คันช่องคลอด แนะ…วิธีเลี่ยงเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่ออาการแพ้

คันช่องคลอด
คันช่องคลอด

คันช่องคลอด แนะ…วิธีเลี่ยงเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่ออาการแพ้

ดิฉันมักมีอาการ คันช่องคลอด สังเกตว่าถ้าช่วงไหนซักเสื้อผ้าด้วยน้ำยาซักชุดชั้นในจะไม่ค่อยมีอาการนี้ แต่ถ้าใช้ผงซักฟอกธรรมดาจะเกิดอาการคันตามมา เลยอยากทราบว่า การใช้ผงซักฟอกซักผ้ากับอาการคันช่องคลอดนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่

 

คุณหมอตอบ

อาการคันในร่มผ้านี้ ใครที่ไม่เคยเป็นก็คงไม่รู้ว่าทุกข์ทรมานเพียงใด ยิ่งคันแล้วเกาไม่ได้ ยิ่งทรมานหนักเลยค่ะ เพราะเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณว่าคันไปที่สมอง จะถูกระงับการส่งสัญญาณได้ด้วยการเกาผิวหนัง อาการคันจึงลดลง

การเกาเป็นสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต ไม่ต้องสอนก็เกาเป็น จะเห็นว่า แม้แต่ทารกอายุไม่กี่เดือน เมื่อมีผื่นคันก็ยกมือมาถูมาเกา ส่วนในผู้ใหญ่ การเกาตามผิวหนังเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากจะเกาในร่มผ้ามักมีขนบความคิดเข้ามาข้องเกี่ยวว่าเป็นการกระทำที่ไม่สุภาพ

อย่างไรก็ตาม เมื่อคันก็ต้องเกา แม้แต่ในที่ที่เกาได้ยาก เช่น คันในเฝือก ก็ต้องเอาไม้แยงเข้าไปเกา หากเป็นอาการคันในร่มผ้า ก็ต้องแอบเกา บางคนไม่อาจฝืนได้ อาจเกาให้คนอื่นเห็น จนเกิดเป็นความเข้าใจผิด เช่น คนขับแท็กซี่ที่เกาซอกขาหนีบขณะขับรถส่งผู้โดยสารแล้วถูกผู้โดยสารอัดคลิปนำมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก โดยคิดว่าเป็นการช่วยตนเอง เดือดร้อนคนขับแท็กซี่ต้องเอาใบรับรองแพทย์มายืนยันว่าเป็นเชื้อราในร่มผ้า มีอาการคันมาก ทนไม่ไหวจนต้องเกา

 

สาเหตุของการคันในร่มผ้าสามารถแบ่งเป็นหมวดหมู่ได้ดังนี้

1. ติดเชื้อบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกและ ช่องคลอด ที่พบบ่อยคือ เชื้อรา รองลงมา ได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม หูดหงอนไก่ เริม ฯลฯ พยาธิในช่องคลอด พยาธิลำไส้ หิด โลน

2. ผิวหนังอักเสบ เช่น เป็นผื่นแพ้ เป็นโรคผิวหนังที่ลามมาที่อวัยวะสืบพันธุ์ เช่น สะเก็ดเงิน (Psoriasis) โรคหลอดเลือดอักเสบเบเซ็ท (Behcet’s Disease)

3. เนื้องอก ที่ผิวหนัง ต่อมเหงื่อ และต่อมไขมัน  

4. มะเร็ง ที่ผิวหนัง ที่อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก

ในฐานะหมอสูติ เมื่อออกตรวจครั้งใดก็จะพบคนไข้ผู้หญิงมาหาด้วยอาการคันในร่มผ้าทุกครั้ง พอตรวจภายในดูพบว่า ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อรา หากเชื้อรานั้นลามไปที่อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก เกิดเป็นผื่นรูปผีเสื้อ (Butterfly Rash) โดยส่วนของตัวผีเสื้อจะอยู่บริเวณช่องคลอด คนไข้ส่วนใหญ่เป็นโรคเบาหวานร่วมด้วย โดยหลายคนที่มาด้วยอาการคันมักไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคเบาหวานมาก่อนแล้ว

หมอเคยทำงานวิจัยบรรดาคนไข้ผู้หญิงที่มาพบเนื่องจากมีอาการคันและมีผื่นรูปผีเสื้อ พบว่า ส่วนใหญ่เป็นโรคเบาหวาน และที่น่าสนใจคือความกว้างใหญ่ของผื่นบริเวณปีกผีเสื้อจะสัมพันธ์กับปริมาณน้ำตาลในเลือด

หากขยายไปถึงบริเวณแคมเล็ก แคมใหญ่สองข้าง ระดับน้ำตาลในเลือดมักจะมีปริมาณสูงประมาณ 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่หากมีการติดเชื้อราลามออกมาจากแคมใหญ่จนถึงขาหนีบสองข้าง ระดับน้ำตาลในเลือดมักจะมีปริมาณสูงเกิน 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และหากมีผื่นเชื้อราที่รักแร้ ใต้ราวนม ระดับน้ำตาลในเลือดมักจะมีปริมาณสูงมากกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว (ระดับน้ำตาลในเลือดของคนทั่วไปที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน ไม่ว่าตอนอดอาหารหรือหลังกินอาหาร มักจะมีค่าน้อยกว่า 120 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์)

คันช่องคลอด ช่องคลอด อวัยวะเพศ

เมื่อมีอาการคันควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพื่อรับการรักษาตามสาเหตุ

สำหรับอาการผิวหนังอักเสบจากผื่นแพ้เกิดจากภูมิต้านทานของร่างกายถูกกระตุ้น เมื่อสัมผัสกับสารที่แพ้จะทำให้เม็ดเลือดขาว (Mast Cell) ปล่อยสารเคมีจำพวกฮิสตามีน (Histamine) ออกมา ทำให้เกิดการบวมอักเสบ มีผื่นคันที่ผิวหนัง หากเป็นมากจะมีอาการแสบ ร้อน เจ็บซึ่งมักเป็นตอนกลางคืน รู้สึกคันจนนอนไม่ได้ และหากสวมเสื้อผ้าคับๆ มีเหงื่อ ความร้อน อากาศร้อนชื้น หรือกำลังมีประจำเดือนอาการคันจะเป็นมากขึ้น

 

สารเคมีที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ในร่มผ้ามีมากมาย แต่ที่พบบ่อย ได้แก่

1. สบู่ แชมพู ครีมอาบน้ำ โลชั่น แป้งฝุ่นแป้งน้ำ น้ำมันหอมระเหย น้ำหอม น้ำยาดับกลิ่นยาทาผิวหนัง น้ำยาสวนล้างช่องคลอด น้ำยาย้อมสี ครีมกำจัดขน

2. ผ้าอนามัย ทั้งชนิดแผ่น ชนิดสอดแผ่นอนามัย

3. กระดาษทิชชู

4. ชุดชั้นใน โดยเฉพาะที่ทำจากผ้าไนลอนหรือผ้าขนสัตว์ที่ทำให้เกิดการระคายเคืองง่าย

5. เหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ เลือด น้ำที่ใช้ล้างภายใน

6. สารเคมีสำหรับทำความสะอาดที่ตกค้างอยู่กับชุดชั้นใน

สำหรับจดหมายที่ถามมา การใช้ผงซักฟอกกับอาการคันช่องคลอดอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกันค่ะ โดยเฉพาะในคนที่แพ้สารเคมีที่มีอยู่ในผงซักฟอก

คันช่องคลอด ดูแลอวัยวะเพศ ช่องคลอด

วิธีหลีกเลี่ยงการเกิดอาการแพ้ในร่มผ้ามีดังนี้

1. เลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้เฉพาะที่ให้เหมาะสมไม่ควรเลือกชนิดที่มีสี มีกลิ่น มีสารเคมี และเป็นด่าง ควรเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ

2. ไม่ควรทำความสะอาดหรือสวนล้างเฉพาะที่บ่อยครั้ง ในกรณีที่แพ้ง่ายอาจซักชุดชั้นในด้วยน้ำยาซักชุดชั้นในโดยเฉพาะ เพื่อช่วยลดอาการแพ้

3. ไม่ควรใช้น้ำยาดับกลิ่นเฉพาะที่ หรือใช้น้ำหอมในบริเวณจุดสงวน เพราะจะบดบังกลิ่นที่แท้จริง หากมีการอักเสบติดเชื้อ กว่าจะรู้ก็ช้าไปอีกทั้งสารเคมีในน้ำยาดังกล่าวอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้

4. ไม่ควรใส่ผ้าอนามัยนานจนเปียกชุ่ม เพราะเลือดและเหงื่อเป็นอาหารที่ดีของเชื้อโรค อีกทั้งยังทำให้เกิดอาการแพ้ได้ คำแนะนำคือควรเปลี่ยนทุก 4 – 6 ชั่วโมง

5. ควรเลือกชุดชั้นในและกางเกงที่ไม่รัดแน่นพยายามเลือกที่สวมใส่สบาย ทำด้วยผ้าฝ้าย แห้งง่าย ไม่อับชื้น ไม่ควรสวมแบบแฟชั่น เช่น จีสตริง สกินนี่ยีน เป็นประจำ

6. หากออกกำลังกายหรือทำงานที่มีเหงื่อออกหรือเปียกน้ำ เมื่อเสร็จกิจกรรมควรอาบน้ำให้สะอาดเช็ดหรือเป่าลม ให้บริเวณจุดซ่อนเร้นแห้งสนิท

 

จาก คอลัมน์เปิดห้องหมสูติ นิตยสารชีวจิต ฉบับ 428 (1 สิงหาคม 2559)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

บอกลาอาการ คัน ตกขาว เชื้อราในช่องคลอด ปัญหากวนใจน้องสาวที่แก้ไม่ตก

จุดซ่อนเร้น (น้องสาวของฉัน) หมองคล้ำ ทำอย่างไรดี

ยาเหน็บกระชับช่องคลอด จริงหรือ

keyboard_arrow_up