อาหาร เสริมสมอง จากห้องวิจัย

อาหาร เสริมสมอง จากห้องวิจัย

เสริมสมอง …ยาบำรุงสมอง หรือนูโทรปิกส์ (nootropics) ส่วนใหญ่พบวางขายในรูปอาหารเสริมและสารสกัดจากธรรมชาติ โดยมีการกล่าวอ้างถึงประโยชน์ต่อสมอง เช่น เพิ่มการทำงานของสมองด้านการเรียนรู้จดจำ ปกป้องสมองจากสารพิษและอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของสมอง ช่วยให้ผ่อนคลาย รวมถึงมีผลช่วยรักษาอาการทางจิตอีกด้วย

เพราะอาหารเสริมบำรุงสมองในท้องตลาดมีมากมาย จึงคัดมาเฉพาะตัวเด่นๆ ที่สามารถพบได้ในอาหารจากธรรมชาติ และมีผลการวิจัยยืนยันว่ามีประโยชน์ต่อสมองจริง

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพสมอง เสริมสมอง อย่างเร่งด่วน แต่ก่อนตัดสินใจกินอาหารเสริม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ประจำตัวและเภสัชกรทุกครั้งถึงชนิดและปริมาณที่ควรกิน เพื่อความปลอดภัยและให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพค่ะ

 

น้ำมันปลา จัดการไบโพลาร์ ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

ขอยกตำแหน่งอาหารเสริมบำรุงสมองยอดนิยมตลอดกาลให้กับน้ำมันปลา (fish oil) เพราะปัจจุบันไม่ได้มีเฉพาะในรูปแคปซูลเม็ดสีเหลืองใส ยังมีการเติมสารสกัดสำคัญอย่างกรดไขมันโอเมก้า – 3 (omega – 3) ลงในอาหารหลายชนิด เช่น ไข่ไก่ นมผง และผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาพด้านต่างๆ

น้ำมันปลา เสริมสมอง

กรดไขมันโอเมก้า – 3 คือกรดไขมันจำเป็นชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหาร โดยกรดไขมันโอเมก้า – 3 ที่พบในน้ำมันปลามี 2 ชนิด คือ DHA มีชื่อเต็มว่า โดโคซาเฮกซาอีโนอิกแอซิด (Docosahexaenoic Acid) และ EPA มีชื่อเต็มว่า ไอโคซาเพนทาอีโนอิกแอซิด(Eicosapentaenoic Acid)

สำหรับประโยชน์ด้านบำรุงสมอง มีรายงานจากวารสาร The American journal of clinical nutrition พบว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมกินอาหารประจำวันที่มี DHA ต่ำ เช่น ไม่กินปลาหรืออาหารทะเล หากเสริม DHA วันละ 1.16 กรัม  นาน 6 เดือน สามารถช่วยเพิ่มความจำและการตอบสนองของสมองต่อสิ่งเร้า ส่วน EPA วารสาร Clinical Nutrition ให้ข้อมูลสนับสนุนว่า คุณสมบัติลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) และคอเลสเตอรอลร้ายในเลือด (LDL-cholesterol) โดยป้องกันการอุดตันและการเกาะตัวของเกล็ดเลือดซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหลอดเลือด

นอกจากนี้ยังมีรายงานจากวารสาร clinical medicine พบว่า EPA และ DHA มีประสิทธิภาพในการบำบัดโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางอารมณ์ (mood disorder) ซึ่งมีสาเหตุจากการสารสื่อประสาทที่ไม่สมดุล ทำให้สมองทำงานผิดปกติ เช่น โรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ (bipolar depression) อีกด้วย

แม้การเสริมน้ำมันปลาเพื่อรักษาโรคทางจิตเภทยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่หลายการศึกษาแนะนำว่า เพื่อความปลอดภัยไม่ควรกินน้ำมันปลาหรืออาหารเสริมที่มีโอเมก้า – 3 เกินกว่าวันละ 5 กรัม และจากผลการวิจัยต่างๆ แนะนำให้กินกรดไขมันโอเมก้า - 3 วันละ 1 กรัม หรือเลือกส่งเสริมสุขภาพสมอง โดยกินปลาทะเลและอาหารทะเลที่มีกรดไขมันโอเมก้า - 3 สูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาซาร์ดีน  ปลาเฮร์ริ่ง ปลาแอนโชวี่  ปลาเรนโบว์เทราต์ ปลาบลูฟิช ปลาทูน่ สาหร่ายทะเลสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

 

 

<< อ่านต่อหน้าที่ 2 >>

keyboard_arrow_up