นวดมดลูก ช่วยให้มดลูกแข็งแรงด้วยวิธีธรรมชาติ แก้ปวดประจำเดือน

นวดมดลูก
นวดมดลูก

นวดมดลูก ช่วยให้มดลูกแข็งแรงด้วยวิธีธรรมชาติ

แก้ปวดประจำเดือน

 

Question :

ดิฉันสงสัยเรื่องการนวดมดลูกเพื่อแก้ปัญหาประจำเดือนและช่วยให้มีลูกง่ายค่ะ เคยลองไปนวดกับคุณยายท่านหนึ่ง เพราะต้องการแก้ปัญหาปวดประจำเดือน ใช้เวลานวดประมาณ 30 นาที ขณะนวดรู้สึกเจ็บเหมือนกันค่ะ

คุณยายบอกว่า มดลูกดิฉันคล้ายใบบัว เป็นลักษณะที่มีลูกง่าย หลังจากนวด 2 วัน ประจำเดือนก็มาและรู้สึกปวดน้อยลง จึงอยากเรียนถามคุณหมอว่า การนวดแผนโบราณเช่นนี้ช่วยแก้ปัญหาปวดประจำเดือนและช่วยให้มีลูกง่ายจริงหรือไม่ และมีข้อควรระวังอย่างไรบ้าง

นวดมดลูก

Answer :

การนวดมดลูกเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้มดลูกแข็งแรงด้วยวิธีธรรมชาติ เป็นศาสตร์การแพทย์แผนตะวันออกตามตำราแพทย์แผนไทยเชื่อว่า การนวดเช่นนี้ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงมดลูก ท่อรังไข่ และรังไข่ได้ดีขึ้นเพิ่มออกซิเจนในกระแสเลือด ส่งผลให้กล้ามเนื้อมดลูกแข็งแรง จึงสามารถรองรับตัวอ่อนที่เกิดจากการปฏิสนธิได้ดี

เมื่อการผลิตฮอร์โมนเพศหญิงจากรังไข่ดีขึ้นจึงช่วยให้มีลูกง่าย ที่สำคัญ เมื่อท่อนำไข่เคลื่อนไหวได้ดี จึงเพิ่มโอกาสการผสมระหว่างไข่กับอสุจิที่เกิดขึ้นในท่อรังไข่สูงขึ้น

สุดท้าย ช่วยให้มดลูกสามารถบีบไล่เลือดประจำเดือนได้ดี ลดอาการปวดประจำเดือน และขับสารพิษ ของเสียหรือของตกค้างที่อยู่ในโพรงมดลูกออกได้

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า การนวดมดลูกช่วยกระชับมดลูกที่หย่อนคล้อยให้กลับมาอยู่ตำแหน่งเดิม อีกทั้งความรู้สึกสบายจากการนวดทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขเอนดอร์ฟิน ลดความเครียดและความเจ็บปวดช่วยบรรเทาอาการปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ และปวดประจำเดือนได้

การนวดมดลูกมีข้อดีเหมือนศาสตร์อื่น ๆ ของการแพทย์แผนตะวันออก คือ เป็นวิถีธรรมชาติ ไม่ต้องรับสารเคมีหรือของแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย ทำง่าย ไม่ต้องมีเครื่องมือหรือเสียค่าใช้จ่ายสูง และสามารถทำได้ด้วยตนเอง แต่ข้อเสีย คือ ไม่มีผลรับรองทางวิทยาศาสตร์หรือหากมีก็เป็นงานวิจัยที่มีจำนวนประชากรน้อย ยังไม่อาจสรุปผลได้ จึงต้องระวังผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้น

วิธีการนวดมดลูกด้วยตนเอง 

1. ใช้น้ำมันหล่อลื่นทาหน้าท้อง เพื่อให้นวดได้ง่ายและไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ

2. นอนหงาย ชันเข่าทั้งสองข้าง ใช้หมอนหนุนส่วนสะโพกให้ยกขึ้น

3. ใช้สองมือประสานกันแล้วกดลงไปที่ท้องน้อยบริเวณชิดกระดูกหัวหน่าว แล้วค่อย ๆ โกยขึ้นมา

4. ใช้ปลายนิ้วของทั้งสองมือกดคลึงบริเวณท้องน้อยและคลึงไปทั่ว ๆ หน้าท้อง

5. กางนิ้วมือทั้งสองข้าง โดยให้นิ้วโป้งซ้ายจรดนิ้วโป้งขวา ใช้นิ้วโป้งทั้งสองกดลงที่ท้องน้อยเหนือหัวหน่าวส่วนนิ้วมือที่เหลือกดลงบนกระดูกอุ้งเชิงกราน ค่อย ๆ ผ่อนแรงกดลง แล้วค่อย ๆ กดลงไปใหม่

อ่านต่อหน้าที่ 2

 

นวดมดลูก

ข้อควรระวังในการนวดมดลูก

1. องค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนปัจจุบันอธิบายว่า มดลูกที่มีขนาดปกติคือความกว้าง x ยาว x หนา อยู่ที่ 5 x 7 x 4 เซนติเมตร ไม่สามารถนวดได้ เพราะมีขนาดเล็กและตั้งอยู่ในอุ้งเชิงกรานที่มีกระดูกล้อมรอบ ในกรณีที่ตั้งครรภ์หรือมดลูกโตเพราะมีเนื้องอก จึงไม่ควรนวดเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้แท้งหรือตกเลือดได้

2. ผู้นวดมดลูกควรมีความรู้ว่า บริเวณหน้าท้องที่กำลังนวดมีอวัยวะใดอยู่ข้างใน เช่น ต้องระวังการนวดใต้ชายโครงขวาเพราะมีตับ และใต้ชายโครงซ้ายเพราะมีม้าม

ไม่ควรนวดในกรณีที่มีความเจ็บป่วย เช่น เป็นโรคไตอักเสบ โรคตับอักเสบเป็นเนื้องอก เป็นถุงน้ำ ฯลฯ ในบางรายที่มีปัญหาเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพองการนวดตรงกลางท้องอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต

3. การนวดมดลูกเพื่อลดการปวดประจำเดือน ขณะมีประจำเดือน สามารถทำได้และได้ผลเฉพาะอาการปวดประจำเดือนปฐมภูมิ คือเป็นการปวดประจำเดือนธรรมดาที่ไม่มีโรคเป็นสาเหตุทำให้ปวดประจำเดือนเท่านั้น หากเป็นการปวดประจำเดือนทุติยภูมิ หรือมีโรคเป็นสาเหตุ จะทำให้อาการปวดประจำเดือนเป็นมากกว่าเดิมและอาการของโรคแย่ลงได้

4. ตามเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ การนวดมดลูกไม่สามารถทำให้มีลูกง่ายได้โดยตรง เพราะไม่สามารถแก้ปัจจัยที่ทำให้มีลูกยาก เช่น โพรงมดลูกตีบตันท่อนำไข่ตีบตัน เป็นโรคเนื้องอกมดลูก เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ อสุจิฝ่ายชายไม่แข็งแรงได้

แต่อาจทำให้มีลูกได้ง่ายทางอ้อม คือ ลดความเครียด ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนออกมาดีขึ้น ช่วยให้ไข่ตกดีขึ้น

5. การนวดมดลูกไม่สามารถแก้ไขปัญหามดลูกต่ำ เพราะไม่สามารถแก้ไขความอ่อนแอของเอ็นพยุงมดลูกหรือกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่อ่อนแอ ทั้งนวดไม่ถึงตัวมดลูกที่เคลื่อนลงไปในช่องคลอด

6. โดยทั่วไปไม่ควรนวดมดลูกหลังไข่ตก หากประจำเดือนมาทุก 28 วัน ไม่ควรนวดมดลูกวันที่ 14 - 21 ของประจำเดือน เพราะการนวดที่รุนแรงอาจทำให้

ไข่และอสุจิเคลื่อนไหวผิดทิศทาง เกิดปัญหาท้องนอกมดลูกได้

7. การนวดมดลูกที่เรียกว่าการโกยมดลูก เพื่อลดอาการปวดหลัง ปวดท้องน้อย และถ่วงท้องในคนตั้งครรภ์นั้นไม่ควรทำ เพราะอาจจะเกิดการแท้งลูกตกเลือด น้ำคร่ำแตก ทารกคลอดก่อนกำหนด ฯลฯ โอกาสเกิดอันตรายจากการนวดมดลูกจะสูงขึ้น หากเด็กทารกในครรภ์อยู่ในท่าไม่ปกติ เช่น ทารกท่าขวาง ท่าก้น มีภาวะรกเกาะต่ำ มีภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด เป็นต้น

8. สำหรับผู้ที่ให้ผู้อื่นนวดมดลูก ต้องระวังการนวดที่รุนแรงหักโหม หากรู้สึกเจ็บ ซึ่งเป็นการเตือนของร่างกาย ไม่ควรฝืนหรืออดทนเอา ควรบอกผู้นวดให้นวดเบา ๆ หรือหยุดนวด

แต่ถ้าต้องการให้หายปวดประจำเดือนถาวร ควรปรับการกินมาเป็นอาหารชีวจิตหรืออาหารสุขภาพ พร้อมกับออกกำลังกายทุกวันค่ะ

จาก คอลัมน์เปิดห้องหมอสูติ  นิตยสารชีวจิตฉบับ 400 (1 มิถุนายน 2558)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

นวดไทย นวดพื้นบ้าน 4 ภาค แก้โรคผู้หญิง โรคออฟฟิศซินโดรม

เช็ค 10 อาการ หายได้ด้วยการนวดไทย

10 ขั้นตอน นวดประคบลดบวม อักเสบ ข้อต่อติดขัด

keyboard_arrow_up