HEARTIST ก้าวแสนพิเศษของแบรนด์ที่มองลึกเข้าไปในตัวตนและความเท่าเทียม

“แบรนด์เราชื่อ Heartist ค่ะ ความหมายก็คือ heart บวกกับ artist เพราะเราเป็นpureheartand intuitiveart ที่มากกว่าศิลปะแแบpure art มันคือศิลปะที่มาจากสัญชาตญาณของเขา  และเราไม่มีการบังคับ ลวดลายต่างๆ ที่เห็นเกิดจากที่เขาอยากทำ มาจากใจล้วนๆ ไม่ได้บังคับเรื่องสีหรือแม้แต่เรื่องลวดลายการทอ ทอได้นิดนึง อยากไปวิ่งเล่นหรืออะไรก็ห้ามบังคับน้องกลับมาทำ ทุกอย่างมาจากธรรมชาติของเขา”   คุณโปสเตอร์ผู้หญิงตัวเล็กๆ เจ้าของโครงการ ‘Heartisrt’ เล่าถึงแนวคิดของโครงการให้ฟังทั้งรอยยิ้ม   จุดเริ่มต้นประกายความคิดนี้มาจากที่เธอได้ไปเป็นอาสาสมัครโครงการอณุโรทัย ซึ่งเป็นโครงการเพื่อเด็กพิเศษ ตอนนั้นแม่เด็กในกลุ่มพูดว่าการมาทอผ้าที่นี่ทำให้ลูกของเขามีคุณค่าความเป็นมนุษย์ ประโยคนี้เองที่ทำให้คุณโปสเตอร์ฉุกคิดและอยากจะทำอะไรสักอย่างให้ผู้คนได้เข้าถึงและรับรู้คุณค่าของเด็กๆ กลุ่มนี้มากขึ้น   เมื่อถามถึงวิธีการคัดเลือกเด็กเข้าโครงการ คุณโปสเตอร์บอกว่าสิ่งสำคัญคือวิสัยทัศน์ของผู้ปกครองเป็นหลัก   “เราเชื่อว่าคนทุกคนมีคุณค่าความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกันหมด มีศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่พอทำได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น เขาจะทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เลยถ้าผู้ปกครองไม่ช่วย ไม่เห็นคุณค่าของเขาแล้ว ใครก็ไม่สามารถช่วยได้ คือเราจะไม่รับคนที่เอาลูกมาทิ้งไว้กับเรา แค่เพราะอยากให้เราดูเด็กให้”   กว่าจะได้ผ้าทอสักผืน บางชิ้นใช้เวลานานถึง 6 เดือน   “เพราะทุกขั้นตอนขึ้นอยู่กับอารมณ์ของน้องๆ ณ ขณะนั้นบางชิ้นเล็กเกินกว่าจะเอามาทำสินค้า เราก็ไม่ทิ้ง เพราะถือว่าทุกชิ้นสวยหมดและเรารับซื้อทุกชิ้น รวมถึงสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ในระยะเริ่มต้น […]

5 เหตุผล ในการ เลิกคบ จบความสัมพันธ์กับใครสักคน

เหตุผลที่ชวนให้หันกลับมาคิดว่า คุณควร เลิกคบ กับคนคนนี้หรือไม่ มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คนสองคนคบกัน แต่ในขณะเดียวเมื่อความสัมพันธ์ไม่ได้ดำเนินไปอย่างที่เราต้องการ ก็มีเหตุผลมากมายที่เพียงพอจะทำให้เราตัดสินใจ เลิกคบ ใครสักคนหนึ่งได้   1.เขาทำให้คุณเสียใจซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่คุณต้องพิจารณาต้นเหตุของความเสียใจนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่า ความเสียใจนั้นเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร เกิดขึ้นจากความตั้งใจหรือไม่ และเมื่อเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น เขามีความพยายามที่จะแก้ไขสถานการณ์นั้นอย่างไร เขามองว่าเรื่องนี้คือปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขหรือไม่ เขาได้พยายามปรับปรุวเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้นกว่าเดิมบ้างหรือไม่   2.เขามองคุณในแง่ร้ายอยู่เสมอ หากเค้ามองคุณในแง่ร้ายอยู่เสมอ หวาดระแวง และไม่ไว้วางใจคุณอยู่เสมอ แม้ว่าคุณจะพยายามพิสูจน์ตนเองให้เค้าเห็นมากขนาดไหน ก็ไม่สามารถทำให้เขามองคุณในแง่ดีขึ้นมาได้ หากยังคบกันต่อไป ก็มีแต่จะหวาดระแวง หาเรื่องร้ายๆ (ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องจริง แต่เกิดขึ้นจากความหวาดระแวงของเขาเอง) ขึ้นมาทำร้ายจิตใจกันบ่อยๆ จนทำให้รู้สึกอึดอัดและตะขิดตะขวงใจที่จะคบกัน   3.เขาไม่เคยมอบสิ่งดีๆ ให้กับคุณ มีแต่จะคอยทำร้ายทำลายความรู้สึก คนเรา หากจะคบกัน ไม่ว่าด้วยสถานะอะไร สิ่งหนึ่งที่ควรมอบให้แก่กันคือความรักความห่วงใย ไม่ต้องถึงกับเอาใจใส่ตลอดเวลา แต่ก็ควรที่จะคิดดี ทำดีให้แก่กัน แต่ถ้าหากเค้าคอยแต่จะกลั่นแกล้ง ทำร้ายจิตใจ ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจซ้ำแล้วซ็ำอีก แม้ว่าคุณจะเตือนเขา หรือบอกความในใจให้เขารู้แล้ว เขาก็ยังไม่หยุดที่จะทำร้ายความรู้สึกของคุณ แถมบางครั้ง เขายังดูสนุกกับการทำให้คุณรู้สึกไม่ดีอีกด้วย หากเขาเป็นคนเช่นนี้ ก็ไม่แน่ใจว่าเขาไม่รู้จักวิธีการแสดงความรัก หรือเขาคบคุณเพียงเพื่อให้คุณเป็นที่ระบายอารมณ์เท่านั้น   […]

เลิกทน! 5 วิธีรับมือญาติสนิทรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว

ในชีวิตคนเราที่ต้องอยู่ร่วมกับใครสักคน ต้องมีสักครั้งที่บางทีความใกล้ชิดและความสัมพันธ์ทำให้เกิดการกระทบกระทั่ง หรือ ถูกใครอีกคนก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของเราบ้างไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นเพราะทัศนคติไม่ตรงกัน ความชื่นชอบ หรือเรื่องใหญ่ๆ อย่างไลฟ์สไตล์ ยิ่งถ้าคนๆ นั้นเป็นคนที่มีความผูกพันกับเราทางสายเลือดโดยตรงปัญหาเหล่านี้อาจจะยิ่งทวีความวายป่วงมากกว่าเก่าเป็นเท่าตัว   ไม่ว่าจะเพราะความเป็นห่วงจนเกินเหตุ หรือความอยากแกล้งอยากกวนเพราะสนิทกันมากจนแทบไม่มีพื้นที่ความเป็นส่วนตัวให้กันและกันสักเท่าไร บางคนอาจโต้กลับได้แต่อีกฝ่ายยังไม่เลิกพฤติกรรมนั้น หรือบางคนอาจเก็บไว้ในใจเงียบๆ ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้าก้มตาอยู่ร่วมกันต่อไป แต่ต้องยอมรับว่าเจอแบบนี้หนักเข้า ก็ชักจะทนไม่ไหวขึ้นมาเหมือนกัน !   ความจริงแล้วปัญหาการถูกบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวโดยคนใกล้ตัวแบบนี้ มีวิธีแก้ไขง่ายๆ นิดเดียวแต่เรา (ผู้ถูกกระทำ) อาจจะต้องเป็นฝ่ายเปิดเกมก่อนเท่านั้น   ::ส่งสัญญาณเตือน :: อาจเริ่มด้วยการสะกิดเบาๆ เช่น ขมวดคิ้ว ทำหน้านิ่งใส่ไป สำหรับคนใกล้ตัวประเภทที่ความรู้สึกไวสักหน่อย เขาอาจจะเริ่มรู้ตัวว่าเขากำลังก้าวขาเข้ามาในเขตส่วนตัวเรามากไปแล้วนะ และหยุดพฤติกรรมเหล่านั้นไปเอง แต่สำหรับคนที่ไม่เข้าใจ ยังดันทุรังยุ่งวุ่นวายเรื่องส่วนตัวของเราต่อไปก็ส่งสัญญาณตรงๆ ด้วยคำพูด ณ จุดเกิดเหตุไปเลยว่าขอให้เขาหยุดทำเรื่องเหล่านี้ซะ เขาอาจจะตกใจกับท่าทางของเราบ้าง แต่เรื่องแบบนี้เราเองก็ไม่ควรเก็บเอาไว้หนักอก ยิ่งเคลียร์กันเร็วเท่าไร ยิ่งดีต่อความสัมพันธ์ในระยะยาวของเราและเขา   ::ตั้งกฏการอยู่ร่วมกัน :: ไม่ต้องจริงจังถึงขั้นร่างสัญญา แต่ในเมื่อต้องอยู่ร่วมบ้านกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ควรมีกฏกติกาและมารยาทบ้าง คุณอาจหาวันว่างๆ โอกาสดีๆ ตอนเช้าที่อารมณ์ของคุณและเขายังแจ่มใสพร้อมเปิดรับและรับฟังอยู่ นั่ง list […]

6 แนวทางรับมือกับ ‘ความเหงา’ ไม่มีเขา เราก็อยู่ได้

6 แนวทางรับมือกับ ‘ความเหงา’ ไม่มีเขา เราก็อยู่ได้   คนบางคนเป็นฝ่ายส่งมอบความรู้สึก หลายครั้งที่เรานั่งรอการตอบกลับของใครอีกคนด้วยความกระวนกระวายใจเพราะอยากได้รับความรักตอบมา แต่สิ่งที่ได้กลับเป็น ‘ความเหงา’ เพียงอย่างเดียว เหนื่อยมั้ยที่ต้องรอคอยและคาดหวังอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้   มันถึงเวลาแล้วหรือเปล่าที่เราควรเลิกนอนกอดความเหงา แล้วหันมาทำบางสิ่งเพื่อความสุขของตัวเอง   :: หากิจกรรมใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจทำ :: ลองก้าวออกจากโซนเดิมที่คุ้นชิน ไปลองทำอะไรที่แหวกแนวดูบ้าง อย่างเช่นถ้าคุณชอบอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน ก็เปลี่ยนไปหากิจกรรมกลางแจ้งที่ไม่ฝืนตัวเองมากจนเกินไปทำดู หรือถ้าชอบกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์อยู่แล้วก็ลองเปลี่ยนมาทำกิจกรรมที่ช่วยให้ใจสงบ ให้ชีวิตหลุดจากต้นเหตุแห่งความเหงา ‘เขา’ และความทรงจำเดิมๆ แถมยังอาจได้รู้จักคนดีๆ คนอื่น ในสังคมที่คุณไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน   :: มองคนรอบข้างบ้าง :: อย่าลืมว่าเราไม่ได้ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ ยังมีอีกหลายสังคมรอบตัวเรา มีครอบครัว เพื่อนสนิทหรือเพื่อนที่ทำงาน และคนอื่นๆ อีกมากมายที่เราอาจเผลอมองข้ามไป ไม่จำเป็นต้องคิดถึงคนเพียงคนเดียว ลองเปลี่ยนมาคิดถึงคนอื่นๆ นอกจากเขาดูบ้าง แล้วจะพบว่าชีวิตของเราไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่คิด   :: เปลี่ยนบรรยากาศและสถานที่ :: เวลาที่เหงาลองมองรอบข้างดูดีๆ เราอาจกำลังนั่งเศร้าอยู่คนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมที่แสนจำเจ แล้วจะมัวเสียเวลาคิดถึงสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ไปทำไม ? ลองลุกออกจากห้อง เก็บกระเป๋าออกไปเปิดโลกทัศน์ มองหามุมมองใหม่ๆ […]

อ่อนน้อมแต่ไม่อ่อนแอ! มาดู 5 วิธีวางตัวเพื่อเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ใครเห็นก็รัก!

วิธีวางตัวเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่มีใครอยากโดนมองว่าเป็นคนโอ้อวด หลงตัวเอง เพราะคนเหล่านี้ล้วนน่ารังเกียจและไม่มีใครอยากคบ แต่พอวางตัวตรงกันข้าม เป็นคนที่ยอมผู้อื่นง่ายๆ ใครว่าอะไรก็ว่าตาม เพราะอยากเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน กลับกลายเป็นว่าโดนมองเป็นคนที่อ่อนแอ ไม่เข็มแข็ง และคิดเองไม่เป็น ดังนั้น ถ้าอยากเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนที่ไม่ดูอ่อนแอ และไม่ว่าใครเห็นก็เอ็นดู ลองดูคำแนะนำ 5 ข้อต่อไปนี้ ไม่เกี่ยงงานเล็กๆ น้อยๆ แม้งานนั้นจะเป็นงานของคนที่ตำแหน่งต่ำกว่าคุณ หรือใครๆ ก็มองว่างานแบบนี้เด็กมัธยมก็ทำได้ จงทำมันด้วยตัวเอง เพราะการทำเช่นนั้นแสดงให้คนรอบข้างเห็นว่าคุณคือคนของทุกคน และแสดงให้เห็นว่าคุณเต็มใจทำงานทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม เมื่อคุณทำงานที่นอกเหนือความรับผิดชอบ เช่น ช่วยลูกจ้างตรวจเช็คคำสั่งซื้อ ช่วยลูกจ้างแพ็คของหีบห่อ  ทั้งๆ  ที่เป็นงานของลูกจ้าง ตำแหน่งต่ำกว่าคุณ แต่คุณก็ลงมือช่วยพวกเขาอย่างเต็มใจ  เท่ากับว่าคุณได้แสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนแล้ว หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่าง ทิ้งขยะลงในถังรีไซเคิลหรือเก็บเศษขยะบนพื้นไปทิ้ง การกระทำที่ถูกต้อง ทำเพื่อสังคมส่วนรวม จะทำให้ผู้พบเห็นมองว่าคุณเป็นคนจิตใจดีและไม่เย่อหยิ่ง  อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นทำตามด้วย เพราะเมื่อคนคนหนึ่งยอมเสียสละตัวเองเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นหรือสังคมโดยรวม เราจะรู้สึกซาบซึ้ง  เพราะเราสัมผัสได้ถึงคุณงามความดีที่เขาได้ทำ ดังนั้น สิ่งสำคัญของการเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนก็คือการทำเพื่อส่วนรวมโดยไม่หวังผลประโยชน์  แล้วคนอื่นจะชื่นชอบคุณโดยอัตโนมัติ เมื่อผิดก็ยอมรับผิดด้วยใจจริง สิ่งที่เรียบง่ายและทรงพลังมากกว่า ‘คำชม’ คือคำว่า ‘ขอโทษ’ เวลาที่เราทำผิดพลาด โดยต้องพูดอย่างสำนึกในความผิดนั้นจริงๆ […]

เคล็ด(ไม่)ลับ เทคนิคการพูด อย่างมืออาชีพของ คุณหนิง – ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา

เคล็ด(ไม่)ลับ เทคนิคการพูด ของคุณหนิง – ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา “การพูด” สามารถสร้างอาชีพและนำพาความสำเร็จมาสู่ชีวิตของคุณได้ โดยเฉพาะ “การพูดในที่สาธารณะ” ที่คุณต้องพูดต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก หากคุณสามารถทำได้อย่างมืออาชีพ คุณก็สามารถประสบความสำเร็จได้ วันนี้ Goodlifeupdate มีเคล็ด(ไม่)ลับ พร้อม เทคนิคการพูด จากสุดยอดนักพูดมืออาชีพและพิธีกรมากความสามารถอย่าง ” คุณหนิง – ศรัยฉัตร กุณชร ณ อยุธยา “ มาฝากทุกคนกันค่ะ   ::: เทคนิคการจำ ::: ก่อนที่จะขึ้นพูดบนเวที ผู้พูดควรศึกษาข้อมูลที่จะต้องพูดอย่างละเอียด จดจำรายละเอียดสำคัญ ฝึกซ้อมพูดเปล่งเสียงหน้ากระจกก่อนพูดจริงอยู่เสมอ   ::: ผ่อนคลาย ::: เมื่อเราต้องออกไปพูดในที่สาธารณะต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก บางครั้งเราอาจรู้สึกกลัวและประหม่า ขาดสติ จนทำให้การพูดของเราล่มไม่เป็นท่า สิ่งสำคัญที่เราควรมีคือ “สติ” เราต้องตั้งสติให้ดี ผ่อนคลายตนเอง ให้รู้สึกสบาย เพื่อให้เราสามารถแสดงศักยภาพบนเวทีได้อย่างมืออาชีพและเป็นธรรมชาติ   ::: สบตาคนฟัง ::: […]

แค่อยากเป็นคนที่ถูกรัก! 6 วิธีเปลี่ยนใจคนที่ไม่ชอบเราให้กลายมาเป็นเพื่อนแท้

รับมือคนที่ไม่ชอบเรา ไม่ว่าใครก็ต้องเคยเจอกับประสบการณ์ “อยู่ดีๆ ก็มีคนไม่ชอบขี้หน้าตัวเอง” บางคนเพิ่งจะเจอหน้ากันแท้ๆ บางคนก็ไม่ค่อยได้คุยกัน แต่ทำไมถึงไม่ชอบเรา ทำไมถึงมีคนที่ไม่ชอบเรา ความรู้สึกแบบนี้ก็เหมือนกับ “รักแรกพบ” พูดไม่ออกบอกไม่ถูกว่าทำไม แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ย่อมทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ เพราะไม่ว่าใครก็ย่อมต้องอยากเป็นที่รักของคนอื่นๆ แต่แทนที่จะเสียเวลานั่งหาเหตุผล ว่าทำไมถึงมีคนที่ไม่ชอบเรา สู้เอาเวลามาเปลี่ยนใจคนๆ นั้นให้หันมาชอบเราดีกว่า แม้หลายคนอาจจะรู้สึกไม่ไหว ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ก่อนอื่นเลย กำจัดความรู้สึกแย่ๆ ออกไป แล้วลองทำตามคำแนะนำ 6 ข้อนี้กันเลย รับรองว่า จากศัตรูหรือคนไม่ชอบขี้หน้าจะกลายมาเป็นเพื่อนแท้เพื่อนสนิทของคุณในอนาคตเลย!   ต้องเป็นฝ่าย ‘ชอบ’ ก่อน มีปรากฏการณ์ทางจิตวิทยากล่าวไว้ว่า เรามีแนวโน้มที่จะยกย่องนับถือ และชื่นชอบคนคนหนึ่งเมื่อรู้ว่าเขาก็ยกย่องและชื่นชอบเราเหมือนกัน  แต่ในเมื่ออีกฝ่ายตั้งแง่ไม่ชอบเราก่อน ดังนั้น เรานี่แหละที่ต้องเป็นผู้เริ่มชื่นชอบอีกฝ่ายก่อน วิธีการคือ ให้บอกผ่านคนอื่น อาจเป็นเพื่อนที่คุณทั้งคู่รู้จัก โดยบอกเล่าอย่างจริงใจถึงข้อดีในตัวคนๆ นั้น อาจจะเป็นความชื่นชมให้การทำงาน หรือนิสัยบางอย่างที่น่านับถือ แล้วเมื่อเสียงชื่นชมของคุณไปถึงหูเขา คุณก็แค่ต้องรอดูสักระยะว่าแผนการของคุณจะเป็นอย่างไร แล้วคุณจะแปลกใจว่า เขาเปลี่ยนท่าทีมาเป็นมิตรกับคุณรวดเร็วเพียงใด เพราะไม่ว่าใครๆ ก็อยากมีคนที่มาชื่นชมชื่นชอบตัวเองทั้งนั้น  สิ่งสำคัญคือ อย่าบอกด้วยตัวเอง เพราะเขาอาจจะคิดว่าคุณมีแผนอะไรหรือเปล่า หรือคิดว่ามันเป็นการเสแสร้ง บอกผ่านคนอื่นดีที่สุดแต่ต้องจริงใจด้วย […]

ข้อควรระวังในการทำงาน ทำแบบนี้อาจโดน เพื่อนร่วมงานเกลียด

7 นิสัยยอดแย่ ที่นอกจากจะทำให้ เพื่อนร่วมงานเกลียด แล้ว ยังทำให้งานไม่มีประสิทธิภาพอีกด้วย คุณกำลังมีนิสัยและพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก ไม่น่าทำงานด้วย ไปจนถึงขั้นทำให้ เพื่อนร่วมงานเกลียด อยู่หรือไม่ ลองเช็คตัวเองกับ 7 นิสัยยอดแย่ ที่หัวหน้าเอือมระอา เพื่อนร่วมงานไม่อยากเข้าใกล้ จนอาจทำให้การทำงานของคุณไม่มีประสิทธิภาพกันเถอะค่ะ   ::: เข้างานสาย ::: อาจฟังดูเหมือนเป็นพฤติกรรมที่ใครๆ เขาก็ทำกัน ที่ทำงานหลายๆ แห่งจึงออกมาตรการป้องกันและลงโทษพนักงานที่มาสาย เช่น ตัดเงินเดือน ไม่ให้ผ่านประเมิน เป็นต้น หากที่ทำงานของคุณไม่เคร่งครัดเรื่องเวลาเข้า-ออกงาน และงานที่คุณทำอยู่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้อื่นนอกจากตัวคุณเอง หากการมาสายของคุณไม่ทำให้งานของคุณสะดุดหรือไม่เกิดผลกระทบ งานของคุณยังสามารถเสร็จสิ้นสมบูรณ์ได้ตามปกติ การเข้างานสายก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าหากการมาสายของคุณทำให้งานและเพื่อนร่วมงานของคุณได้รับผลกระทบไปด้วย เช่น ทำให้งานไม่เดิน เพราะทุกคนต้องรอคุณมาถึงจึงจะเริ่มงานได้ หรือทำให้งานไม่มีประสิทธิภาพเพราะเหลือเวลาในการทำงานลดน้อยลง พฤติกรรมเช่นนี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่น่ารักเลยค่ะ   ::: สร้างภาพ ::: พอหัวหน้าอยู่ก็ทำเป็นขยันขันแข็ง ทำงานหนัก รีบพรีเซนต์ตัวเองว่าทำอะไรไปบ้าง ต้องเหนื่อยยากลำบากในการทำงานแค่ไหนบ้าง แต่พอหัวหน้าไม่อยู่ ก็กลับมาอู้งานตามเดิม นิสัยแบบนี้ทำให้เพื่อนร่วมงานเอือมระอาจนไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับคุณ   ::: ขี้เกียจ เกี่ยงงาน […]

เคยทำแบบนี้กับตัวเองรึยัง? ถ้ายังควรเริ่มได้แล้ว

เคยทำแบบนี้กับตัวเองรึยัง? ถ้ายังควรเริ่มได้แล้ว ห่วงใยคนอื่น ใส่ใจคนอื่น ดูแลคนอื่นอย่างดี จนลืมไปรึเปล่าบุคคลที่สำคัญที่สุดที่เราต้องดูแลคือใคร “นั่นก็คือตัวคุณเอง” บางคนอายุก้าวขึ้นมาเกิน 30 แต่เชื่อว่าบางข้อคุณก็ยังไม่เคยทำกับตัวเองด้วยซ้ำ แต่ถ้าคิดจะเริ่มต้นทำ ก็ยังไม่สายเกินไปนะคะ มองหาเป้าหมายในทุกๆ วัน เป้าหมายในชีวิตเราไม่ได้มองระยะยาวหรือมีเพียงเรื่อง 2 เรื่องเท่านั้นที่ต้องทำให้สำเร็จ แต่เรายังสามารถตั้งเป้าหมายเป็นรายวัน วางแผนให้ดีและลงมือทำให้ได้ตามที่ตั้งไว้ในทุกๆ วัน ถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อยบ้างใหญ่บ้างก็ให้มันดำเนินไป ฉะนั้นเริ่มทำอะไรเสียแต่วันนี้ แล้ววันหนึ่งคุณก็จะไปถึงเป้าหมายได้แน่นอน รับผิดชอบชีวิตตัวเอง บางคนเกิดมาสุขสบาย ที่บ้านมีฐานะ บางคนเกิดมายากจนต้องดิ้นรนตั้งแต่เด็กๆ เมื่อมาถึงจุดหนึ่งของอายุ คุณก็ไม่ได้ฝากดชีวิตตัวเองไว้กับคนอื่นได้เสมอไป เพราะคุณคือเจ้าของชีวิตคุณเอง รับผิดชอบชีวิตตัวเองคือสิ่งสำคัญที่คุณต้องทำ อย่ารอให้ใครมารับผิดชอบชีวิตคุณ มีแต่คุณเองเท่านั้นที่จะกำหนดว่าชีวิตของคุณจะเป็นอย่างไรต่อไป มองบวกและคิดว่ามันเป็นไปได้ ลองสังเกตตัวเองว่าที่ผ่านมา มองโลกในแง่ร้าย กลัวผู้คนรอบข้างอยู่ตลอดเวลารึเปล่า ถ้าคุณเคยเจอเรื่องร้ายๆ มามันก็ไม่แปลกที่จะคิดมองโลกในแง่ร้าย แต่มันถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่จะปลดปล่อยตัวเอง กล้าจะก้าวเดินต่อไป กล้าจะรับโอกาสใหม่ๆ การคิดบวกคืออาวุธที่จะเอาชนะทัศนคติแง่ลบที่บั่นทอนชีวิตและความรู้สึกของคุณ ลองพูดคุยกับตัวคุณเอง เมื่อรู้สึกแง่ลบเปลี่ยนเป็นคิดบวก อย่ากลัวเพราะทุกสิ่งมีสองด้านเสมอ ฉะนั้นจงทำมันด้วยทัศนคติในแง่บวกเสมอ ลองแข่งกับตัวเองในอดีต อย่ามัวอิจฉาคนอื่น อย่ามัวแข่งกับใคร ลองมองอดีตว่าเราเคยเป็นอย่างไร แล้วต้องทำให้ตัวเองในปัจจุบันให้ดีมากกว่าเดิม ดีกว่าเดิม อย่าเพิ่งไปแข่งกับคนอื่น […]

เบื่องาน หมดไฟในการทำงาน ปลุกพลังในตัวคุณได้ง่ายๆ 5 ขั้นตอน

เทคนิคการทำงานอย่างมีความสุข สำหรับคน เบื่องาน ไม่อยากไปทำงาน ” เบื่องาน จังเลย วันนี้ไม่อยากไปทำงานเลย” คุณเคยรู้สึกอย่างนี้ในตอนเช้าก่อนไปทำงานบ้างไหมคะ เมื่อรู้สึกอย่างนี้แล้ว การทำงานของคุณตลอดทั้งวันนั้นก็จะแสนน่าเบื่อหน่าย และไม่มีความสุขเอาเสียเลย มาเปลี่ยนวันทำงานที่แสนน่าเบื่อให้กลายเป็นวันทำงานที่มีความสุขด้วยเทคนิคปลุกพลัง จุดไฟในตัวคุณ   ::: ทบทวนเป้าหมายในการทำงานของตนเอง ::: ลองทบทวนกับตัวคุณเอง ว่าในวันแรกที่เราสมัครงานนี้ มาสอบสัมภาษณ์ และตัดสินใจทำงานนี้ เราคาดหวังหรือต้องการอะไรจากการทำงานนี้บ้าง เช่น เงินเดือน สวัสดิการ สังคม เพื่อนร่วมงาน สภาพแวดล้อม ความมั่นคง ความเติบโต ความรู้ ประสบการณ์ คอนเนคชั่น ฯลฯ ลองมองย้อนไปในวันนั้น แล้วหันกลับมามองดูตัวเราในวันนี้ ว่าตั้งแต่ทำงานนี้มา เราได้รับสิ่งที่เราคาดหวังเอาไว้มากน้อยแค่ไหน เมื่อคุณมองเห็นเป้าหมายที่ต้องการแล้ว คุณก็จะมีจุดหมายในการมุ่งไปสู่ความสำเร็จที่ต้องการนั้น   ::: หาไม้ขีดไฟให้เจอ แล้วจุดไฟในตัวคุณด้วยตัวเอง ::: หลังจากที่เรามองเห็นเป้าหมายที่ต้องการแล้ว ก็ถึงเวลาหา “วิธี” เพื่อก้าวไปให้ถึงสิ่งที่เราคาดหวังเอาไว้ เช่น ต้องพัฒนาตนเองอย่างไร ต้องศึกษาหาความรูั้ด้านไหนเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาศักยภาพและความสามารถในการทำงานของตนเองให้มากยิ่งขึ้น ต้องสร้างผลงานเพิ่มขึ้นมากแค่ไหนเพื่อให้สามารถเติบโตก้าวหน้าในการทำงาน ต้องขยันมากขึ้นแค่ไหนเพื่อให้ได้รับประสบการณ์มากขึ้นอย่างที่ต้องการ […]

10 วิธีคิดสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง

10 วิธีคิดสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง สิ่งหนึ่งที่เป็นอุปสรรคในการประสบความสำเร็จนั้นก็คือนิสัยที่ ไม่มั่นใจในตัวเอง นี่แหละค่ะ เพราะคนแบบนี้มักจะมองไม่เห็นข้อดีของตัวเองที่มีอยู่ ไม่มีความเป็นผู้นำ ไม่กล้าเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ทำให้ชีวิตย่ำอยุ่กับที่ทั้งๆ ที่คนอื่นๆ เขาไปกันไหนต่อไหนแล้ว วันนี้เรามี 10 วิธีดีๆ ที่จะช่วยให้คุณกลายเป็นคนใหม่ที่มีความมั่นใจมากขึ้นมาฝาก ไปดูกันเลยค่ะ 1. พูดเรื่องแง่บวกให้มากกว่าแง่ลบ หลายคนอาจจะคิดว่าแค่คำพูดจะสามารถเปลี่ยนอะไรได้? แต่คำพูดนี่แหละค่ะที่จะช่วยเพิ่มพลังบวกให้กับเราตัวเอง เพราะหากเราพูดกับตัวเองในแง่บวก คำพูดเหล่านั้นก็จะเป็นแรงผลักดันให้เราทำแต่เรื่องดีๆ และจะเกิดสิ่งดีๆ ตามมา กลับกันหากวันๆ เราพูดแต่เรื่องลบๆ คำพูดเหล่านั้นก็จะบั่นทอนจิตใจและพลังงานในตัวเราให้หมดความมั่นใจลงไปเรื่อยๆ เช่นกัน 2. หยุดใส่ใจคำพูดของคนอื่นมากเกินไป การที่คุณเป็นคนที่มักจะทำอะไรตามความคาดหวังของคนอื่นอยู่เสมอ หรือกลัวว่าคนอื่นเขาจะคิดยังไงกับเรานั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งเพราะมันจะกัดกินตัวตนของตัวเอง จนคุณไม่มีตัวตน ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง จะทำอะไรก็มัวแต่แคร์ว่าคนอื่นเขาคิดอย่างไรกับเรา หยุดพฤติกรรมเหล่านี้ซะเพราะเราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้ตลอดหรอกนะ 3. อย่าเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ จริงๆ ช่วงชีวิตเราก็ควรมีเวลาที่ไร้สาระบ้าง แต่! คุณต้องดูด้วยว่า คุณให้เวลากับเรื่องไร้สาระมากเกินไปหรือเปล่า อย่าลืมว่าสิ่งที่ยุติธรรมที่สุดก็คือเวลาที่ทุกคนมีเท่ากัน แต่ใครจะใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าที่สุดนั้นก็ขึ้นอยุ่กับการจัดการของแต่ละคน 4. มองความล้มเหลวเป็นโอกาส ว่ากันว่าสิ่งที่สอนเราได้ดีที่สุดนั้นคือความล้มเหลว ความผิดพลาดนี่แหละค่ะ เพราะความล้มเหลวจะทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น เติบโตมากขึ้น ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่ที่ความคิดของคุณว่าจะเปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็นโอกาส หรือปล่อยให้มันผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า 5. อ่านหนังสือให้มากกว่าท่องโลกโซเชียล […]

เทคนิคการบริหารเวลา สำหรับคนที่ชอบอ้างว่า “ไม่มีเวลา”

เลิกอ้างว่า “ไม่มีเวลา” ด้วยเทคนิค การบริหารเวลา ที่จะช่วยให้คุณมีเวลาให้กับตัวเองและสิ่งที่คุณรัก “เดี๋ยวไว้ค่อยนัดกันใหม่นะ เราไม่มีเวลา” ในชีวิตประจำวัน เราอาจเคยได้ยินคำพูดประมาณนี้อยู่บ่อยครั้ง หลายครั้งที่ตัวเราเองนี่แหละที่เป็นคนบอกปัด โดยใช้ข้ออ้างว่า ” ไม่มีเวลา ” หากคุณรู้สึกว่าตัวเองไม่มีเวลาเพียงพอที่จะจัดการภารกิจต่างๆ ในแต่ละวันให้เสร็จสิ้น หากคุณกำลังรู้สึกว่างานในแต่ละวันนั้นมีมากมายล้นมือเสียจนทำเท่าไหร่ก็ทำไม่ทัน หรือรู้สึกว่าคุณไม่มีเวลาที่จะออกไปท่องเที่ยว พักผ่อน ทำสิ่งที่อยากทำ พบเจอเพื่อนฝูงเช่นเคย ทั้งๆ ที่รู้สึกอยากทำแต่ก็ไม่มีเวลาบ้างเลย มาเรียนรู้เทคนิค การบริหารเวลา ที่จะช่วยให้คนไม่มีเวลาอย่างคุณ กลายเป็นคนที่ “มีเวลา” ให้สำหรับคนที่คุณรักและกิจกรรมที่คุณชอบมากยิ่งขึ้นค่ะ   ::: ทำรายการสิ่งที่ต้องทำ ::: จดรายการสิ่งที่คุณต้องทำทั้งหมด พร้อมกำหนดส่งหรือเส้นตายที่งานชิ้นนั้นต้องเสร็จ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหางานตกหล่นหลงลืมไป คุณจะได้ทราบว่ามีงานจำนวนกี่ชิ้นที่ต้องทำ ชิ้นไหนยากง่าย ชิ้นไหนใช้เวลาทำมากหรือน้อย ชิ้นไหนรีบเร่งด่วนกว่ากัน เลือกทำงานตามลำดับ วางแผนให้งานแต่ละชิ้นเสร็จทันภายในกำหนด แล้วอย่าลืมเผื่อเวลาสำหรับตรวจสอบรายละเอียด ทบทวนดูความเรียบร้อยของงานแต่ละชิ้นด้วยนะคะ   ::: จัดลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำ ::: หลังจากที่เราทราบแล้วว่าเรามีงานที่รอให้ทำอยู่ทั้งหมดกี่ชิ้น แต่ละชิ้นเร่งด่วนขนาดไหน คราวนี้ก็ถึงเวลาจัดลำดับความสำคัญของงานแต่ละชิ้นแล้วค่ะ งานชิ้นไหนยาก รีบนำงานชิ้นนั้นมาทำก่อน งานชิ้นไหนรีบเร่ง ก็รีบจัดสรรเวลามาทำให้เสร็จสมบูรณ์ […]

10 สิ่งที่ควรทำเพื่อเตรียมตัวก่อน ลาออกจากงาน

เตรียมตัวให้พร้อมก่อน ลาออกจากงาน  หากคุณตัดสินใจ ลาออกจากงาน แล้ว Goodlifeupdate มีข้อแนะนำดีๆ สำหรับคนที่กำลังเตรียมลาออก เพื่อให้คุณลาออกได้อย่างราบรื่นสบายใจ ไม่ฉุกละหุก หรือหลงลืมทำเอกสารใดตกหล่นหายไป   ::: ลงทะเบียนคนว่างงาน ::: ระบบขึ้นทะเบียนและรายงานตัวผู้ประกันตนกรณีว่างงาน เป็นระบบที่ให้บริการแก่คนหางานที่เป็นผู้ประกันตน กรณีว่างงานจากการถูกเลิกจ้างหรือลาออกจากงาน คนหางานที่จะได้รับสิทธิผู้ประกันตนกรณีว่างงาน จะต้องเป็นผู้ที่จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน หากคุณลาออกจากงานประจำแล้วไม่ได้เริ่มงานประจำต่อทันที คุณสามารถตรวจสอบคุณสมบัติผู้ว่างงานของตนเองดูก่อน หากคุณมีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถลงทะเบียนคนว่างงานทางอินเทอร์เน็ตได้ทาง เว็บไซต์กรมการจัดหางาน เพื่อขอรับเงินทดแทนระหว่างว่างงาน ซึ่งเงินทดแทนจำนวนนี้ก็ได้รับแบ่งมาจากเงินประกันสังคมซึ่งเราจ่ายในทุกๆ เดือนนั่นเองค่ะ   ::: ตรวจสอบสิทธิประกันสังคม ::: ก่อนที่จะลาออกจากงาน คุณควรตรวจสอบสิทธิประกันสังคมของตนเองให้ชัดเจน หากคุณเริ่มงานใหม่หลังจากที่ลาออกจากที่ทำงานเดิมทันที คุณสามารถจ่ายประกันสังคมโดยหักจากเงินเดือนในแต่ละเดือนต่อไปได้เลยอย่างต่อเนื่อง แต่หากคุณลาออกจากงานแล้วไม่ได้เริ่มงานประจำต่อทันที คุณสามารถจ่ายเงินประกันสังคมต่อได้เอง โดยสามารถตรวจสอบสิทธิประกันสังคมและศึกษาวิธีการประกันตนเองได้ที่ สำนักงานประกันสังคม   ::: กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ::: บางบริษัท บางองค์กรจะมี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานหรือบุคลากรเก็บออมเงิน หากคุณลาออกจากงานประจำแล้วไม่ได้เริ่มงานประจำที่ใหม่ทันทีหรือที่ทำงานใหม่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ คุณสามารถลาออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และรับเงินเต็มจำนวนพร้อมเงินสมทบจากบริษัทและผลกำไรจากการลงทุนกลับคืนมาได้ แต่ถ้าหากที่ทำงานใหม่ของคุณมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คุณสามารถเก็บออมเงินในกองทุนต่อจากกองทุนเดิมได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องลาออกจากกองทุนเพื่อมาเปิดกองทุนใหม่ในที่ทำงานใหม่ คุณสามารถทำความรู้จักกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ที่ เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย […]

วิธีรับมือความเครียดเบาๆ และวิธีแก้เครียดอย่างจริงจัง เลือกที่สบายใจเพราะวิธีไหนก็ได้ผลจริง

วิธีแก้เครียด ไม่ว่าใครก็ต้องมีความเครียด จะเครียดมาก เครียดเบาๆ มันก็ทำให้เราไม่สบายใจ ไม่สบายกายได้เหมือนกัน ดังนั้น การเลือกวิธีแก้เครียดที่เหมาะสมกับตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรู้ จะได้ไม่เครียดหนักไปมากกว่าเดิม มาดูกันว่ามีวิธีไหน ต้องทำอะไรถึงจะช่วยแก้เครียดได้บ้าง บางวิธีทำไม่ได้ ทำไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนนะคะ เลือกวิธีแก้เครียดที่เหมาะกับเรา! วิธีแก้เครียด 4 วิธีเบาๆ ทำง่ายๆ แต่ได้ผล ยอมแพ้เลย มันเกิดขึ้นแล้วก็หมายความว่าทำอะไรไม่ได้แล้ว ทำได้เพียงยอมแพ้ ทำใจปล่อยไป เพราะยังไงแก้ไขไม่ได้  ดังนั้น บอกไปเลยว่า ‘ยอมแพ้ พอแล้ว’ แล้วมาเปลี่ยนความเครียดแบบนี้ไปพัฒนาตัวเองไม่ให้ผิดพลาดคราวหน้าดีกว่า ลืมมันซะ ถ้าลองสังเกตดู เวลาผ่านไปนานๆ เมื่อเราย้อนไปคิดถึงปัญหาเก่าๆ เราก็ไม่คิดว่ามันหนักหนาอะไรใช่ไหมล่ะ นี่ก็คือวิธีการเดียวกัน เพราะความเครียดส่วนใหญ่จะจางหายเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้น บอกตัวเองให้หาอะไรอย่างอื่นทำ เล่นเกม ช็อปปิ้ง ดูหนัง อะไรก็ได้ที่ทำแล้วไม่ต้องคิดอะไรเยอะ เดี๋ยวก็ลืมความเครียดนั้นไปเอง โทษคนอื่น ยิ่งคิดยิ่งโทษตัวเอง ก็มีแต่เราเองที่รู้สึกแย่ ดังนั้น โทษคนอื่นไปเลย แต่…! ต้องโทษในใจหรือเล่าให้คนสนิทที่มั่นใจว่าเรื่องนี้จะไม่แพร่งพรายออกไป เพราะถ้าหลุดปากออกไปเรื่องเครียดเรื่องใหม่เพิ่มเข้ามาแน่นอน ใช้เงินฟาดความเครียด เปลี่ยนความเครียดเป็นสิ่งของ เป็นงานปาร์ตี้  แทนที่จะนั่งจมอยู่กับความคิด […]

วิธีอยู่ร่วมกับ “คนที่ ชอบควบคุม คนอื่น”

วิธีอยู่ร่วมกับ “คนที่ ชอบควบคุม คนอื่น” คนเรามีนิสัยแตกต่างกัน บ้างก็เป็นคน ชอบควบคุม ชอบสั่งคนอื่น บ้างก็เป็นคนยอมทำตามตลอด จนสูญเสียความคิดที่เป็นตัวเองไป การที่บางคนต้องทนอยู่กับคนที่ชอบควบคุมคนอื่น หรือคนที่ดีแต่สั่ง ไม่เคยเห็นอกเห็นใจผู้อื่น บางครั้งมันก็เป็นสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นบุคคลนั้นเป็นคนในครอบครัว เป็นสามีหรือภรรยา ที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วย ถึงแม้จะหนีไม่พ้นแต่เราก็ควรหาวิธีให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขที่สุดค่ะ กำหนดขอบเขตให้ชัด ไม่ใช่เขาสั่งอะไร ก็ยอม ก็ใจอ่อน แต่เราก็ไม่ได้อยากให้คุณแข็งข้อใส่ แค่กำหนดขอบเขตไปเลยว่าของพวกนี้เป็นของส่วนตัวคุณ อย่ามายุ่งหรือข้องเกี่ยว แต่ถ้าชิ้นไหนที่ใช้ร่วมกันได้ ก็บอกออกไปให้ชัดเจน และผลที่ตามมาบางครั้งเขาอาจจะแสดงอาการไม่ดีออกมาทันที เมื่อเห็นว่าเรากำลังพยายามเอาตนเองออกจากการควบคุมของเขา เมื่อคนที่ชอบควบคุมคนอื่นรู้ตัวว่ากำลังสูญเสียอำนาจไป ความรู้สึกทางจิตใจของพวกเขาอาจมีผลต่อร่างกาย เช่น มีอาการปวดหลัง ปวดท้อง เศร้า หรือร้องไห้ เป็นลม หรือลมพิษ นี้เป็นวิธีหนึ่งที่จะได้กลับมาควบคุมสถานการณ์อีกครั้งด้วยการทำให้คุณเห็นใจ สงสาร เป็นห่วง ถ้าเราเป็นห่วง ให้พาไปพบแพทย์เสีย จะได้รู้ว่าเป็นจริงๆ แต่อย่าไปหลงเชื่อเพราะเขาใช้วิธีนี้เพื่อทำให้เรายอมทำตามสิ่งที่เขาต้องการ อย่าพยายามไปเปลี่ยนนิสัย (เพราะมันอาจจะเป็นสันดาน) การจะเปลี่ยนนิสัยใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งนิสัยที่เป็นมานานตั้งแต่เด็กๆ จนกลายเป็นสันดานบางทีก็ยากที่เราจะไปแก้ไข ถ้าจะแก้ไขเราควรปรับตัวเองจะง่ายเสียกว่า หรือถ้าเขาจะเปลี่ยนก็ต้องเกิดจากเขาคิดได้เอง เพราะยิ่งเราไปบอกหรือชี้แจ้งว่าเขาเป็นคนนิสัยชอบควบคุมคนอื่น ซ้ำร้ายอาจจะกลายเป็นหาทางควบคุมเรามากขึ้นไปอีก จำไว้เสมอว่าปัญหาอยู่ที่เขาไม่ใช่เรา […]

ยืดหยุ่นให้กับนิยามความสำเร็จของตัวเอง แล้วจะประสบความสำเร็จ

ยืดหยุ่นให้กับนิยามความสำเร็จของตัวเอง แล้วจะประสบความสำเร็จ โรบิน โอไบรอันต์ ต้องการเขียนหนังสือให้สำนักพิมพ์ใหญ่ นักเขียนทุกคนใฝ่ฝันจะได้ทำสัญญากับสำนักพิมพ์ โรบินก็เช่นกัน แต่วรรณกรรมของเธอกลับไม่ได้ตีพิมพ์ด้วยเหตุผลเพราะ เธอมีฐานคนอ่านไม่ใหญ่พอที่พวกเขาจะตีพิมพ์หนังสือให้ ปฏิกิริยาแรกของเธอคือทำหน้ามุ่ยและเศร้าเสียใจที่ความฝันพังทลายลง เธออาจตัดสินใจยอมแพ้ และยอมหันหลังกลับไปเป็นนักเขียนนิรนามเหมือนเดิม ไม่ดิ้นรนเขียนหนังสืออีกต่อไป แต่คนอ่านบล็อกของเธอไม่ยอมอยู่เฉย พวกเขาตื้อถามเธอครั้งแล้วครั้งเล่า “เมื่อไหร่หนังสือของคุณจะวางแผง” พวกเขาตั้งคำถามในคอมเมนต์ “หนังสือของคุณเป็นอย่างไรบ้าง” ในช่วงเวลาดังกล่าว คนอ่านของเอสร้างความสัมพันธ์ประเภทบูมเมอแรงขึ้นอย่างน่าทึ่ง ทุกทวีตหรือบล็อกโพสต์ที่โรบินเขียนลงไปนั้น คือการที่เธอขว้างบูมเมอแรงออกไป จากนั้นมันสะท้อนกลับมาในช่วงเวลานี้ โรลินพยายามอีกครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล จนเธอตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมฉันต้องเขียนหนังสือเล่มนี้? คำตอบที่ได้ก็ธรรมดามาก “เพราะฉันไม่เขียนไม่ได้” ฉันอยากให้คนอื่นได้อ่านเพราะคิดว่ามันช่วยพวกเขาได้ พวกเขานำไปใช้ประโยชน์ได้ มันทำให้พวกเขาหัวเราะเสียงดังขณะนอนอ่านบนเตียงหลังจากผ่านพ้นวันที่เหน็ดเหนื่อย หลังจากต่อสู้กับตัวเองอย่างหนัก และตัดสินใจใช้ความยืดหยุ่นความฝันของตัวเองที่จะได้เป็นนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ชื่อดัง เธอกลับหันมาลงทุนพิมพ์หนังสือเองเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2011 เธอตั้งชื่อว่า Ketchup Is a Vegetable : and Other Lies Moms Tell Themselves เธอใช้เวลาอีกสองปีต่อมากับการเปิดท้ายรถขายหนังสือเล่มนี้ เธอขนหนังสือไปขายตามสถานที่จัดประชุม และไปทุกหนทุกแห่งที่มีคนอ่าน เธอก้าวเดินไปด้วยความเพียร กันยายน 2013 หนังสือของเธอติดอันดับหนังสือขายดีของทั้งหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ วอลล์สตรีทเจอร์นัล และยูเอสเอทูเดย์ […]

เช็คตัวเองด่วน! ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณต้องเลิกกับผู้ชายคนนี้?

คู่รักหลายคู่เมื่อคบกันมายาวนาน แม้บางครั้งจะไม่รู้สึกถึงความรักความสุขอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าควรบอกเลิกหรือคบต่อไป เพราะคบกันมานานจนเสียดายเวลาและไม่กล้าเริ่มใหม่ หากคุณกำลังรู้สึกเช่นนี้อยู่ ลองมาเช็คลิสต์ตัวเอง เพื่อตอบคำถามให้ได้ว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณต้องบอกเลิกต้องตัดใจกับผู้ชายคนนี้ เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม : ) บอกเลิกหรือคบต่อ? เช็คตัวเองด่วน! อีกฝ่ายอยากตัดความสัมพันธ์ก่อน เมื่อคุณสองคนคุยกันแล้ว ทั้งพยายามปรับตัว และอธิบายทุกอย่างแล้ว แต่เขาก็ยังยืนยันที่จะไป ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องคบกันต่อ ถ้าอีกฝ่ายเป็นคนเปิดปากเรื่องนี้ขึ้นมาเอง คุณก็แค่ยอมรับมัน และสะบัดบ๊อบใส่แค่นั้นเอง คุณไม่ลงรอยกันเรื่องเงิน ไม่ว่าความสัมพันธ์จะเป็นอย่างไร เมื่อมีเรื่องเงินเรื่องทองเข้ามาเกี่ยวมันจะซับซ้อนเสมอ อันที่จริงแล้วไม่ใช่แค่เงินๆ ทองๆ ของคู่รัก แค่เพื่อนกันยืมเงินกันยังต้องเลิกคบทุกรายไป ถ้าตกลงกันไม่ได้ ดังนั้น ถ้าคุณกับเขาคุยเรื่องเงินกันไม่รู้เรื่อง คุณไม่กล้าที่จะพูดกับเขาตรงๆ เรื่องเงิน คงต้องถึงเวลาบอกลา จับได้ว่าเขาว่าร้ายคุณลับหลัง ไม่ว่าเขาจะอ้างว่าฟังมาจากคนอื่น หรือคุณเป็นแบบนั้นจริงๆ เขาก็ไม่มีสิทธิ์พูดจาร้ายๆ พูดจาแย่ๆ ถึงคุณลับหลัง แต่ต่อหน้ากลับทำตัวเหมือนปกติ เรียกได้ว่าเป็นคนที่ไม่ให้เกียรติกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงใด ก็ถือว่าผู้ชายคนนี้ไม่น่าคบหาแม้กระทั่งให้เป็นเพื่อนกัน   แต่ถ้าเขาพูดต่อหน้าคุณ ให้คุณมีโอกาสได้อธิบาย แบบนี้ถึงจะยอมรับได้ แมนๆ คุยกัน คุณเสียเปรียบ เขาได้เปรียบ บางครั้งคนเราก็ต้องคบกันที่ผลประโยชน์บ้าง แต่ควรเป็นผลประโยชน์ที่ทั้ง 2 […]

วิธี ให้อภัยตัวเอง และ รักตัวเอง เมื่อทำผิดพลาดไป

หยุดโทษตัวเอง แล้วหันมา ให้อภัยตัวเอง เพื่อที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง ชีวิตของเรานั้น มีโอกาสที่จะทำผิดพลาดได้ ติดสินใจผิด หลงผิดไปได้บ้าง เมื่อความผิดหลาดเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ บางครั้งเราอาจตีอกชกตัว โทษตัวเองว่า เรานี่แหละคือต้นเหตุที่ทำให้เกิดเหตุร้ายเช่นนั้นขึ้น หรือโทษตัวเองว่า หากวันนั้นเราไม่ทำเช่นนั้น คงไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น หยุดโทษตัวเอง ในสิ่งที่เคยทำผิดพลาดไป และไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้อีก ให้อภัยตัวเอง และ รักตัวเอง ให้มากขึ้น เพื่อที่จะสามารถก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างเข้มแข็ง   การนำความผิดพลาดมาเป็นบทเรียนสอนใจเพื่อการใช้ชีวิตต่อไปอนาคตเป็นสิ่งที่ดี แต่การโทษตัวเอง และโทษในสิ่งที่เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงอดีตได้นั้น มีแต่จะทำให้เราทุกข์ใจมากยิ่งขึ้น   ให้อภัยตัวเองและ รักตัวเอง ให้มากขึ้นกันเถอะค่ะ   ::: เราไม่สามารถแก้ไขอดีตได้ ::: ก่อนอื่น เราต้องยอมรับความเป็นจริงให้ได้เสียก่อนว่าความผิดพลาดที่ “เคย” เกิดขึ้นนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใน “อดีต” เกิดขึ้นไปแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับมาได้อีก ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ ต่อให้ตีอกชกตัว โกรธเคืองใคร หรือทำร้ายใครหนักหน่วงแค่ไหน สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วก็จะยังเกิดขึ้นอย่างนั้นอยู่ต่อไป ต่อให้ในอดีตเราจะเคยเป็นคที่เลวร้ายเพียงใด โง่เขลาเพียงใด อ่อนด้อยประสบการณ์ รู้เท่าไม่ถึงการณ์เพียงใด หรือตัดสินใจผิดพลาดรุนแรงไปแค่ไหน อย่างไรเราก็ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้สักอย่างอยู่ดี […]

keyboard_arrow_up