เทคนิคกิน วิตามินชะลอวัย เสริมสร้างสุขภาพ สำหรับวัยผู้ใหญ่ 50+

วิตามินชะลอวัย
วิตามินชะลอวัย

เทคนิคกิน วิตามินชะลอวัย

เสริมสร้างสุขภาพ สำหรับวัยผู้ใหญ่ 50+

 

          วิตามินชะลอวัย ที่จะนำเสนอในตอนนี้ อาจหมายถึงทั้งวิตามิน แร่ธาตุ สารอาหารที่จำเป็นสำหรับคนที่อายุเลยเลขห้า หรือกำลังจะถึงเลขห้า เพราะร่างกายเริ่มแสดงออกถึงความเสื่อม ความเปลี่ยนแปลง และขาดแคลนบางสิ่งบางอย่างที่เราจำเป็นต้องหาทดแทน ดังนี้

วิตามินบี12

ผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติหรือมีปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหารเสี่ยงขาดวิตามินบี12 เพราะวิตามินชนิดนี้พบในอาหารประเภทเนื้อสัตว์และต้องอาศัยน้ำย่อยในระบบทางเดินอาหารช่วยในการดูดซึม หากขาดวิตามินบี 12 อาจทำให้เกิดโรคโลหิตจางเป็นพิษชนิดเพอร์นิเชียส (Pernicious Anemia)  ทำให้ไขกระดูกผลิตเม็ดเลือดแดงไม่สมบูรณ์  การขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆทั่วร่างกายลดลง สังเกตได้ชัดว่าผู้สูงอายุจะมีผิวซีด  มีอาการคลื่นไส้  หายใจติดขัด  ท้องอืด  น้ำหนักตัวลดลง  มีความผิดปกติของระบบประสาทและการทรงตัว

ปริมาณที่ควรได้รับใน 1 วัน : ชายและหญิงอายุ 60 ปีขึ้นไป ต้องการวิตามินบี12 วันละ 2.4 ไมโครกรัม

วิตามินดี

ช่วยดูดซึมแคลเซียม  ป้องกันโรคกระดูกอ่อนในวัยสูงอายุ (Osteomalacia) ซึ่งเกิดจากการขาดวิตามินดีและแคลเซียม  ส่งผลให้กระดูกบริเวณขา  ไขสันหลัง  และเชิงกรานมีรูปร่างผิดปกติ  อาการ ที่ปรากฏชัดคือ  หลังโกง  ปวดข้อ  ปวดกระดูก  และเนื่องจากวิตามินดีเป็นตัวพาแคลเซียมไปสะสมที่ฟัน หากร่างกายขาดวิตามินดีจะทำให้ฟันผุง่าย

ปริมาณที่ควรได้รับใน 1 วัน : ชายและหญิงอายุ 60 ปีขึ้นไปต้องการวิตามินดีวันละ 10 – 15 ไมโครกรัม

วิตามินชะลอวัย

วิตามินอี

เป็นสารแอนติออกซิแดนต์  ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆภายในร่างกาย  รวมถึงชะลอความเสื่อมของสมอง โดยงานวิจัยจากสมาคมแพทย์อเมริกัน (American Medical Association)  ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Archives of Neurology วิเคราะห์อาหารประจำวันของชายและหญิง 2,889 คน  อายุ65 – 102 ปี  พบว่าการได้รับวิตามินอีจากอาหารอย่างเพียงพอมีผลช่วยชะลอความเสื่อมของสมองในผู้สูงอายุ  ส่งผลให้มีความจำดีกว่าคนในวัยเดียวกัน

ปริมาณที่ควรได้รับใน 1 วัน : ชายและหญิงอายุ 60 ปีขึ้นไป ต้องการวิตามินอีสูงสุด  คือวันละ 15 มิลลิกรัม

แคลเซียม

ช่วยชะลอการสลายมวลกระดูกให้ช้าลง  หากคนวัยนี้เคลื่อนไหวร่างกายน้อยหรือขาดการออกกำลังกาย  เช่น  นั่งรถเข็นหรือนอนพักฟื้น ความแข็งแรงของกระดูกจะยิ่งลดลง  ทั้งนี้ยารักษาโรคบางชนิด  เช่น  โรคหืด  โรคความดันโลหิตสูง  โรคหัวใจ  หากกินติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจมีผลต่อการลดความหนาแน่นของมวลกระดูก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนอีกด้วย

ปริมาณที่ควรได้รับใน 1 วัน : ชายและหญิงอายุ 60 ปีขึ้นไปต้องการแคลเซียมสูงสุด  คือวันละ 1,000 มิลลิกรัม

หากรู้สึกว่าไม่สามารถกินสารอาหารเหล่านี้ได้อย่างเพียงพอในแต่ละวัน สามารถกินเป็นรูปแบบอาหารเสริมได้ค่ะ

(สนับสนุนข้อมูล : คอลัมน์เรื่องพิเศษ นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 379)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

4 เทคนิคกิน วิตามินต้านมะเร็ง จากอาหารทั่วๆ ไป

เช็กร่างกาย อาการแบบนี้ต้อง กินวิตามิน อะไรบ้าง

บ.ก.ขอตอบ : วิธีกิน วิตามิน บี บำรุงสมองและประสาท แก้อาการชา

keyboard_arrow_up