วิธีป้องกัน โรคหลอดเลือดแดงตีบแข็ง

โรคหลอดเลือดแดงตีบแข็ง
โรคหลอดเลือดแดงตีบแข็ง

วิธีป้องกัน โรคหลอดเลือดแดงตีบแข็ง

by นายแพทย์สันต์ ใจยอดศิลป์

 

“มีโรคประหลาดชนิดใหม่เกิดขึ้นอีกแล้วหรือ” ไม่ใช่หรอกครับ โรคหลอดเลือดแดงตีบแข็ง ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Atherosclerosis  ก็แปลว่า หลอดเลือดแดงตีบแข็ง นั่นแหละ แท้จริงมันเป็นโรคเพียงหนึ่งเดียว แต่คนนิยมเอาไปเรียกชื่อตามอวัยวะที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic Heart Disease) หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Acute MI) บ้างโรคอัมพาตหรืออุบัติการณ์หลอดเลือดในสมอง (CVA) บ้าง โรคความดันเลือดสูงชนิดปฐมภูมิ (Primary HT) บ้างโรคไตเรื้อรังชนิดปฐมภูมิบ้าง

ทั้งหมดนี้มีโคตรเหง้าศักราชมาจากเรื่องเดียวกัน คือโรคหลอดเลือดแดงตีบแข็งทั้งสิ้น แต่ละคนก็เรียกต่างกันไป สุดแล้วแต่ว่าโรคจะไปสำแดงเดชที่อวัยวะไหน

ยิ่งไปกว่านั้น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นโรคยอดนิยมของวัยรุ่นยุคใหม่ก็ยังเป็นโรคพี่น้องกับโรคนี้ คือ เป็นเบาหวานต้องมีหลอดเลือดแดงตีบแข็งและต้องตาย เอ๊ย…ไม่ใช่ ส่วนใหญ่ตายด้วยโรคหลอดเลือดแดงตีบแข็งไม่ได้ตายด้วยเบาหวานดอก

ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยที่ศึกษาจากการชันสูตรสมองของคนเป็นโรคอัลไซเมอร์พบว่า นอกจากจะพบเซลล์สมองงอก่องอขิงและมีสารแอมีลอยด์แทรกอันเป็นเอกลักษณ์ของโรคอัลไซเมอร์แล้ว ยังพบหลอดเลือดแดงตีบแข็งในหลอดเลือดเล็ก ๆ ที่เลี้ยงสมองนั้นด้วยเสมอ ไม่แน่นะ ทำไปทำมาโรคอัลไซเมอร์ก็อาจจะเป็นอีกสาขาหนึ่งของโรคหลอดเลือดแดงตีบแข็งก็ได้

“เออ…แล้วเอาเรื่องความสับสนในการเรียกชื่อโรคของพวกแพทย์มาพูดทำไม จะสอนให้ชาวบ้านเขามีสมองที่สับสนแบบพวกแพทย์เรอะ”

เปล่าพะยะค่ะ ที่เอามาพูดนี้ผมมีวาระซ่อนเร้นอยู่ 3 วาระ คือ

(1) โรคหลอดเลือดแดงตีบแข็งและโรคบริวารของมันทั้งหมดที่เรียกเหมาเข่งว่า “โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” เนี่ยมันเริ่มเป็นกันมาตั้งแต่วัยเด็ก ไม่ใช่มาเป็นเอาตอนแก่เหนียงยานแล้วอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจกัน

(2) โรคหลอดเลือดแดงตีบแข็งที่ว่าทำให้คนตายเป็นเบือและล้างผลาญเงินงบประมาณในการดูแลรักษาจนจะพาหลาย ๆ ประเทศล้มละลายนี้ จริงๆ แล้วมันเป็นโรคที่ป้องกันได้

(3) ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดแดงตีบแข็งที่ว่า ใครเป็นแล้วไม่หายต้องตายลูกเดียวนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดความเป็นจริงคือเราพลิกผันให้มันถอยกลับได้ แปลไทยให้เป็นไทยว่า “หายได้”

ทั้งหมดที่ผมพูดมานี้ไม่ได้นั่งเทียนหรือยกเมฆพูดนะครับ แต่พูดตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระดับมาตรฐานน่าเชื่อถือที่มีคนทำวิจัยกันไว้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เอาในประเด็นที่ว่าโรคนี้มันเริ่มเป็นตั้งแต่อายุน้อยก่อน หลักฐานยืนยัน ข้อแรกคือ งานวิจัยที่รวบรวมผลการผ่าพิสูจน์ศพทหารหนุ่มๆ ที่ตายในสนามรบหลายครั้ง นับตั้งแต่สงครามเกาหลีเป็นต้นมา ทุกครั้งให้ผลเหมือนกันหมดว่า ทหารหนุ่มที่ฟิตเปรี๊ยะเหล่านั้นมีโรคหลอดเลือดแดงตีบแข็งเกิดขึ้นแล้ว บางคนเป็นมากถึงขั้นมีรอยตีบที่มีนัยสำคัญขึ้นที่หัวใจแล้ว เพียงแต่ว่ายังไม่มีอาการให้เห็นเท่านั้นเอง

อ่านต่อหน้าที่ 2

 

โรคหลอดเลือดแดงตีบแข็ง

งานวิจัยอีกกลุ่มหนึ่งเป็นรายงานจากการผ่าศพเด็กฝรั่งที่ตายด้วยโรคอื่นพบว่า เด็กเกือบทุกคนมีไขมันพอกหลอดเลือดเป็นเส้นยาว (Fatty Streak) ซึ่งเป็นปฐมบทของการเป็นหลอดเลือดแดงตีบแข็งอยู่แล้วตั้งแต่วัยเด็ก

เรื่องนี้ผมรู้มาตั้งนานแล้ว สมัยผมเรียนผ่าตัดหัวใจอยู่เมืองนอก เวลาเด็กตาย ผมต้องผ่าศพตรวจหัวใจทุกซอกทุกมุม และเห็นเด็กอายุ 9 ขวบ 10 ขวบเป็นหลอดเลือดหัวใจตีบเรียบร้อยแล้ว

พอผมกลับมาเมืองไทย สมัยนั้นไม่มีคนไทยเป็นโรคนี้ ผมหาคนไข้ผ่าตัดไม่ได้เลย คนไข้คนแรกของผมอายุ 83 ปี นับตั้งแต่นั้นมาคนไข้ที่ผมผ่าตัดก็อายุน้อยลง ๆ คนสุดท้ายที่ผมผ่าตัดบายพาสก่อนบอกลาอาชีพหมอผ่าตัดหัวใจมีอายุ 27 ปีเท่านั้นเอง

ประเด็นที่ว่าโรคนี้ป้องกันได้นั้นมีหลักฐานมาจากสองส่วน ส่วนที่หนึ่ง คือ หลักฐานเชิงระบาดวิทยา ที่บ่งชี้ว่าชุมชนหรือประเทศที่กินแต่พืชผักผลไม้นั้นหาคนเป็นโรคหลอดเลือดแดงตีบแข็งแทบไม่ได้เลย ส่วนที่สองเป็นหลักฐานที่แสดงว่าโรคลดจำนวนลงหากมีการแทรกแซงด้วยการจัดการปัจจัยเสี่ยงของโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนอาหารเพื่อลดไขมันในเลือด

ตัวอย่างที่ชัดมากคือชุมชนคาเรเลีย (Karelia) ในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอาหารการกินในชุมชนขนาดใหญ่ทำให้การป่วยและการตายจากโรคลดลงไปถึงร้อยละ 75 ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา

ประเด็นที่ว่าโรคนี้รักษาให้หายได้นั้น ผมไม่ได้หมายถึงการทำบอลลูนบายพาส หรือแม้แต่การใช้ยาลดไขมันหรือยาลดความดันนะครับ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้โรคหาย แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าโรคนี้หายได้นั้นมาจากสองทาง

ทางหนึ่งคือ หลักฐานจากการปรับอาหารในคนไข้อย่างเข้มงวดไปสู่การไม่กินเนื้อสัตว์เลย กินแต่อาหารจากพืชอาหารไขมันต่ำ หรือไม่มีการใช้น้ำมันเลย

อีกทางหนึ่งคือ การปรับการใช้ชีวิตในสี่ด้านรวมกัน คือ การกินอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ ร่วมกับการออกกำลังกายการจัดการความเครียด และการเข้ากลุ่มเพื่อนเกื้อกูล

ในส่วนหลังนี้ปัจจุบันมีความคืบหน้ามากขึ้น จนบางรัฐในสหรัฐอเมริกา ยอมให้คนไข้เบิกจ่ายเงินค่ารักษาไปเข้าคอร์สปรับวิถีชีวิตได้ เหมือนเบิกจ่ายค่ายาหรือค่าผ่าตัด

การป้องกันและรักษาโรคนี้ต้องทำกันทุกคนตั้งแต่เด็กจนถึงแก่เฒ่า แต่ไฮไลต์ของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ว่า ในยามที่สังคมไทยไม่มีใครลุกขึ้นมานำชุมชนกวาดล้างโรคแบบแคว้นคาเรเลีย การจะป้องกันหรือทำให้โรคหลอดเลือดแดงแข็งหาย คนที่จะทำได้มีอยู่คนเดียวนะ ครับ…คือตัวคุณเองนั่นไง

จาก คอลัมน์ WELLNESS CLASS นิตยสารชีวจิต ฉบับ 418 (1 มีนาคม 2559)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

4 อาหารบำรุงหัวใจ ให้แข็งแรง

4 อาการ เสี่ยงโรคหัวใจ ภัยใกล้ตัวคนทำงาน

7 Easy Tips ดูแลหัวใจให้แข็งแรงด้วยศาสตร์จีน

keyboard_arrow_up