ดูแลตัวเองอย่างไร ประจำเดือน จึงมาสม่ำเสมอ

ประจำเดือน
ประจำเดือน

ดูแลตัวเองอย่างไร ประจำเดือน จึงมาสม่ำเสมอ

 

Question :

อ่านพบในบทความที่คุณหมอเขียนถึง ผลข้างเคียงของยาขับ ประจำเดือน ว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดเนื้องอกรังไข่ได้ จึงขอเรียนถามว่า ถ้าอยากให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอโดยไม่ต้องกินยาขับประจำเดือน ควรปฏิบัติตัวอย่างไร เพราะอยากดูแลตัวเองด้วยวิธีที่ปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียงค่ะ จากคุณส้มเช้ง อายุ 37 ปี

Answer :

ประจำเดือนเกิดจาก…เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยสาวจะมีฮอร์โมนจีเอ็นอาร์เอช (GNRH = Gonadotropin releasing Hormone) จากสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ส่งคำสั่งมายังต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland) ให้หลั่งฮอร์โมนเอฟเอสเอชและแอลเอช (FSH = Follicular Stimulating Hormone, LH = Luteinizing Hormone) ไปยังรังไข่ ทำให้ฟองไข่เจริญเติบโตและมีการตกไข่

ช่วงที่ไข่เจริญเติบโตร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเพศหญิงเอสโทรเจนออกมา นอกจากทำให้มีลักษณะเป็นสาวเต็มตัวแล้ว ฮอร์โมนเพศหญิงจะไปกระตุ้นเยื่อบุโพรงมดลูกให้หนาตัว เตรียมพร้อมเป็นที่อยู่ของทารก

หลังจากไข่ตก ถุงรังไข่ที่เหลือจะสร้างฮอร์โมนเพศหญิงโพรเจสเทอโรน ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีเลือดและอาหารมาเลี้ยง เยื่อบุมดลูกจะหนานุ่มขึ้นเพื่อเตรียมรับตัวอ่อน แต่หากไม่มีเพศสัมพันธ์จึงไม่เกิดการปฏิสนธิ ทำให้ไม่มีตัวอ่อนมาฝังตัว ฮอร์โมนเอสโทรเจนและโพรเจสเทอโรนก็ลดระดับลง ทำให้เยื่อบุมดลูกขาดเลือดมาเลี้ยงและหลุดออกมาเป็นประจำเดือน

ว่ากันว่าที่ผู้หญิงมีอายุยืนมากกว่าผู้ชายนั้น เพราะมีประจำเดือนคอยบอกความผิดปกตินั่นเอง การที่ประจำเดือนมาปกติ ต้องมีฮอร์โมนเพศปกติ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของการทำงานที่ปกติของสมองส่วนไฮโปทาลามัสต่อมใต้สมอง รังไข่ มดลูก ปากมดลูก และช่องคลอด รวมถึงระบบฮอร์โมนอื่น ๆ เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์รวมไปถึงสุขภาพของร่างกายและจิตใจ

ดังนั้นหากมีปัญหาสุขภาพร่างกาย เช่น มีโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ มีปัญหาสุขภาพจิต เช่น เครียดซึมเศร้า หรือปัญหาทางสูติ - นรีเวช ประจำเดือนก็มักจะผิดปกติ เมื่อไปพบแพทย์รักษาโรคที่ซ่อนเร้นที่ทำให้ประจำเดือนผิดปกติแต่เนิ่น ๆ ผู้หญิงจึงมีอายุยืนยาว

ลักษณะของประจำเดือนปกติ

1. รอบเดือนที่มาแต่ละครั้งเป็นเวลา 28 วันบวกลบ 7 วัน นั่นคือรอบประจำเดือน 21 วันมาครั้ง คือมีประจำเดือนหัวเดือนท้ายเดือนก็ยังถือว่าปกติ ขณะที่รอบประจำเดือน 35 วันมาครั้ง คือเดือนเศษมาครั้งหนึ่งก็ยังถือว่าปกติ

2. เลือดประจำเดือนมาไม่มากเกิน 80 ซีซีต่อหนึ่งรอบเดือน นั่นคือ ใช้ผ้าอนามัยขนาดมาตรฐานไม่เกิน 16 ผืน (ผืนหนึ่งซับเลือดประมาณ 5 ซีซี)

3. ลักษณะของเลือดประจำเดือน เป็นน้ำเลือดสีแดงคล้ำ อาจมีลิ่มเลือด แต่ต้องมีขนาดไม่โตเกินเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร อาจมีเศษเนื้อซึ่งเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกหลุดออกมาปนได้

4. ประจำเดือนมาไม่เกิน 7 วัน โดยทั่วไปจะมา 2 - 5 วัน เฉลี่ย 3 วัน

5. ประจำเดือนที่ปกติจะไม่มีกลิ่น หรือมีกลิ่นคาวเลือดบ้าง แต่ต้องไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า

6. เมื่ออายุมากขึ้น (25 ปีขึ้นไป) หรือมีบุตรแล้ว หรือคุมกำเนิดโดยการใช้ฮอร์โมน (ยาคุมกำเนิดชนิดกิน ฉีด ฝัง) ไม่ควรมีอาการปวดประจำเดือน

อ่านต่อหน้าที่ 2

 

ประจำเดือน

ความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับประจำเดือน

1. ประจำเดือนคือเลือดเสียผู้หญิงต้องมีประจำเดือนสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการถ่ายเทของเสียทุกเดือน 

ความจริง ประจำเดือนคือเลือดดี การมีประจำเดือนไม่ใช่การถ่ายเทของเสียการมีประจำเดือนในหญิงบางรายทำให้อ่อนเพลีย โรคที่เป็นอยู่กำเริบ เช่น ในคนที่เป็นโรคโลหิตจาง โรคทาลัสซีเมีย โรคเนื้องอกมดลูก โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือช็อกโกแลตซีสต์ ซึ่งการรักษาต้องไม่ให้มีประจำเดือน การไม่มีประจำเดือนทำให้หายจากโรค เพื่อให้ร่างกายไม่อ่อนเพลีย ไม่เกิดผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด

หากต้องการถ่ายเทของเสีย แทนที่จะรอถ่ายเทเลือดจากประจำเดือนแนะนำให้บริจาคเลือดค่ะ หากไม่มีข้อห้ามในการบริจาค ประจำเดือนเดือนหนึ่งมาไม่เกิน 80 ซีซี แต่บริจาคเลือดครั้งหนึ่ง 300 - 400 ซีซี ทำให้เม็ดเลือดใหม่ ๆ ถูกสร้างขึ้น ร่างกายแข็งแรงขึ้น

2. ประจำเดือนต้องมาสม่ำเสมอ หากมาไม่สม่ำเสมอต้องกินยาขับประจำเดือน

ความจริง ประจำเดือนไม่ได้มาสม่ำเสมอในผู้หญิงทุกคน ทุกวัย หรือทุกโอกาส การมาไม่สม่ำเสมอเป็นเรื่องปกติในวัยรุ่น วัยก่อนหมดประจำเดือนช่วงหลังคลอด ช่วงให้นมลูก การกินยารักษาโรคมะเร็งซึ่งเป็นฮอร์โมน การคุมกำเนิดโดยการใช้ฮอร์โมน เช่น ยาฉีด ยาฝัง บางคนเป็นกรรมพันธุ์ ฯลฯ

แต่ในบางคน เหตุที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอเพราะมีโรคซ่อนอยู่ ดังนั้น หากคิดจะกินยาขับประจำเดือนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งมีข้อห้ามสำหรับคนที่เป็นโรคมะเร็งเต้านม โรคเนื้องอกมดลูก โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือช็อกโกแลตซีสต์ โรคหลอดเลือดอุดตัน โรคหัวใจ ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาดูก่อนว่าจำเป็นต้องรักษาประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือไม่

วิธีทำให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ

1. ดูแลน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หากผอมมากหรืออ้วนมาก จะทำให้ฮอร์โมนไม่ปกติประจำเดือนจึงมักมาไม่ปกติตามไปด้วย

2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ไม่หักโหม คนที่ออกกำลังกายหนัก เช่น นักกีฬา ประจำเดือนมักมาไม่ปกติ ไม่สม่ำเสมอ หรือขาดหายไป

3. ไม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และใช้สารเสพติด สิ่งเหล่านี้ทำให้มดลูกอักเสบฮอร์โมนผิดปกติ

4. มีวิธีรับมือกับความเครียด เพราะการไม่ได้พักผ่อน นอนไม่หลับ ทำให้ฮอร์โมนไม่ปกติ

5. ไม่ซื้อฮอร์โมนมากินเอง ปัจจุบันมีฮอร์โมนเพศหญิงอยู่ในรูปของสมุนไพรอาหารเสริม ซึ่วางขายโดยมักบอกสรรพคุณว่าช่วยขับประจำเดือน ทำให้ผิวพรรณดี ช่องคลอดกระชับ ฯลฯ หากเสริมฮอร์โมนในขณะที่มีระดับฮอร์โมนปกติจะทำให้ฮอร์โมนเสียสมดุลจนประจำเดือนไม่ปกติได้

6. เมื่อประจำเดือนมาไม่ปกติหรือมาไม่สม่ำเสมอ ควรปรึกษาแพทย์ ในบางกรณีต้องรักษา แต่ในบางกรณีเป็นเรื่องธรรมดาจึงอาจไม่ต้องรักษา

หวังว่าคุณส้มเช้งคงได้รับความกระจ่างแล้วนะคะ ไว้พบกันใหม่ปักษ์หน้าสำหรับปักษ์นี้ สวัสดีค่ะ

จากคอลัมน์เปิดห้องหมอสูติ นิตยสารชีวจิต ฉบับ 398 (1 พฤษภาคม 2558)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

นวดมดลูก ช่วยให้มดลูกแข็งแรงด้วยวิธีธรรมชาติ แก้ปวดประจำเดือน

เทคนิครับมือวันแดงเดือด หยุดสิว ลด ปวดประจำเดือน

4 วิธีแก้ ปวดท้องประจำเดือน ให้อยู่หมัด

keyboard_arrow_up