DID YOU KNOW? ถั่งเช่า ตัวช่วยผิวสวยใส

ถั่งเช่า คืออะไร ทำไมจึงช่วยให้ผิวสวยใส

ถั่งเช่า มีที่มาจาก ในสมัยก่อน ดินแดนในแถบเทือกเขาหิมาลัย จะมีลักษณะภูมิอากาศที่รุนแรงและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้ผู้คนที่อาศัยในบริเวณนั้นจึงเจ็บป่วยได้ง่าย มนุษย์จึงทำทุกวิถีทางเพื่อดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเพียงพอต่อสภาพอากาศดังกล่าว แพทย์แผนจีนจึงนำเอาสมุนไพรชนิดหนึ่งที่หาได้ในพื้นที่มาทำเป็นยาบำรุงร่างกาย และสมุนไพรจีนที่หมอจะมาเขียนถึงในวันนี้ก็คือ ถั่งเช่า ซึ่งจัดได้ว่าเป็นยาอายุวัฒนะยอดฮิตที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก

สมุนไรที่ว่านี้ คือเชื้อราที่เจริญเติบโตในตัวหนอนผีเสื้อช่วงฤดูหนาว เมื่อหนอนตายลงในช่วงฤดูร้อน เชื้อราจะงอกออกมาจากซากหนอน ซึ่งเป็นฤดูที่จะสามารถเก็บสมุนไพรชนิดนี้เพื่อนำไปใช้ได้

ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน พบว่าถั่งเช่า มีสารแอนติออกซิแดนท์ ช่วยชะลอความเสื่อม และมีคุณสมบัติต้านอาการอักเสบ จึงช่วยบรรเทาโรคหรือความเจ็บป่วยที่เกิดจากการอักเสบ เช่น ไข้หวัด อาการปวดเมื่อย

ตัวช่วยผิวสวย

สำหรับสรรพคุณทางเภสัชที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณ สารแอนติออกซิแดนท์จะช่วยลดการเกิดฟรีเรดิคัล (Free Radical) ชะลอริ้วรอย ต้านอักเสบ นอกจากนั้นยังมีสารโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) ช่วยปกป้องและรักษาความชุ่มชื่นของผิว สารคอร์ไดซิปิน (Cordycepin) ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวและสร้างเซลล์ผิวใหม่

ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เพื่อความงามมากมายที่ใช้สารสกัดจากถั่งเช่า ซึ่งมีหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายชนิด โดยหมอจะแนะนำวิธีเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตามสภาพของผิวแต่ละคน ดังนี้

  1. ผิวแห้ง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ชนิดครีม เพราะจะช่วยรักษาความชุ่มชื่นของผิวได้ดี
  2. ผิวมัน ผิวผสม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ชนิดเซรั่ม เพราะซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่าย

ข้อระวัง

คนที่มีผิวแพ้ง่าย หรือมีประวัติแพ้เชื้อรา ควรทดสอบอาการแพ้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ ก่อนเสมอ เพราะถึงแม้จะไม่แพ้เชื่อรา ก็อาจมีสารประกอบบางอย่างในผลิตภัณฑ์ที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้

ทั้งนี้ สรรพคุณต่างๆ ที่กล่าวไปแล้ว ขึ้นอยู่กับกรรมวิธีการสกัดทางเภสัชวิทยาของผลิตภัณฑ์ในแต่ละยี่ห้อ รวมไปถึงขึ้นอยู่กับลักษณะผิวที่แตกต่างกันของแต่ละคน ดังนั้น หมอแนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวตนเองเป็นหลักค่ะ

วิธีกินให้ถูกต้องปลอดภัย

เนื่องจากข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับถั่งเช่ายังเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ คําแนะนําในการกินจึงอาจมีปริมาณที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา แต่โดยทั่วไปแล้วการทดลองทางการแพทย์ คลินิกแนะนําที่วันละ 3-4.5 กรัม ยกเว้นในกรณีผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตอย่างรุนแรงต้องใช้ในอัตราที่สูงขึ้นเป็นวันละ 6-9 กรัม ส่วนในผู้ป่วยโรคมะเร็งก็ต้องรับประทานในอัตราที่สูงมากถึง 30-50 กรัมต่อวัน ซึ่งพบว่าให้ผลดีมากและไม่มีรายงานการพบความเป็นพิษ(ในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ทุกข์ทรมาน)
การบริโภคในสมัยก่อนจะใช้วิธีบดละเอียดแล้วชงเป็นชา อาจกินด้วยวิธีต้มในน้ําแกงจืด หรือโดยปรุงสุกพร้อมเนื้อสัตว์นอกเหนือไปจากวิธีแบบเดิม แต่ปัจจุบันการกินมีความสะดวกสบายกว่าเดิมมาก เพราะมีการผลิตออกมาในหลายรูปแบบ เช่น ผงเส้นใย สารสกัดจากเส้นใย นอกจากนี้ยังมีในรูปแบบที่เป็นแคปซูลและอัดเม็ด
แต่ความน่าเชื่อถือหรือคุณภาพมาตรฐานของสินค้าเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องคํานึงถึงเป็นอย่างมาก เช่น เชื้อที่เพาะเลี้ยงมีความบริสุทธิ์หรือไม่ มีโลหะหนักปนเปื้อนหรือไม่ จุลินทรีย์ปนเปื้อนเกินมาตรฐานหรือไม่ และมีสารออกฤทธิ์คงเหลือในกระบวนการผลิตอยู่ในเกณฑ์หรือไม่ เป็นต้น ทั้งนี้ถั่งเช่าทิเบตที่ผ่านการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์แล้วในท้องตลาดจึงมีราคาที่หลากหลายขึ้นอยู่กับ คุณภาพและเทคโนโลยีการผลิตให้ได้สารออกฤทธิ์นั่นเอง

www.cordyskincare.com
https://www.facebook.com/cordythaiskincare/
Line: @cordyskincare

ที่มาจาก:
นิตยสารชีวจิต คอลัมน์กินเป็น ลืมป่วย ฉบับที่ 439 (วันที่ 16 มกราคม 2559)


บทความอื่นที่น่าสนใจ

วิธีกิน ธาตุสังกะสี ช่วยผิว & ผมแข็งแรง

วิธีดื่มน้ำ ให้ผิวสวยสู้แดด

วิธีเดินลดน้ำหนัก ผอมจริง ขาเรียว ก้นกระชับ

keyboard_arrow_up