6 วิธีปลดบ่วง สุขภาพใจ วัยเกษียณ

วัยเกษียณ ผู้สูงอายุ
วัยเกษียณ ผู้สูงอายุ

วิธีปลดบ่วง สุขภาพใจ วัยเกษียณ

มีคำถามของคนกลุ่มนี้ซึ่งมักเป็น ปัญหาซ้ำซากจนผมเรียกว่าเป็นกับดักของ วัยเกษียณ จะกล่าวถึงเฉพาะเรื่องสุขภาพใจ ซึ่งสามารถเล่าให้ฟังโดยสรุปและบอก วิธีการออกจากกับดัก ไว้ให้เสร็จสรรพ ดังนี้

 

1 ความทุกข์เรื่องเงินไม่พอใช้

รูปแบบของความทุกข์มักมี 2 แบบ คือ

แบบที่1.

มีบำเหน็จหรือเงินกองทุนเป็นก้อน แต่มีคนรองาบอยู่เพียบ เช่น ลูกชายจะยืมไปเซ้งห้องแถวลงทุน ทำการค้า ลูกสาวก็จ้องจะเอา ถ้าไม่ให้ ลูกๆ ก็จะดิ้นพราดๆ ถ้าให้ก็เสียดายเงิน กลัวตัวเองแก่แล้วจะไม่มีอะไร กิน เรื่องแบบนี้ตรงกับพังเพยฝรั่งที่ว่า

“…ไม่มีอะไรอันตรายยิ่งไปกว่าลูกชาย ลูกสาว หรือลูกเขยที่มีแผนธุรกิจล้ำเลิศว่าจะใช้เงินของคุณอย่างไร” ประเด็นนี้ผมแนะนำว่า อย่าไปกังวลถึงฐานะการเงินของลูกหลาน อย่าไปรู้สึกผิดที่จะใช้เงินของคุณเอง เพื่อตัวเอง นี่เป็นเวลาที่ลูกหลานต้องตั้งต้นใช้สิ่งที่คุณลงทุนให้แล้ว ในรูปของคำสอนและการศึกษา ดังนั้น อย่าให้เงินก้อนนั้นแก่ลูกหลาน ให้เก็บเงินทั้งหมดไว้ใช้เอง

แบบที่ 2.

รายได้หดหาย รายจ่ายบาน อนาคตคงจะอดตายแหง ๆ บางคนมีเงินเป็นล้านก็ยังทุกข์ว่าเงินจะ ไม่พอใช้จนวันตาย แหม เรื่องการใช้เงินนี้ผมไม่มีคำแนะนำดอกนะ เพราะผมเองก็ไม่ถนัด รู้แต่ว่ามันไม่ได้แย่ อย่างที่จินตนาการ เพราะผมรู้จักผู้สูงอายุบ้านนอกบางคน แค่เงินบำนาญที่รัฐบาลให้ไม่ถึงพันบาท เขายังอยู่กันได้ เลย เอาเป็นว่าเรื่องนี้ตัวใครตัวมันละกัน

วัยเกษียณ ออมเงิน

2 ความหดหู่ซึมเศร้าจนอยากฆ่าตัวตาย

ความซึมเศร้าเป็นของคู่กับวัยเกษียณ ซึ่งแท้จริงก็คือ ความคิดปรุงแต่ง (Thought Formation) รูปแบบหนึ่ง ที่เราเคยคิดในอดีต แล้วบันทึกไว้ในหน่วยความจำของเรา จังหวะเหมาะ ๆ มันก็โผล่ขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เหมือนหมอกที่ถูกลมพัดเข้ามาครอบคลุมรอบตัวเรา ถ้าคุณไม่หลงกลไปจมอยู่ในม่านหมอก แป๊บเดียวมันก็จะพัด ผ่านไป คุณต้องไม่ยอมแพ้แก่ความจำในอดีต แต่ต้องเอาชนะด้วยสติ

 

3 ความคิดลบ

ผู้เกษียณบางคนมีแต่ความคิดลบอยู่ในหัวตั้งแต่ตื่นนอน ทางแก้จึงมีทางเดียวคือ ต้องฝึกสติ จะฝึกในชีวิตประจำวันด้วยตนเองหรือไปเข้าค่ายปฏิบัติธรรมก็ได้

สติจะทำให้คุณเป็นตัวของตัวเอง รู้ว่าความเจ็บปวดเป็นส่วนหนึ่งของความชรา แต่ไม่ควรไปแช่อยู่ตรงความรู้สึกนั้น ซึ่งนั่นไม่ใช่ตัวคุณ อย่าเสียโฟกัสจากสิ่งที่บ่งบอกความเป็นคุณ ซึ่งอยู่ตรงนี้เดี๋ยวนี้ อย่าไปหัวเสียกับเรื่องเล็กน้อยแบบนั้น ชีวิตนี้สำคัญที่ปัจจุบัน อย่าปล่อยให้อดีตลากเราให้จมลง หรือปล่อยให้อนาคตมาเขย่าขวัญเรา ชีวิตนี้สั้นมาก จนไม่ควรเสียเวลาไปกับความขื่นขมใด ๆ

 

4 การขาดกัลยาณมิตร

แม้จะเป็นคนสันโดษ ไม่ชอบสุงสิงกับใครแต่ถ้ามีการ์ดเชิญงานบวช งานแต่ง งานศพก็ควรไปร่วมกับเขาบ้าง โดยออกจากบ้านไปพบคนที่ไม่ได้เห็นหน้ากันมาพักใหญ่แล้ว ได้รับรู้อะไรใหม่ๆ หรือรื้อฟื้นอะไรเก่าๆ บ้างย่อมดีกว่า

เมื่อพบผู้คนแล้ว ควรหัดเป็นนักอนุรักษ์พูดน้อยลง ฟังมากขึ้น ฟังก่อนแล้วค่อยตอบคำถาม แต่อย่าร่ายยาว ยกเว้นคนถามต้องการเรื่องยาวจริงๆ พูดจากับชาวบ้านให้นุ่มนวลมีเมตตาหน่อย อย่าบ่น อย่าวิพากษ์มากไปยอมรับสิ่งต่าง ๆ อย่างที่เป็น ไม่มีใครอดทนฟังคนอื่นบ่นได้มากนักหรอก ยกเว้นสามีคุณเพราะเขาไปไหนไม่รอด (อิอิ ขอโทษ พูดเล่น)

หาเรื่องดีๆ มาพูดบ้าง เช่น ลองบอกข้อเสียของเด็กรับใช้ในบ้านให้ฟังหน่อยสิ…มีเพียบใช่ไหม ไหนลองบอกข้อดีของเธอให้ฟังบ้างสิเอ้อ อ้า นึกไม่ออกเลย เพราะเราเห็นแต่สิ่งร้ายๆ ในตัวคนรอบข้าง

ฉะนั้นในการคบหากัลยาณมิตร คุณต้องหยิบยื่นไมตรีออกไปก่อน ถ้าเผลอไปเหยียบตาปลาใครเข้า ขอโทษเขาเสีย แต่ถ้าเขาเหยียบตาปลาเราก็…ให้อภัย อย่าบ่มเพาะความแค้นเคืองไว้ในใจ เหมือนตัวเองกินยาพิษ แต่หวังให้คนอื่นตาย แบบนั้นไม่เวิร์คหรอก

ถ้าคุณมีศรัทธาในเรื่องใด โอเค ลุยไปตามความเชื่อของคุณเลย แต่อย่าเสียเวลาไปทำให้คนอื่นเขาเชื่ออย่างนั้นด้วย เพราะไม่ว่าคุณจะบอกอะไรเขา เขาก็จะเลือกสิ่งที่เขาเชื่ออยู่ดี ดังนั้นยิ่งพยายาม คุณก็ยิ่งหงุดหงิด ให้คิดว่าคุณได้ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ใครจะเก็ตหรือไม่นั้นสุดแต่บุญกรรม

วัยเกษียณ

5 การมีโลกทัศน์คับแคบจนอยู่กับใครไม่ได้

ผู้เกษียณจำนวนหนึ่งทำตัวเป็นคนบ้าอำนาจจนลูกหลานอยู่ด้วยไม่ได้ ผมไม่ได้หมายความว่าคุณต้องปักหลักว่าต้องพึ่งลูกหลานนะ ไม่เลย ผมสนับสนุนให้ผู้เกษียณอายุมีชีวิตอิสระ สามารถพึ่งตนเองได้จนลมหายใจสุดท้าย แต่คุณควรเรียนรู้การเคารพคนรุ่นใหม่และความคิดของพวกเขาด้วย เขาไม่เหมือนเรา

ผู้เกษียณบางคนดุด่าว่าลูกวัยทำงานที่ซื้อตุ๊กตาหุ่นยนต์มาเก็บไว้เต็มบ้าน โธ่คุณป้ารู้หรือเปล่าว่า ตัวดาร์ธ เวเดอร์ในสตาร์วอร์สน่ะคืออะไร ถ้าไม่รู้เรื่องของเขาอย่าไปซอกแซกบงการดีกว่า อย่าตำหนิหรือพร่ำสอนแบบเทียบกับอดีต เลิกพูดเสียทีว่า สมัยที่ฉันอายุเท่าแก…โธ่ คุณป้าขา ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ คุณป้ากำลังอยู่ในสมัยนี้นะ ไม่ใช่สมัยนั้น

 

6 การสูญเสียตัวตนของตนเองไป

คนเรามีตัวตนหรือกำพืดของตน (Identity) การเกษียณทำให้ผู้สูงวัยจำนวนหนึ่งสูญเสียตัวตนไป ไม่เหลือความภาคภูมิใจที่เคยมี กลายเป็นไม่รู้ว่าตนเองเป็นใครมาจากไหน มาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร และจะไปทางไหนต่อดี ความรู้สึกอย่างนี้ทางการแพทย์ถือว่าไม่ดี มักชักนำไปสู่ภาวะโรคจิตหรือฆ่าตัวตายได้

เมื่อเกษียณแล้ว คุณต้องรื้อฟื้นความเป็นตัวของตัวเองขึ้นมาใหม่ อย่าสนใจว่าคนอื่นจะพูดถึงคุณอย่างไร ไม่มีใครรู้จักคุณดีกว่าตัวคุณเอง ก่อนอื่นต้องบ่มเพาะเมตตาธรรมไว้ในใจเสมอ เมตตาต่อตัวเอง เมตตาต่อคู่ชีวิตของเราเมตตาต่อคนรอบข้างเรา จำที่ฝรั่งคนหนึ่งพูดไว้ว่า

“ไม่มีใครแก่หรอก ตราบใดที่ยังมีไหวพริบปฏิภาณและความรักในหัวใจ”

สร้างความภูมิใจในตนเองขึ้นมาใหม่ ทั้งข้างนอกข้างใน ยอมลงทุน อยากไปร้านทำผม ไปเลย อยากทำเล็บ ทำเลย อยากซื้อน้ำหอม ซื้อครีม ซื้อเลยทำข้างนอกให้สุกใส ข้างในก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามมา

อย่าเลิกทำงานอดิเรกที่เคยชอบ ถ้าไม่มีเลยก็เริ่มหัดทำเสีย อะไรก็ได้ เดินทางปีนเขา ทำอาหาร อ่านหนังสือ ร้องเพลง เต้นรำ เลี้ยงแมว เลี้ยงหมา ทำสวนวาดรูป ทำงานจิตอาสา ถ้าอยากจะไปหางานทำจริง ๆ ก็ทำ ไม่มีกฎหมายห้ามคนอายุหกสิบทำงานหรอก

 

สรุปว่า

ให้หาอะไรสนุกๆ ทำ ติดตามข่าวสาร อ่านข่าว ดูข่าวอยู่เสมอ ติดต่อกับผู้คนทางไลน์ ทางเฟซบุ๊ก หัวเราะมากๆ และบ่อยๆ หัวเราะให้ทุกสิ่งทุกอย่างโธ่…อยู่มาได้จนแก่ป่านนี้แล้ว นับว่าโชคดีแล้วนะ มีคนจำนวนมากล้มหายตายจากไปก่อนถึงวัยนี้ วันก่อนผมไปงานเลี้ยงรุ่นสมัยมัธยม มีกัน 150 คน ตายไปแล้ว5 0 คน

ดังนั้นคนวัยเราหัวเราะได้ทุกเรื่อง

จาก คอลัมน์ WELLNESS CLASS นิตยสารชีวจิต ฉบับ 422 (1 มีนาคม 2555)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

กินฟิตกระดูกอย่างถูกวิธี ต้อนรับวัยเกษียณ

มาสร้าง ความสุขหลังวัยเกษียณ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการซึมเศร้ากันเถอะ !

ฝึกกล้ามเนื้อ เพื่อแข็งแรงแม้วัยเกษียณ

keyboard_arrow_up