ปรับสมดุลสุขภาพคุณ ผู้หญิง เพิ่มสวยตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

ผู้หญิง
ผู้หญิง

ปรับสมดุลสุขภาพคุณ ผู้หญิง เพิ่มสวยตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

ชีวจิต อยากเชิญชวนคุณ ผู้หญิง ทุกท่านมาดูแลตัวเองให้สวยผุดผาดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดังเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและตำรับตำราทั้งของไทยและต่างประเทศ ที่เราตั้งใจคัดสรรมาให้ทุกท่านโดยเฉพาะ

หายใจเข้าลึกๆ ยิ้มหวานนิดหนึ่ง แล้วไปเติมเสน่ห์พร้อมๆ กันนะคะ

 

Hair

บำรุง “ผม” ด้วยอาหารเปี่ยมคุณประโยชน์

เส้นผมงอกออกจากเซลล์เดอร์มัล แปปิลลา (Dermal Pxzapilla) พัฒนาไปเป็นเซลล์ต่อมผม (Hair Follicle) ซึ่งทำหน้าที่แบ่งตัวสร้างเนื้อเยื่อผลิตเส้นผม บอกลักษณะหยิกหรือตรง และแสดงสีผม

โครงสร้างเส้นผมที่ผลิตจากเคราติน (Keratin) ใต้ผิวหนังเรียงตัวขนานกัน แบ่งเป็น 3 ชั้นชัดเจน คือ

- แกนผม (Medulla) อาจจะไม่ปรากฏในผมเส้นเล็กมาก ๆ แต่ไม่เป็นอันตราย

- เนื้อผม (Cortex) เป็นส่วนสำคัญที่สุด คือเคราตินรวมตัวกันด้วยพันธะไดซัลไฟด์ (Disulfide Bond) แสดงสีผมและลักษณะจำเพาะ เช่นผมหยิก ผมตรง

- เกล็ดผม (Cuticle) ทำหน้าที่ปกป้องเนื้อผมเป็นเกราะป้องกันมลภาวะ หากเกล็ดผมถูกทำลายจะทำให้ผมเปราะ ขาด หรือหักง่าย

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง นายแพทย์รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ อธิบายถึงความสัมพันธ์ของอาหารและเส้นผมว่า ในอาหาร เช่น เนื้อปลาหรือธัญพืช มีกรดแอมิโน (Amino acid) ที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเซลล์จากทุกส่วนจะนำไปใช้บำรุง ซ่อมแซม และช่วยให้ระบบต่าง ๆ ทำงานเป็นปกติ

นอกจากนั้น แร่ธาตุและวิตามินจะช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ช่วยให้ผิวหนังและเส้นผมแข็งแรง อายุยืนขึ้น แลดูอ่อนเยาว์ ชะลอปัญหาผมร่วงเสื่อมสภาพ เปราะหรือขาดง่าย

ผมสวย ผู้หญิง

8 ซูเปอร์ฟู้ดเพื่อผมสวย 

กินอาหารบำรุงผมให้สวยจากภายใน ดังที่ ลิซ่าเดรย์เยอร์ นักโภชนาการจากรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้เขียนหนังสือ The Beauty Diet กล่าวว่า “เส้นผมมีโครงสร้างประกอบด้วยเซลล์ที่ยึดเกาะกันเหมือนกับส่วนอื่นๆ ในร่างกาย ดังนั้น เส้นผมจะสุขภาพดีก็ต่อเมื่ออาหารที่กินเข้าไปนั้นช่วยบำรุงผมด้วย”

ปลาแซลมอน

มีโปรตีน วิตามินดี และโอเมก้า-3 ช่วยซ่อมแซมผมที่เปราะให้กลับมาแข็งแรง เพิ่มน้ำหนักแก่ผม

ทำให้ผมสปริงตัวสวย นุ่มลื่น ไม่แห้งและขาดง่าย

กล้วยหอม 

มีวิตามินบี 6 ช่วยให้ผมลื่นไม่ลีบแบน ดูหนาและมีน้ำหนักหากขาดวิตามินบี 6 นานๆ ผมจะเปราะบาง แห้งกรอบ แตกปลาย ไม่มีชีวิตชีวา ขาดและหลุดร่วงง่าย

น้ำมันมะกอก

มีวิตามินเอ วิตามินอีและกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ช่วยต้านฟรีแรดิคัล บำรุงทั้งเซลล์

ผิวหนังและเส้นผม ทำให้ผมเงาลื่นมีน้ำหนัก ไม่แห้งกรอบ ปกป้องผมจากการดัด ทำสี และความร้อน

ถั่ววอลนัท

มีโอเมก้า-3 วิตามินอีและไบโอติน (Biotin) ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกมลภาวะทำร้าย

ลดปัญหาผมแห้งกรอบเนื่องจากการดัดหรือทำสีผมถูกแสงแดดและฝุ่นควัน

หอยนางรม

มีสังกะสีและโปรตีนสูงช่วยเสริมความแข็งแรงให้ขนตาบำรุงเกล็ดผมป้องกันไม่ให้ผมอ่อนแอ

แห้ง ขาดร่วง และลดปัญหาผมแตกปลาย

ผักสีเขียวเข้ม

มีวิตามินเอ วิตามินซี เหล็กและแคลเซียม เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการสร้างผมใหม่บำรุงหนังศีรษะและรากผมให้แข็งแรง ช่วยต้านฟรีแรดิคัล คงน้ำมันธรรมชาติซึ่งเคลือบเส้นผม ทำให้ผมไม่แห้งเสีย

ธัญพืชไม่ขัดสี 

มีวิตามินบี เหล็ก สังกะสีและไบโอติน ช่วยให้ผมไม่แห้งกรอบดูหนานุ่ม มีน้ำหนัก ปกป้องผมจากการทำสี ดัด และความร้อนบำรุงโคนผมให้แข็งแรง ผมไม่เปราะหรือหลุดร่วงง่าย

โยเกิร์ตไขมันต่ำ

มีวิตามินดี วิตามินบี 5 และกรดแพนโทเทนิก (Pantothenic Acid)ซึ่งใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม ช่วยซ่อมแซมผมแห้งเสียลดปัญหาผมขาดร่วง และป้องกันอาการคัน ช่วยให้หนังศีรษะชุ่มชื่น

 

Body

คืนความสดใสให้ “ผิวกาย”

มาถึงวิธีการดูแลผิวกายให้สดใส มีสุขภาพดีกันบ้าง

สงสัยไหมคะว่า อยู่ดีๆ ทำไมผิวพรรณคนเราจึงหมองคล้ำ มีริ้วรอย และจุดด่างดำขึ้นมาได้โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ ที่ในแต่ละวันแทบจะไม่ได้ออกไปเจอแสงแดดที่ไหน แต่บางคนก็ยังต้องพบเจอกับปัญหาผิวมากมายที่แก้ไม่หายสักที

เพื่อคลายความสงสัย เราจึงไปขอคำตอบจาก แพทย์หญิงสายชลี ทาบโลกา คุณหมอคนสวยเจ้าของคอลัมน์ ชีวจิต Anti–aging มาให้ทันทีค่ะ

ผิวกายสวย ผู้หญิง

เหตุใดผิวคนเราจึงเสื่อม

คุณหมอสายชลี อธิบายให้ฟังว่า การที่ผิวของคนเราเสื่อมสภาพเกิดจากการรับสารพิษเข้าสู่ร่างกาย ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยในแต่ละวันคนเรามักได้รับสารพิษทางตรงจากการทาผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารเคมี ส่วนการได้รับสารพิษทางอ้อมจะมาจากการสูดดมควันพิษและการใช้ผลิตภัณฑ์เคมีเช่น ยาย้อมผม น้ำยาทำความสะอาด ยาฆ่าแมลง

นอกจากนี้ การบริโภคอาหารและผักผลไม้ที่ปนเปื้อนโลหะหนักยังถือเป็นการรับสารพิษเข้าสู่ร่างกายอีกทางหนึ่ง ซึ่งหากร่างกายมีกระบวนการกำจัดสารพิษไม่ดี เช่น ตับไตมีปัญหา สารพิษเหล่านี้ก็จะยิ่งสะสมจนทำให้ผิวพรรณไม่สดใส หรือหากมีการสูดดมเข้าไป สารพิษก็จะไปคั่งค้างอยู่ในปอด หรือบางทีอาจถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือดได้ และสารพิษเหล่านี้จะสะท้อนออกมาทางผิวพรรณ

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีผลวิจัยจาก คุณหมอเลสลี บาวแมนน์ (Leslie Baumann, M.D.) แพทย์ผิวหนังจากประเทศสหรัฐอเมริกา และผู้เขียนหนังสือ The Skin Type Solution ที่ระบุว่าความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำร้ายผิว เพราะเมื่อเรารู้สึกเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมาซึ่งฮอร์โมนนี้มีส่วนทำให้ผิวหนังระคายเคืองและอักเสบได้ง่าย อีกทั้งยังทำให้ผิวแห้งกร้าน เป็นสิวและเกิดริ้วรอยต่างๆ ได้ด้วย

การฟื้นฟูผิวกายให้สดใสจึงต้องเริ่มแก้ไขจากต้นเหตุ แต่จะมีวิธีใดบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

 

กำจัดท็อกซิน เพื่อผิวสวยใส

สำหรับวิธีกำจัดท็อกซินเพื่อคืนความสดใสให้ผิวกาย มี 4 วิธีง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

1. ทำดีท็อกซ์ล้างพิษ

การทำดีท็อกซ์โดยใช้กาแฟสวนล้างลำไส้เป็นวิธีการกำจัดท็อกซินที่สะสมในร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยคนที่ไม่ได้ป่วย แต่ต้องการทำดีท็อกซ์เพื่อจุดประสงค์ในการล้างพิษ สามารถทำได้เดือนละครั้ง ครั้งละ 3 - 5 วันติดต่อกัน จนกระทั่งรู้สึกว่าร่างกายสะอาดดีแล้วจึงหยุดทำไปสักระยะหนึ่ง และเมื่อรู้สึกว่าร่างกายเริ่มมีสารพิษค่อยกลับมาเริ่มทำใหม่

2. หยุดสะสมความเครียด

นอกจากปัจจัยภายนอกอย่างมลพิษรอบตัวแล้ว ศัตรูร้ายที่คอยทำลายผิวสวยของเรายังได้แก่ ความเครียด ซึ่งเป็นภัยเงียบต่อผิวกายที่เรามองไม่เห็น

ดังนั้น หากอยากมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ หยุดนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด รู้จักปล่อยวาง และพยายามคิดบวกเข้าไว้ เพื่อหยุดการกระตุ้นฮอร์โมนที่ทำให้ผิวชราก่อนวัย โดยอาจหาเวลาไปนั่งสมาธิเพื่อฝึกจิตใจให้สงบ และจะช่วยให้เรารับมือกับปัญหาในชีวิตได้อย่างเท่าทันมากขึ้น

3. ปลูกต้นไม้ ลดสารพิษรอบตัว

เครื่องใช้สำนักงานหรือของใช้ในบ้านเป็นแหล่งสะสมไอระเหยเป็นพิษที่หลายคนไม่เคยรู้ นอกจากนี้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่ใช้วัสดุอื่นมาทำแทนไม้แท้ๆ ที่มีราคาแพงยังเต็มไปด้วยสารพิษฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งการปลูกต้นไม้ภายในอาคารจะสามารถช่วยดูดสารพิษเหล่านั้นได้ เช่น ยางอินเดีย มีคุณสมบัติช่วยฟอกอากาศภายในอาคาร วาสนาอธิษฐาน ใช้ดูดสารพิษฟอร์มาลดีไฮด์และ สาวน้อยประแป้ง สามารถดูดสารพิษต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ผิวสวย ผู้หญิง

4. ดูแลผิวด้วยสมุนไพร

หากไม่อยากให้สารพิษมาก่อกวนผิวสวยๆ ของเรา วิธีการพอกตัวด้วยสมุนไพรก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ประหยัดและปลอดภัย ส่วนผสมก็หาได้ง่ายใกล้ตัว ได้แก่

ข้าวกล้อง (แช่น้ำบดละเอียด) ½ ถ้วย + นมสด ½ ถ้วย + น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ + ผงขมิ้นชัน 1 ช้อนชา + น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา

นำส่วนผสมเหล่านี้มาคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วทาตัวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จากนั้นให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเช็ดออก และล้างตัวด้วยน้ำสะอาดอุณหภูมิปกติ

ลองใช้สูตรนี้ขัดผิวสัปดาห์ละครั้ง ผิวกายจะเนียนนุ่มและขาวใสขึ้นค่ะ

 

Foot

“เท้า” นั้นสำคัญไฉน

อวัยวะส่วนท้ายสุดของร่างกายเช่น “เท้า” ถือเป็นโครงสร้างสำคัญอีกอย่างหนึ่งของร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากเท้าจะมีบทบาทในแทบทุกกิจกรรมการเคลื่อนไหวแล้ว เท้ายังต้องทำหน้าที่แบกรับน้ำหนักตัวของเราอยู่ทุกวัน

เมื่อถูกใช้งานหนักขนาดนี้ เราจึงควรหันมาดูแลสุขภาพเท้ากันเสียหน่อย เท้าคู่สวยของเราจะได้ไม่น้อยใจค่ะ

เท้าสวย ผู้หญิง

Reflexology ช่วยเลือดลมดี

“ตามหลักทฤษฎี Mirror Theory Reflexology เชื่อว่า ร่างกายทั้งตัวของเราคือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพหนึ่งภาพ แต่ถ้าเราลองทุบกระจกให้แตกเป็นเศษเล็ก ๆ แล้วส่องดู มันก็จะสะท้อนเป็นภาพเดียวกับในกระจกบานใหญ่อยู่ดี ซึ่งกระจกบานเล็กที่ว่านี้คือ หู มือ และเท้าจึงพูดอีกอย่างหนึ่งได้ว่า ทั้งสามอวัยวะนี้เป็นกระจกที่สามารถสะท้อนถึงอวัยวะทุกส่วนในร่างกายได้”

แพทย์หญิงศรัญญา กตัญญูวงศ์ หรือ คุณหมอส้ม เล่าถึงศาสตร์แห่งการนวดกดจุดสะท้อน หรือ Reflexology ให้ฟัง ทำให้เราเข้าใจถึงความสำคัญของการดูแลเท้ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากเท้ามีความสัมพันธ์กับอวัยวะทั้งตัว

คุณหมอส้มยังให้ความรู้เพิ่มเติมด้วยว่า สาเหตุที่เราต้องนวดบริเวณเท้า แทนที่จะเป็นอวัยวะอื่นนั้น เป็นเพราะเท้าคือจุดศูนย์รวมของปลายประสาทเล็กๆ ที่สามารถส่งความรู้สึกไปยังสมองได้ไวกว่าอวัยวะอื่น

การนวดเท้าจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยผ่อนคลายทั้งกล้ามเนื้อเท้าและอวัยวะอื่นๆ ที่เกี่ยวโยงกับเท้า เช่น กระดูกสันหลัง บ่า เอว ได้ด้วย

เท้า สุขภาพ ผู้หญิง

Easy Tricks ดูแลฝ่าเท้า

สำหรับวิธีนวดเท้าด้วยตัวเองตามคำแนะนำของคุณหมอส้ม มีดังนี้ค่ะ

1. กดจุดเจี่ยซีแก้ปวดเรื้อรัง

การกดจุดเจี่ยซี ซึ่งอยู่บริเวณกึ่งกลางข้อเท้าด้านหน้า จะช่วยคลายอาการปวดเรื้อรังที่ไม่รุนแรงได้ โดยก่อนนวดให้ถูฝ่ามือทั้งสองข้างจนร้อนจากนั้นใช้นิ้วโป้งกดแรงๆ ที่เท้าซ้ายและขวาพร้อมกัน นับ 1 – 5 ต่อการ กด 1 ครั้ง และควรกดซ้ำๆ กัน 5 – 6 ครั้ง

2. นวดขึ้น – ลงไล่น้ำเหลืองคั่ง

นั่งบนพื้นในท่าชันเข่า และเริ่มนวดจากหัวเข่าลงไปยังส้นเท้า จากนั้นค่อย ๆ นวดไล่จากส้นเท้าไปยังปลายเท้า เมื่อนวดไปถึงนิ้วเท้าให้ใช้มือคลึงแล้วดึงเพื่อยืดนิ้วเท้าออกจนครบทุกนิ้ว จากนั้นค่อย ๆ นวดย้อนขึ้นจากปลายเท้าไปยังหัวเข่าด้วยวิธีเดียวกัน

ทำต่อเนื่อง 5 – 15 นาทีในช่วงเย็น เพื่อช่วยผ่อนคลายเท้า หลังใช้งานหนักมาทั้งวัน

 

มีคำกล่าวว่า “ผู้หญิงอย่าหยุดสวย” แต่ถ้าอยากสวยแบบครบสูตรทั้งตัว ต้องสวยจากภายในสู่ภายนอกแบบนี้ละค่ะ

จากคอลัมน์เรื่องพิเศษ นิตยสารชีวจิต ฉบับ 342 (1 มกราคม 2556)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

อาหารสุขภาพ สำหรับผู้หญิงทำงาน แก้โรคเต้านม มดลูก รังไข่ ตอนที่ 1

อาหารสุขภาพ สำหรับผู้หญิงทำงาน แก้โรคเต้านม มดลูก รังไข่ ตอนที่ 2

อาหารเสริม จากธรรมชาติ เพื่อผู้หญิง 3 วัย

keyboard_arrow_up