ทำนายสุขภาพ ตาม ไซส์ ตอน 1 ผอมเกินมาตราฐาน+น้ำหนักปกติ

ไซส์
ไซส์

ทำนายสุขภาพ ตาม ไซส์ ตอนที่ 1

ไซส์ หรือ ขนาดของร่างกาย ทุกวันนี้ปัญหาสุขภาพสำคัญที่คนทั่วโลกกำลังเผชิญคือน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ซึ่งนำไปสู่การป่วยเป็นโรคมากมายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าในลักษณะ ยิ่งอ้วนยิ่งป่วย

ชีวจิตจึงชวนคุณมาคำนวณน้ำหนักตัวหาค่าดัชนีมวลกาย (Bady Mass Index) หรือบีเอ็มไอ (BMI) ว่าอยู่ในระดับไหน เพื่อพยากรณ์ความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นตามบีเอ็มไอที่มากขึ้น และหาทางดูแลสุขภาพ รวมถึงควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม

นำไปสู่สุขภาพที่ แข็งแรงหุ่นดีและมีความสุข นั่นเอง

บีเอ็มไอที่คุณต้องรู้

บีเอ็มไอ คือ อัตราเปรียบเทียบความสมดุลระหว่างน้ำหนักตัวกับส่วนสูงที่คิดค้นโดยนักสังคมวิทยา และนักสถิติชาวเบลเยียมชื่อ ลอมแบรต์ อดอล์ฟ ยาค กีเตเลต (Lambert Adolph Jacques Quetelete) เพื่อนำมาใช้พัฒนาการชี้วัดสุขภาพและสังคมของผู้คน เริ่มแรกรู้จักกันในชื่อกีเตเลต อินเด็กซ์ (Quetelete Index) แต่เป็นที่รู้จักมากขึ้นในชื่อบีเอ็มไอ เมื่อ แอนเซล คีส์ (Ancel Keys) นักวิทยาศาสตร์การอาหารเจ้าของสูตรอาหารสุขภาพชื่อดัง ได้นำมาใช้พิสูจน์ข้อสันนิษฐานที่ว่า ไขมันในอาหารแต่ละประเภทส่งผลต่อสุขภาพของผู้คนแตกต่างกัน

วิธีคำนวณค่าบีเอ็มไอ

บีเอ็มไอ=น้ำหนัก(กิโลกรัม)

                  ส่วนสูง(เมตร)²

โดยยึดค่าบีเอ็มไอของคนไทยตามกำหนดของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งใช้เกณฑ์มาตรฐานร่างกายของคนเอเชียมาเป็นหลักกำหนด ดังนี้

         สภาวะร่างกาย                 ค่าบีเอ็มไอ

โรคผอมระดับที่ 1 - 3              ต่ำกว่า 18.4

ปกติ                                     18.5 - 22.9

น้ำหนักเกิน                             23.0 - 24.9

โรคอ้วนระดับที่ 1                     25.0 - 29.9

โรคอ้วนระดับที่ 2                     30.0 - 39.9

โรคอ้วนระดับที่ 3                     40 ขึ้นไป

น้ำหนัก, คำนวนน้ำหนัก, ไซส์ 

ผอมเกินมาตราฐานก่อให้เกิดโรคได้อย่างไร อ่านต่อหน้าที่ 2

 

BMI<18 ผอมเกินมาตรฐาน

เพิ่มน้ำหนักตัวให้พอดี กระดูกแข็งแรง ไม่เสี่ยงป่วย

ในอดีต คนผอมมักเกิดจากปัญหาทุพโภชนาการหรือขาดสารอาหาร แต่ในปัจจุบันหากไม่เกิดจากพฤติกรรมเลือกกินมากไป ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานมากกว่าปกติ หรือมีกิจกรรมที่ใช้พลังงานเกินพอดี ก็มักมีปัญหาหลักเกี่ยวกับโรคทางใจ โดยเฉพาะโรคกลัวอ้วน จนทำให้ไม่ยอมกินอาหารในปริมาณที่เหมาะสม หรือกินแล้วมีพฤติกรรมล้วงคอให้อาเจียนหรือสวนให้ขับถ่าย เป็นต้น

ผอมเกิน, โซส์

พยากรณ์สุขภาพบีเอ็มไอ<18

พันโทหญิงแพทย์หญิงสุมาภาชัยอำนวย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคข้อและรูมาติสซั่ม ประจำกองอายุรกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า อธิบายว่า คนที่มีค่าบีเอ็มไอต่ำกว่า 18 มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพต่อไปนี้

  1. กลุ่มโรคทางใจ โดยเฉพาะโรคกลัวอ้วน อาทิ โรคบูลิเมีย โรคอนอเร็กเซียซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียอื่นๆ ต่อร่างกายตามมา
  2. กลุ่มโรคติดเชื้อ เนื่องจากการรับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ มีโปรตีนในเลือดต่ำทำให้ร่างกายผลิตภูมิต้านทานน้อยลง ไม่พอที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ได้
  3. โรคกระดูกพรุนและภาวะกระดูกเปราะหักง่าย เนื่องจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ร่างกายสร้างเซลล์กระดูกเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับน้ำหนักตัว ขณะที่คนผอมเกินไปทำให้ร่างกายมีการลงน้ำหนักตัวน้อย การสร้างเซลล์กระดูกจึงน้อยลงไปด้วยทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกบางและพรุนตามมา และเสี่ยงกระดูกหักได้ในอนาคต
  4. ประจำเดือนมาไม่ปกติ เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายทำงานไม่สมดุล
  5. ผิวแห้งแตกกร้านไม่แข็งแรง เนื่องจากได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

 

How to Fit : 3Stepsเพิ่มน้ำหนักตัว

Step1ตั้งเป้าน้ำหนักที่ต้องการ

โดยพิจารณาจากน้ำหนักปัจจุบัน เพื่อตั้งเป้าหมายว่า ต้องเพิ่มน้ำหนักกี่กิโลกรัมเพื่อให้บีเอ็มไอได้มาตรฐานปกติ หรือ มากกว่า 18.5 ขึ้นไป

Step2กินอาหารเพิ่ม

วันละ 500 กิโลแคลอรี คุณธิษณา จรรยาชัยเลิศนักกำหนดอาหารวิชาชีพ แนะนำวิธีเพิ่มการกิน 2 สูตร ดังนี้

          สูตรที่1กินอาหารเพิ่มขึ้นในมื้อปกติ

กินอาหารวันละ 3 มื้อเช่นเดิม แต่เพิ่มปริมาณ อาทิ จากเคยกินอาหารวันละ 1,200 - 1,500 กิโลแคลอรี ก็เพิ่มปริมาณเป็น 1,700 - 2,000 กิโลแคลอรี โดยเพิ่มปริมาณอาหารทุกกลุ่ม ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ และไขมันไม่เน้นกินเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

         สูตรที่2เพิ่มมื้อว่าง

จากเดิมที่เคยกินเฉพาะอาหารหลัก 3 มื้อ ให้เพิ่มมื้อว่างเข้ามาอีก 2 - 3 มื้อแนะนำอาหารจำพวกขนมปังเนยถั่ว ผลไม้สด น้ำผลไม้คั้นสด เป็นต้น โดยคำนวณแคลอรีของมื้อว่างให้ได้ 500 กิโลแคลอรี

Step 3 ทำอย่างต่อเนื่อง

การเพิ่มปริมาณอาหารวันละ 500 กิโลแคลอรี เป็นปริมาณที่พอดีและสามารถทำได้ต่อเนื่อง เพราะโดยธรรมชาติของคนผอม จะกินอาหารได้ครั้งละไม่มาก การเพิ่มปริมาณอาหารที่มากกว่านี้อาจทำได้ไม่ต่อเนื่อง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเพิ่มน้ำหนักตัวได้สัปดาห์ละ ½ - 1 กิโลกรัม

เมื่อได้น้ำหนักตามเป้าที่วางไว้จึงหยุดการเพิ่มปริมาณอาหาร

 

น้ำหนักพอดี คุมอย่างไรไม่ให้เปลี่ยนแปลง อ่านที่หน้า 3

 

BMI ≥18.522.9 น้ำหนักปกติ

น้ำหนักพอดีคุมอย่างไรไม่ให้เปลี่ยนแปลง

การมีค่าบีเอ็มไอปกติเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะว่าค่าบีเอ็มไอนั้นสามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ รวมถึงบางคนแม้มีค่าบีเอ็มไอปกติ แต่ก็อาจมีโรคร้ายแฝงอยู่

หุ่นมาตราฐาน, ไซส์

พยากรณ์สุขภาพบีเอ็มไอ18.522.9

คนที่มีค่าบีเอ็มไอปกติมีแนวโน้มจะมีสุขภาพแข็งแรง ปลอดโรค แต่ยังต้องใส่ใจใน 3 ประเด็น คือ

  1. อายุที่เพิ่มขึ้น

อาจทำให้การทำงานของระบบเผาผลาญเปลี่ยนแปลง จึงต้องสร้างสมดุลให้ร่างกายโดยเพิ่มกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานเพื่อเพิ่มการเผาผลาญ

  1. น้ำหนักปกติ

อาจมีไขมันสะสมเฉพาะส่วน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้เช่นกัน

รองศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์วีรพันธุ์ โขวิฑูรกิจ อาจารย์ประจำสาขาวิชาต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า

“จากการทำงานผมพบว่า แม้หลายคนจะมีค่าดัชนีมวลกายตามมาตรฐานแต่ก็ป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือดสูงเพราะมีไขมันเฉพาะส่วน ดังนั้นจึงต้องตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอด้วยครับ”

  1. ระวัง “โยโย่” เพราะไม่พอใจรูปร่าง 

คุณหมอสุมาภาอธิบายพฤติกรรมของสาวที่น้ำหนักตัวพอดี แต่ไม่พอใจในรูปร่างไว้อย่างน่าสนใจ

“ดัชนีมวลกาย 18.5 – 22.9 ถือว่าเป็นช่วงกว้างพอสมควร และด้วยรูปร่างที่แตกต่างกัน บางคนที่มีดัชนีมวลกาย 22 ก็อาจมองว่ารูปร่างยังไม่สมดุลและอยากลดลงมาอยู่ที่ 20 ก็ทำได้ค่ะ แต่ต้องทำอย่างสมดุล ค่อยๆ ลดลงมาทีละน้อย ไม่ควรรีบลดด้วยการจำกัดอาหารอย่างเข้มงวด เพราะอาจเกิดปัญหา “โยโย่เอฟเฟ็กต์” ตามมาได้”

นายแพทย์สันต์ ใจยอดศิลป์ ศัลยแพทย์หัวใจและคอลัมนิสต์ประจำนิตยสาร ชีวจิต อธิบายเพิ่มเติมว่า อาการโยโย่เอฟเฟ็กต์เกิดจากการลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารอย่างเข้มงวดในเวลาสั้น ๆ ทำให้เกิดปัญหา 2 ประการ คือ หนึ่ง ร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยลดการเผาผลาญพลังงานลงเพื่อสร้างสมดุล สอง คือ การลดปริมาณการกินคราวละมาก ๆ ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน จึงมักทนไม่ไหวและทำได้ไม่นาน ต้องกลับมากินอย่างไม่บันยะบันยังอีก น้ำหนักจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แถมมากกว่าเก่าที่สำคัญ หากเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ระบบการทำงานในร่างกายจะผิดปกติได้

How to Fit : เคล็ดลับควบคุมน้ำหนักให้คงที่

  • เลิกกินอาหารกลั่นแคลอรี

คุณหมอสันต์มีมุมมองเกี่ยวกับการกินที่สอดคล้องกับสิ่งที่นิตยสาร ชีวจิต ย้ำอยู่เสมอ นั่นคือ ควรกินผักผลไม้สดและลดการกินโปรตีนจากสัตว์

“อาหารที่เรากินส่วนใหญ่เป็น ‘อาหารกลั่นแคลอรี’ คืออาหารที่กลั่นสารที่มีประโยชน์ตามธรรมชาติทิ้งไปหมดแล้ว เหลือไว้แต่แคลอรีล้วน ๆ ทั้งน้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการ ข้าวที่ขัดจนขาว และน้ำตาล – น้ำเชื่อมที่กลั่นเอามาแต่ความหวานจนไม่เหลือสารอาหารใดๆ กินเข้าไปก็ได้แต่แคลอรี

“ผมว่าคนยุคใหม่ โดยเฉพาะคนวัยทำงานควรเปลี่ยนมากินอาหารธรรมชาติที่เรียกว่า ‘อาหารโฮลฟู้ด’ (Whole Food) หรืออาหารที่ไม่ผ่านการสกัดขัดสีจะทำให้ร่างกายได้รับทั้งโปรตีน เกลือแร่ วิตามิน ไขมัน และกากใยที่เป็นประโยชน์ อีกทั้งยังได้สารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยต้านการอักเสบในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแทนการกินอาหารกลั่นแคลอรีครับ”

  • แก้ความเข้าใจผิดของสาวขี้กังวล

คุณธิษณา นักกำหนดอาหารคนเก่ง ชี้ว่า ที่หลายคนมีน้ำหนักพอดี แต่ยังคงรู้สึกว่าตัวเองอ้วนเกิดจากร่างกายเกิดการสะสมไขมันเฉพาะส่วน เช่นหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา สะโพก การควบคุมอาหาร จึงไม่ใช่ทางออกของปัญหานี้ แต่ควรหันมาออกกำลังกายเพื่อลดไขมันเฉพาะส่วนจะได้ผลกว่า

ติดตามอ่านต่อ ตอน 2 หุ่นเริ่มท้วม – อ้วนระดับ 1


บทความน่าสนใจอื่นๆ

ทำนายสุขภาพ ตาม ไซส์ ตอน 1 ผอมเกินมาตราฐาน+น้ำหนักปกติ

ทำนายสุขภาพ ตาม ไซส์ ตอน 2 หุ่นเริ่มท้วม – อ้วนระดับ 1

ทำนายสุขภาพ ตามไซส์ ตอน 3 อ้วน ระดับ 2 – อ้วนมาก

keyboard_arrow_up