เรื่องเล่าจากพี่น้องกองซีเคร็ต : อยู่กันอย่างพี่น้อง

เรื่องเล่าจากพี่น้อง กองซีเคร็ต : อยู่กันอย่างพี่น้อง เรื่องเล่าจากพี่น้อง กองซีเคร็ต : อยู่กันอย่างพี่น้อง  กว่าที่นิตยสารสักฉบับจะออกวางจำหน่ายได้นั้น ต้องอาศัยทีมงานของหลายคนร่วมมือร่วมใจกันทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ในฐานะบก.บห. ต้องบอกว่าโชคดีมากที่มีทีมงานทั้งเก่งและทัศนคติดีกันทุกคน น้อง ๆ มักทำให้ฉันยิ้ม หัวเราะ ไปจนถึงขำกลิ้งอยู่เสมอ อย่างขณะกำลังเขียนต้นฉบับนี้ ได้ยินพวกเขาคุยกันเรื่องอะไรสักเรื่อง แล้วพี่กุ๊ก(น้องกองบรรณาธิการที่อายุ 30 ขึ้นไป ฉันเรียกว่าพี่ทุกคน ) พูดขึ้นมาว่า “สวยมักนก ตลกมักได้” สาวจูน สาวที่พยายามจะสวยที่สุดในกองบรรณาธิการ สวนกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจากประสบการณ์ของตัวเองว่า “ไม่แน่หรอก พี่กุ๊ก ทั้งสวยทั้งตลกก็นกได้เหมือนกัน” สิ้นเสียงเธอ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะจากทุกคน เพราะคนพูดก่อวีรกรรมไว้ไม่น้อย เมื่อเข้ามาเป็นบรรณาธิการบริหารใหม่ ๆ ฉันบอกน้อง ๆ ว่า “พี่ขอให้ทุกคนอยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกันอย่างพี่น้อง” วันดีคืนดีก็ได้ยินเสียงสาวจูนดังขึ้นอย่างมีอารมณ์ว่า “เชอร์รี่ ลงเรื่องในเพจทับเรื่องของพี่ได้ยังไง เห็นไหมเรื่องพี่หายไปเลย ไม่รู้ล่ะ พี่ไม่ทำใหม่แล้วนะ” แล้วเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะจากทุกคนในกองบรรณาธิการที่เคยดังอยู่เป็นปกติก็หายไปทันที ฉันสัมผัสได้ถึงบรรยากาศตึงเครียด แต่ไม่คิดจะเข้าไปแทรกแซง ได้เฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ […]

อินเดียไม่เคยเปลี่ยนเราต่างหากที่ต้องเปลี่ยน – บันทึกการเดินทางในดินแดนภารตะ

“อินเดียไม่เคยเปลี่ยนเราต่างหากที่ต้องเปลี่ยน” บันทึกการเดินทาง 18 วันในประเทศอินเดียดินแดนภารตะที่นักเดินทางต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหากไม่หลงรักก็ชังน้ำหน้ากันไปเลย

เรื่องเล่าจากพี่น้องกองซีเคร็ต : เมื่อมังคุดหาย

เรื่องเล่าจากพี่น้องกองซีเคร็ต : เมื่อ มังคุด หาย เรื่องเล่าจากพี่น้องกองซีเคร็ต : เมื่อ มังคุด หาย เชอรี่ เลขาฯกองบรรณาธิการนิตยสาร ซีเคร็ต ชอบกินมังคุดเป็นชีวิตจิตใจ วันหนึ่งเมื่อรู้ว่ากองบรรณาธิการจะเดินทางไปทำคอลัมน์กันที่จังหวัดจันทบุรี  เธอจึงฝากซื้อมังคุดพร้อมกับบอกว่า “ซื้อมาเลยพี่ 3 กิโล หนูกินคนเดียวหมด” คนรับฝากไม่อยากให้น้องผิดหวังจึงทำตามคำฝากฝังอย่างเคร่งครัด  แต่เนื่องจากวันที่กลับมาถึงกรุงเทพฯ เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มของวันศุกร์ จึงทิ้งถุงมังคุดเอาไว้ในห้องทำงาน เช้าวันจันทร์ ทันทีที่ฉันเปิดประตูเข้ามา  ก็ได้ยินเสียงสไตลิสต์ซึ่งเดินทางไปจันทบุรีกับเขามาด้วยพูดกับฉันด้วยเสียงอันดังว่า “ มีคนขโมยมังคุดค่ะ  พี่จุ๋ม  นี่ค่ะ  ซื้อมังคุดมา 3 กิโล เหลือให้เชอรี่กินแค่ 3 ขีด  มีคนขโมยแน่ ๆ  แถมยังทิ้งเปลือกมังคุกไว้ในถังขยะด้วย” ฉันอึ้งไปห้าวินาที ตั้งแต่เล็กจนโตแม่สอนว่าห้ามหวงของกินเป็นอันขาด ถ้าซื้ออะไรมาใส่ตู้เย็นเอาไว้ถือว่าทุกคนกินได้หมด แม้จะไม่เหลือให้คนซื้อกินเลยก็ตาม  ฉันจึงบอกน้องว่า “เอาน่า  คนกินคงหิว หรือไม่ก็อยากกิน แต่อาจไม่มีเงินซื้อกิน  แค่ของกินเอง  ช่างมันเถอะ” เจอฉันพูดแบบนี้ น้อง ๆ ก็เลยเงียบไป   […]

“ไม่มีใครสอนเขาได้ดีกว่าตัวเขาเอง” แนวคิดการเลี้ยงลูกสไตล์ พี่ขวัญ สู่ขวัญ

อีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญกับชีวิตของ พี่ขวัญ สู่ขวัญ บูลกุล ก็คือ “แม่” ไปอ่านกันค่ะว่าเธอมีแนวคิดการเลี้ยงน้องปราบอย่างไร – “ไม่มีใครสอนเขาได้ดีกว่าตัวเขาเอง”

เรื่องเล่าแห่งความรักของ อารอง เค้ามูลคดี

เรื่องเล่าแห่งความรักของ อารอง เค้ามูลคดี ห้วงเวลาแห่งความรักที่คู่รักอมตะ รอง - ปทุมวดี เค้ามูลคดี จับมือเดินทางร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน แม้ในวันนี้คู่ชีวิตจะถูกโรคภัยรุมเร้า แต่มือทั้งสองของ รอง เค้ามูลคดี ยังคงเกาะกุมมือของภรรยาไว้ดังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ความรักที่หล่อหลอมให้คนสองคนกลายเป็นเหมือนเป็นคนคนเดียวกันนั้นยิ่งใหญ่เพียงไร เรื่องราวของคุณรอง เค้ามูลคดี คงเป็นบทพิสูจน์ได้อย่างดี ได้ชื่อว่าเป็นคู่รักอมตะของวงการบันเทิง จุดเริ่มต้นของความรักเป็นอย่างไรคะ ตอนนั้นทุมเป็นนักร้องดังมาก รูปเขาลงหน้าปกหนังสือพิมพ์วันอาทิตย์เป็นประจำผมก็เห็นว่าผู้หญิงคนนี้หน้าตาดีนะ วันหนึ่งได้เจอกันที่รายการเพลงยามเย็น เพราะเขามาเป็นนักร้องรับเชิญในรายการพร้อมเพื่อนอีกคน ผมมองว่าเขาสวย แต่กลับไปจีบเพื่อนเขา (หัวเราะ) แล้วก็เป็นแฟนกับเพื่อนเขาด้วย แต่ทะเลาะกันทุกวัน พอมีปัญหาก็ปรึกษาทุมซึ่งตอนนั้นเป็นเพื่อนกันแล้วว่า “ทุม เราเบื่อเพื่อนนายจังเลย ทะเลาะกับเราทุกวัน เซ็งมาก” ทุมก็แนะนำว่าทำอย่างนี้ ๆ สิ ซึ่งพอทำตามก็ดีขึ้นแต่ไม่นานก็กลับมาทะเลาะกันอีก จนสุดท้ายต้องเลิกรากันไป เพราะคิดว่า ขนาดเป็นแฟนยังทะเลาะกันอย่างนี้ ถ้าแต่งงานกัน บ้านไฟไหม้แน่ หลังจากเลิกกับเพื่อนเขาแล้วก็เจอทุมบ่อยขึ้น เราไปเที่ยว ไปกินข้าวด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ เวลามีปัญหาอะไร ทุมช่วยแนะนำได้หมด ผมก็เห็นแล้วว่าผู้หญิงคนนี้เก่งและมีน้ำใจมาก บางวันเขาถามว่า “วันนี้เป็นอะไรหน้าเหี่ยวมาเลย ไม่มีเงินเหรอ เอาเงินเราไปใช้สักสองพันก่อนไป” นานวันเข้าก็ทำให้คิดได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ดี ถ้าสักวันมาเป็นแฟนเป็นภรรยา ชีวิตเราอยู่รอดแน่ เวลาเจออะไรคับขันก็ช่วยกันแก้ไปได้ แต่ก็ไม่เคยบอกรักเขาสักที วันที่ตัดสินใจบอกรัก เหมือนฉากโรแมนติกในละครหรือเปล่าคะ วันที่ขอแต่งงานคือวันที่ไปกินข้าวกันเป็นกลุ่มสิบกว่าคน ผมนั่งติดกับทุม ในใจก็คิดว่าเอาไงดีนะ พอรวบรวมความกล้าแล้วก็จับมือบอกเขาว่า “เธอกับฉันแต่งงานกันนะ”ทุมก็ตกใจ แต่ผมก็ยืนยัน ทุมเลยบอกว่า“ถ้าอย่างนั้นไปขอกับพ่อเลย” ตอนนั้นผมเพิ่งอายุ 21 ปี ถ้าไปบอกพ่อให้ไปขอผู้หญิง พ่อคงไม่ไปให้ แต่ก็เสี่ยงดู พ่อถามว่า “แต่งกับใคร เลี้ยงเขาได้เหรอแล้วเราก็ควงคนโน้นคนนี้ ให้ฉันไปขอให้วันหนึ่งไปทิ้งลูกเขา ใครล่ะที่โดนถอนหงอกฉันไม่ขอให้หรอก อยากแต่งก็ไปขอเอง” หลังจากนั้นผมก็ไปมาหาสู่ทุมที่บ้านอยู่เป็นปี รู้จักครอบครัวเขาหมด แต่ไม่กล้าพูดเรื่องแต่งงานกับพ่อของเขา จนช่วงหนึ่งผมหายไปสักพักเพราะงานยุ่งและไม่สบาย ทุมโทร.มาบอกว่าพ่อถามหา วันรุ่งขึ้นจึงไปหาแล้วบอกพ่อทุมว่าอยากขอทุมแต่งงาน พ่อเขานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วถามว่า “คุณจะเอาอะไรเลี้ยงลูกผม” เราก็บอกไปตามตรงว่าไม่มีเงิน แต่มีความจริงใจ แล้วให้สัญญากับพ่อของทุมว่า“ผมกับทุมจะแยกกันต่อเมื่อใครคนใดคนหนึ่งอยู่บนเมรุ” ซึ่งพ่อเขาก็เชื่อ เราจึงได้แต่งงานกัน วันแต่งงานผมไม่มีเงินเลย ญาติพี่น้องของทุมมากันเต็มบ้าน พอผมเดินเข้ามาก็เห็นมีพานผูกผ้าอย่างดี ถึงเวลาทำพิธีพ่อตาบอกให้แกะผ้าออก ในนั้นมีทั้งสร้อยกำไล แหวนเพชรเต็มไปหมด อีกพานเป็นเงินสดซึ่งรวบรวมมาจากญาติพี่น้องของเขาเห็นอย่างนั้นผมน้ำตาไหลเลย ครอบครัวของเขาทำเพื่อเราขนาดนี้ คลิกเลข 2  เพื่ออ่านหน้าถัดไป   เคยได้ยินว่าหลังแต่งงานก็ยังเจ้าชู้แล้วมีจุดเปลี่ยนอะไรที่ทำให้เปลี่ยนแปลงตัวเองมาเป็นแฟมิลี่แมนได้เหมือนทุกวันนี้คะ หลังแต่งงานก็ยังมีเจ้าชู้บ้างประปราย(ยิ้ม) เพราะผมแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อยเรียกว่ายังไม่ค่อยมีความรับผิดชอบนัก ทุมเคยถามว่า ตกลงจะเอายังไง ถ้าคิดว่าผู้หญิงคนนั้นดีก็ไปเลย ไม่โกรธกัน จะดูแลลูกเองแต่ผมไม่ยอมไปไหน และให้สัญญาว่าจะเลิกกับผู้หญิงคนนั้น ซึ่งก็เลิกจริง ๆ นะ แต่ไม่ได้พูดถึงผู้หญิงคนโน้น (หัวเราะ) ทำเอาทุมปวดหัวมาก แต่แล้ววันหนึ่งก็มาคิดได้ว่า เราสร้างปัญหาให้ครอบครัวไว้เยอะมาก ลูกกับเมียไม่ค่อยมีความสุขกันเลย เพราะพ่อเอาปัญหาเข้ามาตลอด ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปลูกแย่แน่ ๆเรามีทั้งลูกสาวและลูกชายที่โตขึ้นทุกวัน แล้วจะไปสอนลูกได้อย่างไร ในเมื่อพ่อเป็นแบบอย่างให้ไม่ได้ หลังจากนั้นก็หยุดหมดทุกอย่างกลายมาเป็นคนติดบ้านจนถึงปัจจุบันนี่แหละ ในสายตาของคุณรองแล้ว คุณปทุมวดีเป็นผู้หญิงแบบไหนคะ เขาเป็นผู้หญิงที่ร่าเริงมาก เพื่อนฝูงเยอะ มีความสุข สนุกสนาน และใจดีที่สุดใจดียิ่งกว่ามหาสมุทร เป็นคนจริงใจมากไม่เคยนินทาคน ชีวิตนี้มีแต่ให้จริง ๆ ไม่มีเงินขอให้บอกทุม ตอนสาว ๆ เขาเปรี้ยวมากชอบแต่งหน้าแต่งตัว ต้องสวยตลอด ตื่นเช้ามาต้องแต่งหน้า เราถามว่าแม่จะไปไหน เขาบอกไม่ไป แต่ฉันต้องสวย แต่งหน้าทุกวันอยู่บ้านก็ต้องแต่ง (ยิ้ม) แต่จริง ๆ แล้วเขาเป็นคนชอบทำบุญชอบสวดมนต์นะ คนในบ้านสวดมนต์สู้เขาไม่ได้สักคน ตื่นมาตีห้าเขาจะไปหุงข้าวก่อนแล้วก็ไปสวดมนต์ที่ห้องพระ เวลาสวดมนต์ก็ไม่ได้สวดเบา ๆ สวดทีได้ยินกันหมดไม่รู้กี่หลังต่อกี่หลัง แล้วสวดเป็นชั่วโมงทุกวันสวดมนต์เสร็จตอนหกโมงเช้า ก็ไปตักข้าวใส่ถุงออกไปนั่งรอใส่บาตรหน้าบ้าน ทำอย่างนี้หลายสิบปีไม่เคยขาด ขนาดไม่สบายยังต้องประคองไปใส่บาตรเลย เรื่องสวดมนต์ก็อย่าหวังว่าจะหยุด สวดทุกวัน เคร่งมาก เขาชอบเข้าวัดทำบุญมากด้วย เช้ามาก็จะไปซื้อของถวายพระที่วัดลาดพร้าว ซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปด้วยนะ บางวันก็ไปวัดทุ่งเศรษฐีที่ราม 2 ไกลขนาดนั้นก็ไป ไปทำความสะอาดวัด จัดดอกไม้ถวายพระทั้งวัด เขาชอบทำบุญมาก ๆ ความดีอะไรของคุณปทุมวดีที่เอาชนะใจได้เสมอคะ เขาเป็นผู้หญิงที่จริงใจมาก รักบอกว่ารัก เกลียดบอกว่าเกลียด ถ้าเป็นเรื่องที่ทำเพื่อลูกเพื่อสามี เขาทุ่มเทสุดชีวิต เขาอยู่เคียงข้างเราเสมอ ครั้งที่ประทับใจมากที่สุดคือ ตอนที่โดนยึดทรัพย์จากการไปค้ำประกันให้เพื่อน ตอนนั้นทุมโทร.มาหาตอนกำลังถ่ายละคร บอกให้กลับบ้านด่วน เพราะถูกยึดทรัพย์ไปหมดแล้ว มาถึงบ้านก็เห็นลูกร้องไห้กระจองอแง เราก็เดินเข้าไปขอโทษเขา แต่เขากลับบอกว่า “พ่อไม่ต้องขอโทษหรอกไม่มีใครว่าพ่อเลย แต่เสียใจมากกว่าที่พ่อไม่มาปรึกษา วันหลังอย่าให้เกิดขึ้นอีกแล้วกัน” เขาไม่โกรธเลยและเป็นกำลังใจให้เสมอหลังเหตุการณ์นี้ผมไปบวช เขาก็ตามไปนุ่งขาวห่มขาวถือศีล พาลูกไปช่วยงานอยู่ที่วัดด้วยไม่เคยทิ้งเราเลย อยู่เป็นกำลังใจให้ตลอด คลิกเลข 3  เพื่ออ่านหน้าถัดไป ได้ชื่อว่าเป็นคู่รักอมตะและคู่รักตัวอย่างของวงการบันเทิง มีหลักในการครองคู่ให้ยืนยาวอย่างไรคะ คนเราจะอยู่ด้วยกันได้ต้องมี “ความอดทน” ความอดทนอยู่เหนือการให้เกียรติและความรักนะ เพราะถ้าต่างคนต่างไม่อดทนทุกอย่างก็จบหมด สิ่งที่ต้องทำให้ได้คือเมื่อคนหนึ่งเป็นไฟ อีกคนต้องเป็นน้ำ ถ้าทำได้ ชีวิตคู่ไม่มีวันพังแน่นอน ผมเป็นคนขี้โมโห ทุมก็ขี้โมโหเหมือนกันแต่โชคดีมากที่เขายอมเป็นน้ำ เวลาผมโวยวายเขาจะเฉย พอผมหยุด เขาก็จะเข้ามาพูดว่า“รอง คิดใหม่ซิ คิดให้ดี ๆ ที่โวยมาเมื่อกี้ใครผิด” ผมก็ถาม “ทำไมแม่ไม่บอกล่ะ”เขาก็ตอบว่า “ถ้าฉันบอกก็ต้องทะเลาะกันตายไปข้างหนึ่ง ฉันรอให้เธอหายบ้าก่อนแล้วค่อยบอกว่าอะไรผิดอะไรถูก” เมื่อมีปัญหาที่จะทำให้เลิกกัน ต้องมีคนที่เป็นคนดึง ถ้าปล่อยมือกันทั้งคู่ก็จบ แต่ถ้าเราสลับกัน คนหนึ่งร้อน คนหนึ่งยอมเย็นเป็นน้ำก็อยู่ด้วยกันได้ นี่แหละที่ประคองชีวิตคู่กันมาได้ 48 ปี ผมคิดเสมอว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราต้องดูแลเขาให้ดีที่สุด เพราะให้สัญญากับพ่อเขาไว้แล้ว ก็ต้องยึดถือสัจจะของตัวเองผมเป็นคนที่ยึดถือเรื่องนี้มาก ถ้าเคยให้สัจจะกับใครแล้วจะไม่มีวันลืม นอกจากนี้สิ่งสำคัญของการที่คนเราอยู่ด้วยกันยังขึ้นอยู่กับว่าคุณได้ผู้หญิงคนนี้มาอย่างไร ได้มาจากการที่คุณรักเขา หรือได้มาจากการที่คุณอยากได้เขาถ้าวันใดที่คุณคิดว่าคุณอยากได้ผู้หญิงคนนี้คุณอยู่กันไม่ยาวหรอก แต่ถ้ารู้สึกว่าฉันรักผู้หญิงคนนี้จังเลย ฉันจะอยู่ดูแลผู้หญิงคนนี้ให้ดีที่สุดและนานที่สุด ก็จะทำให้อยู่ด้วยกันได้ตลอดไป ขอถามถึงอาการป่วยของคุณปทุมวดีบ้าง ตอนนี้เป็นอย่างไรคะ เขาเป็นโรคเอแอลเอส หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงระยะสุดท้าย แต่โชคดีที่ไม่มีโรคแทรกซ้อน อาการก็ยังทรง ๆ ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาล ตอนแรกทุมป่วยด้วยโรคไทรอยด์เป็นพิษก่อน แต่รักษามานานก็ไม่หาย ย้ายไปหลายโรงพยาบาล อาการก็ไม่ดีขึ้น วันหนึ่งไปตรวจสแกนโรคด้วยเครื่องมือตัวใหม่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงรู้ว่าเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงระยะสุดท้าย ตามจริงแล้วหมอบอกว่าโรคนี้ไม่มีทางรักษา ต้องรอคนไข้เสียชีวิตอย่างเดียววันหนึ่งหมอเรียกผมกับยุ้ยเข้าไปพบและบอกว่าหมดทางรักษาแล้ว ถ้าคุณเห็นว่ามีทางไหนพอช่วยได้ก็ให้ลองหามาคุยกัน เพราะเวลานั้นทุมไม่รู้สึกตัวแล้ว นอนนิ่ง เรียกก็ไม่ขยับเขย่าก็ไม่รู้สึก มีแต่ลมหายใจ ซึ่งหมอบอกให้เตรียมใจได้เลย ยุ้ยก็พยายามหาทาง จนรู้จักยาตัวหนึ่งเป็นยาที่มีส่วนผสมของเห็ดซางฮวงซึ่งราคาแพงมาก ชุดละเป็นล้านบาท แต่เราก็สู้ จึงเข้าไปคุยกับ ดร.แฟรงค์ ชาน เจ้าของยาเขาให้เราเอายามาให้ทุมกินดูก่อน ลองไปจนชุดที่ 4 ทุมเริ่มลืมตา มองคนโน้นคนนี้ แล้วก็เริ่มยิ้ม ผมบอกยุ้ยเลยว่า หมดเงินเท่าไหร่หมดไป ขอให้แม่ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งดร.แฟรงค์ขอมาเยี่ยม จึงได้คุยกับเขาเรื่องค่ายา เพราะเอามาหลายชุดแล้ว แต่เขากลับบอกว่า “พี่คิดว่าผมจะเอาตังค์พี่เหรอ ผมชื่นชมพี่มากนะ พี่รักครอบครัว ยากี่ชุดให้พี่ทุมกินไปเลย ผมไม่คิดเงิน” ผมซาบซึ้งใจมาก จากนั้นอาการของทุมก็ดีขึ้นเรื่อย ๆเริ่มคุยได้ แต่เวลาคุยเราต้องอ่านปาก เพราะเขาเจาะคอใส่เครื่องช่วยหายใจ แต่ตอนนี้อาการก็ทรุดลงกว่าช่วงนั้น ตอนที่ทราบว่าคู่ชีวิตอาการหนักขนาดนี้ ในใจคิดอย่างไรคะ ช่วงแรกที่รู้ ผมคิดว่ายังไงก็ต้องรักษากันไป แต่วันที่หมอเรียกผมและยุ้ยเข้าไปพบและบอกแนวทางการรักษาว่าคงต้องรอคนไข้เสียชีวิตอย่างเดียว ตอนนั้นเข่าอ่อนเลยนะก่อนหน้านี้ตอนที่สูญเสียลูกชายก็หนักหนาสาหัสแล้วนะ ต่อมาก็สูญเสียพ่อกับแม่ นี่มาถึงเมียอีกแล้วเหรอ จะไม่มีใครเหลือแล้วใช่ไหมแล้วผู้หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงที่ฉันรักที่สุด ตอนเขาป่วยเราพูดกับเขาเสมอว่า “แม่แม่อย่าทิ้งพ่อนะ เราเป็นคนคนเดียวกันพ่อเป็นร่างกาย แม่เป็นหัวใจนะ ถ้าวันหนึ่งหัวใจหยุดเต้น แม่ต้องคิดว่าร่างกายจะอยู่อย่างไร” ช่วงนั้นเราคิดมาก นั่งคิดและเหม่อลอยไปเรื่อย จนตอนหลังน้องชายน้องสาวเริ่มมาบอกว่า พี่อย่าเครียดนะ ยุ้ยมันเริ่มเป็นทุกข์แล้วนะ เพราะเขาเริ่มสังเกตว่าพ่อนั่งเหม่อลอย ทั้งที่เมื่อก่อนเราไม่เคยเป็น จึงรู้ว่าถ้าเราเครียด เราทุกข์ ลูกจะยิ่งทุกข์หนัก เลยไม่เอาแล้ว ในเมื่อในใจมีความทุกข์แสนสาหัสขนาดนี้ รับมือกับความทุกข์อย่างไรคะ ผมคิดว่าความทุกข์เป็นของเรา ไม่ควรเอาความทุกข์ของเราไปทำให้คนอื่นทุกข์ด้วย เราต้องหาวิธีการจัดการเอง ซึ่งสำหรับผมแล้ว เวลาปลดปล่อยทุกข์คือตอนขับรถอยากคิดอะไรก็คิดให้เสร็จ อยากร้องไห้ก็ร้องไป อยากตะโกนให้หายเครียดก็ทำแต่พอจอดรถหน้าบ้านแล้ว ฉันต้องเป็นรองเค้ามูลคดี ที่ร่าเริงและมีความสุขให้ได้ ส่วนวิธีคลายทุกข์ที่ได้ผลคือการสวดมนต์ เวลาสวดมนต์เสร็จจะรู้สึกเลยว่าใจโล่งสบาย ตอนนี้จึงชอบสวดมนต์มาก ต้องสวดเช้า - เย็น การสวดมนต์ทำให้ชีวิตดีขึ้นมาก เพราะทำให้ใจสงบและมีสติ ตอนนี้ติดการสวดมนต์ไปแล้ว คลิกเลข 4 เพื่ออ่านหน้าถัดไป ให้กำลังใจตัวเองอย่างไรคะ […]

คนไทยหัวใจน่ากราบ ร่วมส่งแรงใจ 3 วันสุดท้าย “ ปั่นไปไม่ทิ้งกัน ”

ฝ่าฟันจนเกินครึ่งทางแล้ว สำหรับโครงการ “ปั่นไปไม่ทิ้งกัน สานต่องานที่พ่อทำ No One Left Behind” ครั้งแรกของประเทศไทย ที่ผู้พิการตาบอดจำนวน 20 ชีวิต ร่วมกับนักปั่นจิตอาสาปั่นนำอีก 20 ชีวิต จะรวมพลังสามัคคีปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่

ถึงแม่ฉันจะตาย แต่ความรักของแม่ไม่มีวันตายไปด้วย

ความรักของแม่… ขึ้นชื่อว่า แม่ ย่อมรักและห่วงลูก เพราะลูกเป็นดุจแก้วตาดวงใจของชีวิต แต่ความรักของแม่ที่มีต่อลูกก็เปรียบเสมือนการมีบ่วงผูกพัน

อกหัก แล้วอยากลืมคนรักต้องทำยังไง?

อกหัก แล้วอยากลืมคนรักต้องทำยังไง? อกหัก แล้วอยากลืมคนรักต้องทำยังไง? สำหรับเดือนแห่ง ความรัก จ้า สำหรับคนมีคู่ เราก็ยินดีด้วยค่ะ ที่ต้นรักของคุณกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่…ใครที่อกหักรักคุดเราก็ไม่ทอดทิ้งคุณค่ะ จะบอกให้ลืมเขาเสียคงเป็นไปไม่ได้ แต่มีวิธีที่จะช่วยให้ทำใจได้ ภายในระยะเวลาไม่นาน ก่อนที่จะได้พบทางสว่างเตรียมเปิดใจให้กว้าง และตั้งสติให้ดีก่อน แล้วเริ่มต้นใหม่กันดีกว่าค่ะ วิธีง่ายๆที่จะทำให้คุณไม่คิดมากและให้อภัยคน (เคย) รักกันได้คือ 1. ถามตัวเองว่ารักเขาจริงหรือเปล่า คนเรามักจะพูดว่ารักเพราะต้องการให้เขารักตอบโดยที่บางครั้งยังไม่แน่ใจเลยว่าความรักที่แท้คืออะไรถ้าหากคุณรักเขาจงมองให้เห็นและเข้าใจความต้องการความปรารถนาของเขาตลอดจนความทุกข์ทรมานของคนที่คุณรักถ้าเขาไม่มีความสุขที่จะอยู่กับคุณแล้วการพยายามยื้อยุดรังแต่จะทำให้เป็นทุกข์ทั้งสองฝ่าย 2.ยึดหลักพรหมวิหารสี่ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ถ้าเราได้เรียนรู้หนทางที่จะฝึกฝนความเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขาแล้ว เราจะรู้จักวิธีระงับความโกรธ ความทุกข์ ความเศร้า ความเกลียด ความกลัว ความอ้างว้าง และความยึดมั่นถือมั่นในทางที่ผิดได้ 3.แผ่เมตตาให้เขา การโกรธแค้นอาฆาตพยาบาทไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเลย มีแต่จะทำให้เราจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ หน้าตาไม่สดใส ดังนั้นคำกล่าวที่ว่า “เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร” เห็นจะใช้ได้ผลก็คราวนี้เมื่อไหร่ที่คุณนึกโกรธหรือแค้นเขาขึ้นมา หายใจเข้าลึกๆและแผ่เมตตาให้เขาทันที 4. ปล่อยวาง ถ้าคุณยึดติดและอยากครอบครองคุณก็จะเป็นทุกข์ดังนั้นให้เวลาและพื้นที่ว่างกับเขาบ้างบางทีการได้ปล่อยให้ต่างคนต่างไปคิดทบทวนหรือเว้นระยะห่างระหว่างกันคุณและเขาอาจมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น 5. เขียนระบายความรู้สึก หากคุณเศร้าเสียใจหรืออึดอัดคับข้องใจเขียนลงไปในกระดาษ ระบายออกมาจากนั้นขึ้นอยู่กับคุณว่าเลือกที่จะเก็บไว้หรือทิ้งไปซึ่งถ้าหากคุณเก็บไว้ […]

วิธีอยู่ร่วมกับเจ้านายอย่างสันติ เคล็ด (ไม่) ลับ จาก ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

องค์กรจะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจทั้งจากเจ้านายและผู้ใต้บังคับบัญชา แต่จะทำแบบนั้นได้อย่างไร ร่วมหาคำตอบได้ใน “วิธีอยู่ร่วมกับเจ้านายอย่างสันติ”

เวลา ไม่เพียงเยียวยาหัวใจ ! วิธีรักษากายหยาบ ตามนาฬิกาชีวภาพของมนุษย์

                เวลา กับวิถีชีวิตคนเมืองปัจจุบัน ดูไม่บาลานซ์กันเสียเลย ทุกวันมักมีสิ่งที่ต้องทำมากมาย และบางครั้งต้องทำแข่งกับเวลา ทำให้เหลือเวลาพักผ่อนน้อยลงและนอนดึกดื่นข้ามคืน หลายคนกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตีสี่ ถึงจะตื่นอีกทีตอน 09.00 น.หรือ 10.00 น. ก็ไม่ได้แปลว่าร่างกายได้รับการพักผ่อนเพียงพอแล้ว เพราะนั่นไม่ใช่เวลาพักผ่อนที่ดีที่ร่างกายต้องการ ร่างกายของเรานั้นมีนาฬิกาชีวภาพอยู่ และระบบของร่างกายจะทำงานตามกลไกที่เห็นข้างล่างนี้ดังนั้นหากคุณนอนตามเวลาที่เหมาะสม ร่างกายก็จะมีกระบวนการซ่อมแซมตัวเองในระหว่างที่คุณหลับทั้งในส่วนของกายภาพและระบบประสาท มารู้จักนาฬิกาชีวภาพในร่างกายของเรากันดีกว่า 21.00 น. –  23.00 น.  เป็นช่วงที่ควรพักผ่อนที่สุด เพราะร่างกายเริ่มหลั่งสารเมลาโทนินที่ช่วยในการปรับสมดุลร่างกาย ปกป้องเซลล์ผิวหนังจากอนุมูลอิสระ ชะลอความชราภาพ 23.00 น. - 1.00 น.           เป็นช่วงที่ตับผลิตน้ำดีออกมาช่วยย่อยไขมันที่ลำไส้เล็ก 1.00 น. - 3.00 น.   ร่างกายกำลังทำการกำจัดสารพิษอย่างเต็มที่ เป็นช่วงที่ร่างกายควรได้หลับสนิท การนอนไม่หลับ เครียด ได้รับสารพิษ หรือรับประทานอาหารหวานจัดจะส่งผลเสียต่อตับ และเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวได้ 3.00 น. - 5.00 น.  เป็นช่วงที่ปอดทำงานได้ดีที่สุด จึงเป็นช่วงที่ควรตื่นนอนมารับอากาศบริสุทธิ์ 5.00 น. - 7.00 น. ช่วงนี้ร่างกายจะหลั่งสารคอร์ติซอล เพื่อช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และควรดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี 7.00 น. - 9.00 น.  เป็นช่วงที่ร่างกายต้องการพลังงาน จึงควรรับประทานอาหารเช้า 9.00 น. - 11.00 น.   เป็นช่วงที่ร่างกายตื่นตัว เหมาะแก่การทำงานและทำกิจกรรมต่างๆ 11.00 น. - 13.00 น.   เป็นช่วงที่หัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือดและสารอาหารไปเลี้ยงร่ายกาย 13.00 น. - 15.00 น.   เป็นช่วงที่ลำไส้เล็กทำหน้าที่ย่อยและดูดซึมอาหาร หากไม่ได้รับประทานอาหารกลางวัน หรือรับประทานอาหารไม่เพียงพอ จะรู้สึกหิวและทรมานเป็นพิเศษ 15.00 น. - 17.00 น.   เป็นช่วงที่หลอดเลือดหัวใจและกล้ามเนื้อในร่างกายแข็งแรง เหมาะต่อการออกกำลังกาย 17.00 น. - 19.00 น.  เป็นช่วงที่ไตกรองของเสียออกจากเลือดและรักษาสมดุลในร่างกาย จึงควรดื่มน้ำสะอาดที่ไม่เย็น และ ไม่ควรนอนหลับในช่วงนี้ เพราะจะทำให้นอนไม่หลับตอนกลางคืน 19.00 น. - 21.00 น.   เป็นช่วงที่ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายทำงานเต็มที่ อุณหภูมิในร่างกายจะสูงขึ้น   การนอนสำคัญอย่างไร การนอนทำให้กล้ามเนื้อและอวัยวะทุกส่วนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ จะได้พร้อมสำหรับการทำงานในวันต่อไป หากนอนน้อย  อาจส่งผลให้การทำงานผิดพลาดและประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ยิ่งกว่านั้น  การนอนไม่เพียงพอติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จะส่งผลให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง และเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวานโรคอ้วน โรคมะเร็ง                 มีงานวิจัยพบว่า  คนที่นอนน้อยกว่า 4 ชั่วโมง หรือมากกว่า10 ชั่วโมงต่อคืนติดต่อกันเป็นเวลานาน จะมีอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเร็วกว่าคนที่ใช้เวลานอน 6 - 8 ชั่วโมงต่อวัน นอกจากนี้  การนอนไม่พอยังมีผลต่อการทำงานของสมองและอารมณ์ เช่น  อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ความจำสั้นหรือไม่มีสมาธิในการทำกิจกรรมใดๆ ที่เรียกว่า ภาวะสมาธิสั้นหรืออาจทำให้กลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ ทำอย่างไรให้นอนอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดตารางเวลาการนอนให้เหมาะสม จะช่วยให้ร่างกายเกิดสมดุล จากนั้นการตื่นและการอยากนอนจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ ไม่ควรทำงานก่อนนอน เพราะจะทำให้ […]

อัศวินอุตุกับปีศาจทั้ง ๘ วรรณกรรมเยาวชนเล่มแรกของ ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร

“อัศวินอุตุกับปีศาจทั้ง ๘” คือ ผลงานวรรณกรรมเยาวชนแนวปรัชญาแฟนตาซีเล่มแรกของ ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตรนักเขียนและนักจิตวิทยาพัฒนาสมอง

S&P จัดเมนูสุดคุ้ม LOVE LICIOUS (เลิฟ ลีเชียส) ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก

LOVE LICIOUS ส่งมอบความรู้สึกดีๆ ด้วยหลากหลายเมนู S&P เค้กพิ้งค์ฟลามิงโก้ เค้กช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ เค้กสวนกุหลาบ และเค้กกุหลาบบอกรัก

Secret สวัสดีวันใหม่ พร้อมข้อคิดรักษาศีล – ดาวน์โหลดฟรีไม่เสียเงิน

Secret ใจดี จัดทำ Secret สวัสดีวันใหม่ ให้แฟนเพจได้โหลดกันถ้วนหน้า!!! ฟรีด้วยนะ ไม่เสียเงินสักบาท โหลดไว้ส่งต่อตอนเช้า ชวนคนที่คุณรักรักษาศีลไปพร้อมๆกันค่ะ

จากเด็กขายไม้ขีดไฟกลายเป็นมหาเศรษฐี “อิงวาร์ คัมพรัด” ผู้ก่อตั้ง IKEA

อิงวาร์ คัมพรัด เป็น ผู้ก่อตั้ง IKEA ธุรกิจระดับโลกที่เน้นจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ได้ถึงแก่มรณกรรมแล้ว เราไปทำความรู้จักอิงวาร์ คัมพรัด และ IKEA กันค่ะ

10 ปีไม่ลืมบุญคุณ ! เด็กชายเติบโตเป็นทหารหนุ่ม ตามหาคุณลุงทหารผู้ช่วยชีวิต

10 ปีไม่ลืมบุญคุณ ! เด็กชายเติบโตเป็นทหารหนุ่ม ตามหาคุณลุงทหารผู้ช่วยชีวิตเมื่อปี 2008 โดยเพจ China Xinhua News ได้โพสคลิปที่ทหารหนุ่มบันทึก

พอ อายุใกล้ 70 ข้าพเจ้า เรียนรู้ สิ่ง 7 สิ่งในชีวิต ข้อคิดจาก เจ้าผู่ชู นักเขียนอักษรพู่กันจีน

เจ้าผู่ชู นักเขียนอักษรพู่กันจีน ชื่อดัง ได้บันทึกถึงความรู้สึกที่มีต่อชีวิตเมื่อผ่านเข้า อายุใกล้ 70 ซึ่งมีสาระน่าสนใจดังนี้

เปลี่ยนงานประจำธรรมดาเป็นวิชาสร้างชีวิต – เธมส์นที สุวรรณพลาย

เปลี่ยนงานประจำธรรมดาเป็นวิชาสร้างชีวิต หนังสือที่จะทำให้คุณสนุกกับงานประจำ และเพิ่มไฟในการทำงานให้ลุกโชนอยู่ตลอดเวลา

“ออกแบบความคิดพิชิตฝัน” แรงบันดาลใจผ่านตัวอักษรของ เอกพนิฏฐ์ นาคนคร

จอม - เอกพนิฏฐ์ นาคนคร สถาปนิกหญิงเก่งและนักเขียน “ออกแบบความคิด พิชิตฝัน” คือคนหนึ่งที่ออกเดินทางตามความฝันบนเส้นทางสู่การเป็นสถาปนิกมืออาชีพ

keyboard_arrow_up