โรสแมรี่ พิมเสน การบูร ทีทรี ยูคาลิปตัส ขิง

ธาตุเจ้าเรือนเป็นกลาง ใช้กุหลาบ

วิธีบำบัด

1. ใช้สูดดมโดยตรงหรือใช้หยดในน้ำร้อน แล้วสูดดม

2. ผสมน้ำมันหอมระเหย วาสลีน และขี้ผึ้งเข้าด้วยกัน แล้วทาที่บริเวณหน้าอก

3. หากคัดจมูกมากจนหายใจไม่ออก บางทีการสูดดมอาจไม่ค่อยได้ผล ให้ใช้นิ้วถูข้างจมูกทั้งสองข้างให้ร้อน สั่งน้ำมูก ออก แล้วค่อยสูดดมใหม่ หรือใช้การทา นวดจะได้ผลมากกว่า

4. นำยูคาลิปตัส เปปเปอร์มิ้นต์ ลาเวนเดอร์ และไพล ผสมในอัตราส่วนเท่าๆ กัน ใช้สูดดม สูตรนี้ทำให้น้ำมูกลดลงทันที หายใจสะดวกขึ้น

5. นำยูคาลิปตัส ไธม์ สน ไซเปรส และแซนดัลวู้ด ชนิดละ 2 – 3 หยด หยดลงในอ่างน้ำร้อน แล้วสูดดมไอน้ำประมาณ 10 นาที วันละ 2 – 3 ครั้ง จนกว่าอาการไอจะหายไป

6. ถ้าต้องการแก้อาการวิงเวียนหน้ามืด ให้เติมการบูรหรือพิมเสนลงไปเล็กน้อย ตามสูตรจากข้อ 4 หรืออาจทำเป็นยาดม พกติดตัวไว้ เวลาเดินทางไกลๆ หาก บังเอิญว่ามีใครไอ จาม ก็หยิบขึ้นมาดม ป้องกันการติดเชื้อได้ค่ะ

แก้ไอ,ไอ,จาม

T I P อาการไอที่ควรรีบไปพบแพทย์

1. ไอหนักขึ้นเรื่อยๆ หรือไอต่อเนื่องนาน 2 – 3 สัปดาห์แล้วไม่หาย

2. มีไข้สูง เจ็บหน้าอก หายใจไม่เต็มปอด

3. น้ำลายมีเลือดปน

4. อาการไอที่สงสัยว่าเกิดจากมีสิ่งแปลกปลอมอุดตันทางเดินหายใจ

 

ข้อมูลอ้างอิง

คุณขนิษฐา ปานรักษา หัวหน้างานแพทย์แผนไทย กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลสมุทรสาคร

หนังสือคู่มือประชาชนในการดูแล สุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทย

หนังสือที่ปรึกษาครอบครัวสุขภาพดี

หนังสือบำบัดโรคด้วยการแพทย์ทางเลือก

หนังสือคู่มือสุขภาพประจำบ้าน สำนักพิมพ์คลินิกสุขภาพ

หนังสือมหัศจรรย์น้ำมันหอมระเหย


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

7 สมุนไพรใกล้ตัว แก้อาการ ไอ

7 สูตรแก้เจ็บคอจากทอนซิลอักเสบ

วิตามินธรรมชาติ บรรเทาอาการ เจ็บคอ

keyboard_arrow_up