ประสบการณ์สุขภาพ สู้อาการแพ้เคมีบำบัด มะเร็งลำไส้ใหญ่ เยียวยาด้วยน้ำอาร์ซี

มะเร็งลำไส้ใหญ่ น้ำอาร์ซี
มะเร็งลำไส้ใหญ่ น้ำอาร์ซี

สู้อาการแพ้เคมีบำบัด มะเร็งลำไส้ใหญ่

อาการแพ้เคมีบำบัด มะเร็งลำไส้ใหญ่ เยียวยาด้วยเครื่องดื่มตามแนวทางชีวจิต “น้ำอาร์ซี”

คุณเห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า “ธรรมชาติซ่อนสิ่งมหัศจรรย์ไว้มากมาย และรอคอยให้มนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเราไปค้นพบเข้าสักวันหนึ่ง” หรือไม่คะ

ถ้าย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน เรารู้จัก น้ำอาร์ซี เพียงในฐานะน้ำที่ ช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่า มีเรี่ยวมีแรง แต่ถึงวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเสียงตอบรับในสรรพคุณเยียวยาโรคอื่นๆ ของน้ำอาร์ซีก็ดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

วันนี้ประสบการณ์สุขภาพของ คุณเชาว์ พงศ์พิสุทธิ์ ผู้บริหารวัย 59 ปี (ขณะนั้น) ก็จะเป็นอีกหนึ่งเสียงที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวของ น้ำอาร์ซีที่ช่วยพลิกชีวิต ของเขาให้เราได้ฟังกัน

ความผูกพันกับน้ำอาร์ซีตลอด 6 ปี ในฐานะเพื่อนรักที่ช่วยให้เขารอดพ้นปากเหยี่ยวปากกา ในเรื่องปัญหาสุขภาพจะน่าสนใจอย่างไรไปคุยกับคุณเชาว์กันค่ะ

 

อ่านต่อหน้าที่ 2

 

น้ำอาร์ซีฟื้นฟูร่างกาย

จากพฤติกรรมการกินผิดและความเครียดที่มีอย่างต่อเนื่องครั้นถึงกลางปี พ.ศ. 2545 ร่างกายที่เคยแข็งแรงดีของคุณเชาว์ ก็เกิดอาการผิดปกติขึ้นที่ระบบขับถ่าย แม้จะพยายามแก้ไขด้วยตัวเอง แต่อาการก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

“ปกติชอบกินพวกเป็ดรมควัน เนื้อย่าง มีเรื่องเครียดบ้างกลับบ้านก็กินพวกนี้ แล้วก็เริ่มถ่ายไม่ออก ท้องผูก ถ่ายออกมาสีคล้ำๆ เหมือนมีเลือดปน เจ็บท้องน้อยบริเวณใต้สะดือ กินยาธาตุน้ำขาว ใช้ยาสวน แต่ไม่หาย”

จนเมื่อเข้ารับการรักษา คุณเชาว์ก็ได้รับข่าวร้ายว่าป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย

“ตอนนั้นหมอบอกว่าโอกาสหาย 50 / 50 หน้าเราชาไปหมดหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต เครียด เก็บเรื่องนี้เป็นความลับไม่ยอมบอกใครเลย หมอนัดให้ไปผ่าตัด เราก็ผ่า”

หลังจากเข้ารับการผ่าตัดเรื่องร้ายๆ ก็ยังไม่ผ่านพ้นไป เพราะคุณเชาว์ยังต้องเจอกับมรสุมลูกใหม่ที่ตามมาติดๆ นั่นคือ การรับยาเคมีบำบัดอีก 6 คอร์ส

มะเร็งลำไส้ใหญ่“คีโมคอร์สแรกกินแล้วแพ้นิดหน่อย มือและปลายนิ้วผิวจะบางๆ ที่ฝ่าเท้าก็จะมีน้ำคั่งอยู่ แต่โชคดีที่ช่วงนั้นพี่สาวกับลูกซื้อหนังสือของอาจารย์สาทิสมาให้ พอได้อ่าน มีความหวังขึ้นมาเลยเราไม่ตายแล้ว และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่ผมรู้จักกับน้ำอาร์ซี”

ตลอดเวลาที่คุณเชาว์ต้องต่อสู้กับโรคร้าย คุณมะปราง พงศ์พิสุทธิ์ ภรรยา ก็ได้ทำหน้าที่สำคัญในการดูแลสุขภาพของสามีเธอตั้งอกตั้งใจทำความเข้าใจกับองค์ความรู้ต่างๆ จากหนังสือโดยละเอียด ซึ่งก็ได้พบคำตอบว่า สามารถใช้วิธีนี้ควบคู่ไปกับการรักษาแผนปัจจุบันได้ เมื่อความมั่นใจเกิด ทั้งสองคนจึงเดินหน้าอย่างเอาจริงเอาจัง

ในที่สุดน้ำอาร์ซีก็ถูกนำมาใช้แทนอาหารขณะที่การรักษาด้วยเคมีบำบัดเข้าสู่คอร์สที่ 2

“พอเข้าคอร์สที่ 2 เราเริ่มเบื่ออาหาร กินอะไรไม่ได้เลย ผลักจานออกตลอด คอร์สที่ 2 คอร์สที่ 3 เราแย่มากเลย”

คุณมะปรางเห็นว่าคุณเชาว์มีอาการเบื่ออาหาร ไร้เรี่ยวแรงจึงให้ความสนใจกับเครื่องดื่มเป็นพิเศษ น้ำอาร์ซีอุ่นๆ ถ้วยแรกจึงถูกเสิร์ฟให้ผู้ป่วยซึ่งขณะนั้นกินอะไรไม่ได้เลย และในที่สุดก็กลายเป็นอาหารหลักที่คุณเชาว์ดื่มทดแทนอาหารปกติ

“ชิมรสชาติครั้งแรกมันไม่ค่อยอร่อย แต่พอได้กินแล้วดี กลับมีแรง กระปรี้กระเปร่า สำหรับผม ผมดื่มน้ำอาร์ซีแล้วไม่กินข้าวยังได้เลย”

หลังจากพ้นช่วงวิกฤติ คุณเชาว์ยังคงดื่มน้ำอาร์ซีในปริมาณมากเช่นเดิม แล้วก็เห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายชัดเจนยิ่งขึ้น

“หลังจากให้เคมีบำบัดช่วงแรกๆ เราจะดื่มแทนน้ำเลย ต้มชุดแรกก็ดื่มตั้งแต่ตีห้าถึงเที่ยงวัน แล้วก็ต้มชุดที่สองไว้สำหรับดื่มช่วงบ่ายถึงค่ำ ข้าวอาร์ซีเราก็เอามาทำข้าวต้มบ้าง เอามาหุงบ้างช่วยได้เยอะ ทำให้ฟื้นตัวเร็ว ช่วยให้มีกำลังมากพอที่จะเดินเหินได้พอร่างกายฟื้นดี ผมก็กลับมากินข้าวกินปลาได้เหมือนเดิม”

เพียงไม่นานอาการแพ้ที่เกิดขึ้นก็บรรเทาเบาบางลง ทั้งอาการไวต่อสัมผัสที่ปลายนิ้วมือ และอาการมีน้ำที่ฝ่าเท้า อย่างไรก็ดี แม้สุขภาพจะดีขึ้นตามลำดับ คำพูดของคุณหมอที่ว่า

“ต้องคอยติดตามดูอาการต่อไปสัก 5 ปี ต้องระวังไม่ให้กระจายถ้าคุณสามารถผ่านไปได้ก็มีโอกาสหายสูง แต่ถ้ากลับมาเป็นอีกก็มาว่ากันอีกที” ก็ยังอยู่ในใจของคุณเชาว์ตลอดเวลา

แต่ละวันในชีวิตต่อไปนี้ช่างมีความหมาย คุณเชาว์จะจัดการกับชีวิตตัวเองอย่างไร ให้ห่างไกลจากมะเร็งร้ายที่คอยจ้องจะกลับมาไปเอาใจช่วยกันค่ะ

 

อ่านต่อหน้าที่ 3

ดื่มน้ำอาร์ซีต้านมะเร็ง

อาการของคุณเชาว์ค่อยๆ ดีวันดีคืน แต่หลังจากผ่านการให้เคมีบำบัดมาเพียงไม่กี่เดือน คุณเชาว์ก็ต้องเจอกับอาการพังผืดขึ้นในบริเวณลำไส้ เนื่องจากไม่ได้ออกกำลังกาย ทำให้เขาต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้ง ซึ่งการผ่าตัดในครั้งนี้ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงไปมากกว่าคราวก่อน

“หมอสั่งให้งดอาหาร ผอมโซเลย น้ำหนักลดไปหลายกิโลเพราะเขาต้องการให้พังผืดที่ลำไส้คลายตัวเอง แต่ครั้งนี้เรามีกำลังใจไม่กลัวเลย เพราะรู้ว่ามีของดีอยู่กับตัวแล้ว คิดว่าผ่าเสร็จ เราก็กลับมาดื่มอาร์ซี?มากินอาหารชีวจิต ร่างกายก็คงไม่มีปัญหา หลังผ่าตัดดื่มน้ำอาร์ซีแทนน้ำไปเลย ก็ปรากฏว่าหลังจากผ่าตัดคราวนี้ร่างกายฟื้นตัวเร็วมากกว่าคราวที่แล้วอีก ออกจากโรงพยาบาลวันนี้นั่งรถกลับไปที่โคราช วันรุ่งขึ้นก็ไปทำงานได้เลย”

หลังจากการผ่าตัดครั้งนี้ คุณเชาว์พกกระติกน้ำอาร์ซีติดตัวไปทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ทำงาน ไปดูงานต่างจังหวัดไกลๆ หรือเดินทางกลับบ้านที่กรุงเทพฯ เพราะช่วยให้รู้สึกสดชื่นตลอดวัน ที่สำคัญ

คุณเชาว์บอกว่าสามารถทำงานได้โดยไม่เหลือคราบคนเป็นมะเร็งแม้แต่น้อย

น้ำอาร์ซี เครื่องดื่มสุขภาพ มะเร็งลำไส้ใหญ่ ชีวจิต

“วันแรกที่หิ้วกระติก คนที่ทำงานก็แปลกใจกันเหมือนกันว่าน้ำอะไร แต่ทุกคนก็รู้ว่าเราป่วยอยู่นะ เชื่อไหมว่า ดื่มแล้วเราเดินดูงานได้ทั้งวันไม่เหนื่อยเลย อย่างถ้าต้องเดินทางไปดูงานต่างจังหวัดก็พกไปด้วย เขานั่งกินนั่งดื่มอะไรกัน เราก็รินอาร์ซีของเราดื่ม (หัวเราะ) ช่วยได้เยอะทีเดียว แต่ถ้าวันไหนไม่ได้ดื่มออกจะเพลียๆ ซึ่งก็คงไม่ดีกับตัวเราเท่าไร”

จากการดื่มน้ำอาร์ซีอย่างต่อเนื่อง และดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทำให้ร่างกายคุณเชาว์แข็งแรงขึ้นตามลำดับ

 

อ่านต่อหน้าที่ 4

นอกจากประโยชน์ทางตรงที่ได้รับจากน้ำอาร์ซีดังที่กล่าวมาแล้ว คุณเชาว์ยังบอกเคล็ดลับสุขภาพที่น้ำอาร์ซีให้ประโยชน์ในทางอ้อมอย่างที่เราอาจคาดไม่ถึง ซึ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการต้านมะเร็งด้วยว่า

“การดื่มน้ำอาร์ซีช่วยเพิ่มกำลังวังชาให้เราออกกำลังกายได้เต็มที่ จึงทำให้ร่างกายมีภูมิชีวิตที่ดีอีกทางหนึ่ง ก่อนออกวิ่งก็กินหนึ่งแก้ว กลับมาถึงบ้านก็กินอีกหนึ่งแก้ว ดื่มแล้วเราจะมีแรงทุกวันนี้เช้ามาก็วิ่งในบริเวณที่ทำงานชั่วโมงครึ่ง รำกระบอง แถมเย็นอีกครึ่งชั่วโมงได้สบายๆ รู้ได้เลยว่าภูมิชีวิตเราดีขึ้นจริงๆดูง่ายๆ จากการที่เราไปวิ่งกับคนที่รุ่นราวคราวเดียวกันหรืออายุน้อยกว่าเรา เขาออกกำลังกายสู้เราไม่ได้ เขาวิ่งไม่ถึงรอบก็ไม่ไหวแล้วผมก็ยังวิ่งได้สบายๆ”

ด้วยการมีน้ำอาร์ซีติดตัวไปทุกที่ และการดูแลสุขภาพอย่างดีการตรวจหาเชื้อมะเร็งทุกๆ ปีที่ผ่านมา จึงไม่เป็นที่หนักอกหนักใจการตรวจมะเร็งตลอดระยะเวลา 6 ปี กลับทำให้คุณเชาว์ยิ้มกว้างได้เสมอและรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ

“ไปตรวจตามที่หมอนัดก็ไม่พบ เราก็มั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ ปีที่ 3 หมอตรวจแล้วพูดติดตลกว่าใกล้นั่งรถเบนซ์แล้ว ปีที่ 4 แกก็บอกว่าจวนแล้วๆ พอปี 5 แกก็บอกว่านั่งรถเบนซ์แล้วนะ เราก็โล่ง พอปีที่ 6 ก็ตรวจไม่พบอีก หมอก็บอกว่าสบายแล้ว”

ปีนี้จึงเป็นปีแรกที่คุณเชาว์อาจพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า มะเร็งร้ายได้โบกมือลาจากชีวิตเขาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับสุขภาพโดยรวมในตอนนี้ทั้งคุณเชาว์และคุณมะปรางพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แข็งแรงกว่าตอนที่ยังไม่ได้เป็นมะเร็ง และส่วนหนึ่งทั้งสองคนเชื่อว่ามาจากการดื่มน้ำอาร์ซีนี่เอง

“ตั้งแต่เป็นมะเร็ง และสามารถผ่านช่วงวิกฤติมาได้ สุขภาพเราดีกว่าตอนก่อนเป็นมะเร็งเสียอีก เมื่อก่อนจะเป็นหวัดบ่อยๆ เดี๋ยวนี้ไม่เป็นเลย ที่มีวันนี้ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วว่าเป็นเพราะน้ำอาร์ซีและการออกกำลังกายเสริมด้วย ทุกปีช่วงตรวจสุขภาพประจำปีของที่ทำงาน หมอถามว่าโรคประจำตัวเป็นโรคอะไร เราบอกว่าโรคมะเร็ง หมอหัวเราะใหญ่ เพราะเราดูแข็งแรงดี”

ขณะที่คุณมะปราง ภรรยาที่คอยดูแลและเห็นความเปลี่ยนแปลงมาตลอด ยืนยันด้วยเสียงหนักแน่นถึงสุขภาพที่ดีวันดีคืนของสามีว่า

“เขาเป็นคนป่วยที่ไม่เหมือนคนป่วยเลย เพราะดูสดใสอยู่ตลอดเวลา อารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส” ตลอดการพูดคุย นอกจากเรื่องราวความมหัศจรรย์ของน้ำอาร์ซีที่เราได้ยินได้ฟังแล้ว เรายังได้สัมผัสกับความรักความอบอุ่นที่ก่อให้เกิดกำลังใจอันเข้มแข็งของคุณเชาว์ และคุณมะปรางที่จะเดินหน้าดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัดไปด้วยกันต่อไป

ประสบการณ์วันนี้ น้ำอาร์ซีแสดงตัวตนในฐานะผู้ช่วยเยียวยามะเร็ง แต่เชื่อแน่ว่าความมหัศจรรย์ของข้าว 9 ชนิดนี้ยังมีอยู่อีกมากมาย ต้องติดตามกันต่อไปค่ะ

น้ำอาร์ซี เครื่องดื่มสุขภาพ ชีวจิต มะเร็งลำไส้ใหญ่

วิธีการเลือกซื้อข้าวอาร์ซีคุณภาพของคุณมะปราง

ไม่ควรซื้อข้าวอาร์ซีครั้งละมากๆ หรือซื้อแบบกระสอบ เพราะถ้าร้านเขาเก็บไม่ดีหรือเราซื้อมาแล้วเก็บไม่ดีจะเหม็นหืนได้ง่ายแบบกระสอบจะเหม็นอับเร็วเช่นกัน ควรซื้อแบบแยกเป็นสัดส่วนหีบห่อได้มาตรฐาน

จากคอลัมน์ประสบการณ์สุขภาพ นิตยสารชีวจิต ฉบับ 238 (1 กันยายน 2551)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

ประสบการณ์สุขภาพ ไม่มีชีวจิต ไม่มีชีวิตสุขภาพ หายขาดจาก ไตวาย

ประสบการณ์สุขภาพ หักดิบชีวิต ใช้ชีวจิตสู้ มะเร็งลำไส้ หายขาด

ประสบการณ์สุขภาพ มหัศจรรย์วิถีชีวจิต เพิ่มเกร็ดเลือด สยบ เอสแอลอี อยู่หมัด

keyboard_arrow_up