ประสบการณ์สุขภาพ ไม่มีชีวจิต ไม่มีชีวิตสุขภาพ หายขาดจาก ไตวาย

ไตวาย
ไตวาย

ไม่มีชีวจิต ไม่มีชีวิตสุขภาพ หายขาดจาก ไตวาย

 

ยี่สิบกว่าปีมาแล้วที่ คุณวัชรา กิจเจริญ หรือคุณตุ่ม อายุ 41 ปี (ขณะนั้น) ต้องเผชิญมรสุมรุมเร้าตั้งแต่วัยสาวด้วย โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า โรคเอสแอลอี ทำให้ต้องเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลมาตลอด

ขณะที่เธอเองก็ไม่ทราบว่าโรคนี้มีที่มาที่ไปเช่นไร จึงได้เพียงแค่ทานยาและรักษาไปตามอาการเท่านั้น มิหนำซ้ำเรื่องอาหารการกินก็ค่อนข้างตามใจปาก และเนื่องจากทำแต่งาน จึงขาดการออกกำลังกาย แต่ด้วยในใจคิดว่าเพราะตัวเองยังสาว การดูแลสุขภาพจึงเป็นเหมือนเรื่องไกลตัวสำหรับคนในวัยนี้ที่ยังกระฉับกระเฉง

จนเมื่อปี พ.ศ. 2532 เธอต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปอยู่ต่างแดนกับพี่สาว ซึ่งย้ายไปทำงาน ณ สถานทูตในประเทศเยอรมนี โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เธอได้เพียงหวังพบฝันดีๆ โอกาสดีๆ สักครั้งในชีวิต

อุบัติโรคไต ณ ต่างแดน 

ณ ดินแดนใหม่แห่งนี้ ประเทศเยอรมนี

ช่วงนั้นเราอายุ 29 ปี พอไปถึงเยอรมนี เราก็ขาดการติดต่อจากหมอ ไม่ได้เช็คหรือรักษาต่อเลย มีเพียงแค่ยาซึ่งถือไปกินบางส่วน

หลังจากอยู่เยอรมนีได้ 1 ปี 3 เดือน อาการเดิมที่เคยเป็นอยู่ก็กำเริบขึ้น และลามไปถึงไต ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นพรวดพราดเกือบ 10 กิโลกรัมในเวลาเพียงไม่กี่เดือนจากอาการบวมน้ำ ซึ่งทำให้เธอต้องไปพบหมอโดยเร็ว

คุณหมอระบุว่าเธอป่วยเป็นโรคไต ซึ่งเป็นผลพวงมาจากโรคเอสแอลอี ต้องนอนพักรักษาที่โรงพยาบาลอยู่ 57 วัน ระหว่างนั้นคุณหมอทำวิธีพลาสมาเพื่อช่วยเพิ่มแอลบูมิน ซึ่งเป็นโปรตีนตัวสำคัญที่รักษาสมดุลของน้ำในเลือดและเนื้อเยื่อ

ไต

เมื่ออาการเริ่มเข้าที่เป็นปกติ กลับมาอยู่บ้าน หากต้องเริ่มกิจวัตรใหม่ คือกินยาคุมโรคและพบหมอเป็นประจำทุกเดือน ถึงแม้เธอจะกลับไปทำงานขายที่ร้านซูเปอร์มาร์เก็ตไทยได้เช่นเคย แต่อาการของโรคก็ยังคงทรงๆ ทรุดๆ อยู่ คงเป็นเพราะอาหารการกินที่เลือกมากไม่ได้จะมีก็แต่เนื้อสัตว์และนมเนย ซึ่งล้วนอุดมไปด้วยไขมัน สิ่งที่ทำก็ได้แต่เพียงนึกย้อนถึงวัยเยาว์ยามที่ต้องเด็ดผักริมรั้วจิ้มน้ำพริกกิน ผักหญ้าที่แลดูไม่มีราคาค่างวดในครั้งนั้นกลับมีค่ามากในสายตาเธอเวลานี้ ถึงแม้อาการจะดีบ้าง แต่ดูเหมือนว่าเวลาในแต่ละวันจะผ่านไปด้วยความยากลำบาก เพราะชีวิตต่างบ้านต่างเมืองเต็มไปด้วยความเหงา

กระทั่งในปี พ.ศ. 2544 อาการของโรคไตก็ทรุดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หนักกว่าครั้งใดๆ ถึงขั้นไตไม่ทำงาน หมอสั่งให้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกครั้ง

ตอนนั้นกินอะไรไม่ลง ตัวเราบวมแล้ว ท้องอืดและใหญ่มาก แลดูเหมือนคนท้อง ถ้านั่งอยู่อย่างนี้ ไตทั้งสองข้างจะห้อยย้อยลงมาเป็นถุงน้ำอยู่ด้านหลัง บางครั้งหายใจไม่ออก เดินสักพักก็เหนื่อยแล้ว จะเหนื่อยง่ายมาก

เมื่อพบคุณหมอ เขาบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าไตวาย และต้องเปลี่ยนไต หรือต้องล้างไต

เมื่อคุณหมอตั้งคำถามที่ทำให้เธอรู้สึกว่าวินาทีนั้นช่างยาวนานเหลือเกิน อากาศประเทศเยอรมนีที่ว่าเยือกเย็นแล้วไม่เท่าความหนาวเหน็บในใจเธอ

คุณหมอให้เธอตัดสินใจเพื่อเลือกวิธีการรักษา ซึ่งควรจะเป็นวิธีล้างไตที่มี 2 แบบ ระหว่างการล้างไตทางช่องท้อง ซึ่งสะดวกเพราะทำเองที่บ้านได้ แต่ต้องเจาะช่องท้องและเปลี่ยนถุงน้ำยาวันละ 4 ครั้งทุกวันตลอดไป หรืออีกวิธีคือการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยฝังสายไว้ที่แขน เพื่อนำเลือดออกมาฟอกผ่านเครื่องฟอกก่อนส่งกลับคืนสู่ร่างกาย แต่ต้องไปทำที่โรงพยาบาลสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

นาทีนั้นแม้จะหวาดกลัวเพียงใด เธอบอกหมอว่าจะมาฟอกเลือดที่โรงพยาบาล การรักษาไตด้วยวิธีเช่นนี้นับเป็นเรื่องทรมานมากสำหรับผู้ป่วย เพราะต้องทำกันตลอดชีวิต และต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง หากตอนนั้นไตของเธอไม่สามารถกรองโปรตีนหรือทำงานได้อีกแล้ว ถ้าปล่อยทิ้งไว้ก็มีแต่จะแย่ลง และเธอไม่อยากสูญเสียอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว

อ่านต่อหน้าที่ 2

 

ชี้ทางสว่างด้วยชีวจิต

วันนั้นเธอกลับบ้านด้วยความหมดอาลัยตายอยาก นึกว่าตัวเองอุตส่าห์ดั้นด้นจากเมืองไทยและครอบครัวมา เพื่อจะมาพบกับความทุกข์ยากในต่างแดนอย่างนั้นหรือ

หากแต่โชคยังเข้าข้าง เมื่อ คุณศศิธร และ คุณกนกวรรณ นครศรี เธอเรียกทั้งคู่ว่าคุณอา ผู้เป็นเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตไทยที่เธอทำงานและอาศัยอยู่ด้วย ได้แนะนำและชี้ทางสว่างให้เธอ

คุณอาหยิบนิตยสารชีวจิตมาให้อ่าน ทั้งที่จริงๆ แล้วในร้านมีชีวจิตอยู่แทบทุกเล่ม แต่เราไม่เคยสนใจ ได้เพียงแค่ดูผ่านๆ มาตระหนักอีกครั้งก็เมื่อมาอยู่ที่บ้านคนเดียว เพราะไม่ได้ทำงานต่อ เนื่องจากเหนื่อยง่าย

การได้อยู่คนเดียวเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ก่อตัวให้เธอได้เริ่มคิดทบทวนถึงชีวิต และได้ศึกษาทำความเข้าใจในแนวทางชีวจิตมากขึ้นทุกวันๆ

หลังจากที่อ่านหนังสือชีวจิตตั้งแต่เล่มแรก และได้พบสูตร 14 วันของท่านอาจารย์สาทิส จึงลองทำตามสูตรตั้งแต่นั้นมา

อ.สาทิส

โปรแกรมหลักสูตร 14 วันของชีวจิตตามที่รู้ๆ กันนั้น เพื่อปรับปรุงตัวใหม่ เหมือนกับเอารถเข้าอู่ ปรับแต่งยกเครื่องใหม่ โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนง่ายๆ คือ การล้างพิษของเก่าออก ตั้งระบบใหม่ และบำรุงรักษาร่างกายให้สมบูรณ์ต่อไป ซึ่งเป็นการจัดสมดุลชีวิตประจำวันทุกส่วนให้ถูกต้องและพอดี ได้แก่การกิน การนอน การออกกำลังกาย การทำงาน และการพักผ่อน ซึ่งเธอได้ปรับวิถีใหม่ และสิ่งเหล่านี้ก็เปลี่ยนชีวิตเธอ

 

เมื่อฟอกไต…เป็นเพียงฝัน

คุณไม่ต้องฟอกไตแล้วครับ

เสียงคุณหมอที่ประกาศก้องอยู่ในหูของเธอคล้ายเสียงสวรรค์ เมื่อไปพบหมออีกครั้ง

เพราะผลตรวจค่าโปรตีนในไตลดลงมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจแม้จะยังไม่เข้าเกณฑ์ปกติ แต่ก็ถือว่าไม่เข้าขั้นร้ายแรงจนต้องฟอกเลือดหรือเปลี่ยนไตแต่อย่างใด

หลังจากนั้นเธอก็ให้ชีวจิตเป็นหมอคนใหม่ดูแลความป่วยไข้และสุขภาพของเธอ

ตลอดสามปีที่ผ่านมาได้ดูแลสุขภาพด้วยชีวจิตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เรื่องอาหาร การทำดีท็อกซ์อาทิตย์ละ 1 – 2 ครั้ง คั้นน้ำเอนไซม์จากผักผลไม้สดๆ และดื่มน้ำอาร์.ซี.เป็นประจำ แม้จะปฏิบัติไม่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะรำกระบองได้แค่ท่าสองท่า ก็ต้องยอมแพ้ เนื่องจากเหนื่อยและพานจะเป็นลมเอา

นอกจากการดูแลสุขภาพทางกายแล้ว ผลที่เห็นชัดอีกอย่างก็คือ เรื่องของจิตใจที่แจ่มใสเบิกบาน เพราะทุกๆ เช้าเธอจะตื่นขึ้นมาสวดมนต์ แล้วนั่งสมาธิต่อประมาณ 5 – 10 นาที และเมื่อใดที่ว่างก็จะฟังเทปธรรมะ ซึ่งเธอบอกเล่าว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้จิตใจสงบ อารมณ์ที่ร้อนก็เย็นลงได้

รวมไปถึงกำลังใจดีๆ ที่ได้รับจากแม่และพี่น้องที่พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ทุกวัน รวมถึงคุณอาทั้งสองซึ่งเปรียบเสมือนพ่อแม่บุญธรรมของเธอ เพราะคอยดูแลเธอมาโดยตลอด แม้ในยามที่ต้องอยู่ไกลบ้าน แต่กลับสัมผัสถึงความห่วงใยได้ง่ายๆ ใกล้ใจ

เธอยิ้มแย้มเหมือนตื่นจากฝันร้ายและพูดทิ้งท้ายไว้ว่า

ถ้าไม่ได้ชีวจิต เราคงตายไปแล้ว

ฝันร้ายพ้นผ่านไปแล้ว มีเพียงโลกของความจริงที่ต้องเผชิญ และหยัดยืนด้วยแรงกายและใจที่ส่งกระจายให้ตัวเราและผู้คนรอบข้างได้เสมอ ดังเช่นหญิงแกร่งคนนี้

ไตวาย (Renal  Failure)

หมายถึงภาวะที่เนื้อไตทั้งสองข้างถูกทำลายจนทำงานไม่ได้ หรือได้น้อยกว่าปกติ ทำให้น้ำและของเสียไม่ถูกขับออกมาจึงเกิดการคั่งจนเป็นพิษต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังทำให้เกิดผลกระทบความเป็นกรดด่างในเลือด รวมทั้งเกิดภาวะพร่องฮอร์โมนบางชนิดที่ไตสร้าง การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้นำไปสู่อาการผิดปกติของอวัยวะแทบทุกส่วนของร่างกายเมื่อไตวายถึงระยะสุดท้าย การทำงานของไตจะเหลืออยู่น้อยกว่า 5 หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาที่มากขึ้น เช่น การล้างไตหรือการผ่าตัดเปลี่ยนไต

จากคอลัมน์ประสบการณ์สุขภาพ นิตยสารชีวจิต ฉบับ 157 (16 เมษายน 2548)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

ประสบการณ์สุขภาพ หักดิบชีวิต ใช้ชีวจิตสู้ มะเร็งลำไส้ หายขาด

ประสบการณ์สุขภาพ มหัศจรรย์วิถีชีวจิต เพิ่มเกร็ดเลือด สยบ เอสแอลอี อยู่หมัด

ประสบการณ์สุขภาพ สูตรอาหารชีวจิต สู้ ภูมิแพ้ หายขาดใน 6 เดือน

keyboard_arrow_up