ความสุข – ข้อคิดเสริมพลังชีวิตด้านบวก โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

 ความสุข – ข้อคิดเสริมพลังชีวิตด้านบวก โดย ว.วชิรเมธี เคล็ดลับในการฝึกตนให้เป็นคนที่มี ความสุข ก็คือ “จงอยู่ห่างที่เป็นแหล่งพลังงานทางด้านลบ” เพราะคนที่คิดลบ พูดลบ ทำลบ มองลบ ก็ไม่ต่างอะไรจากกองขยะ ตัวเขาเองก็เน่าเหม็น (ด้วยความคิดลบที่หมักอยู่ในหัว / ในความคิด) ใครเข้าใกล้ก็พลอยเหม็นติดเสื้อผ้าออกมาด้วย ปราชญ์คนหนึ่งเคยพูดว่า “คนที่คิดลบนั้นเขาไม่เคยพอใจในอะไรสักอย่าง เขาไม่พอแม้กระทั่งประเทศที่เป็นแผ่นดินถิ่นเกิดของเขา เขาด่าทุกอย่าง วิจารณ์ทุกอย่าง เพื่อเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เขาทำอย่างนั้นตั้งแต่หนุ่มจนแก่ และก็ตายจากไปโดยไม่มีความสุข” “จงอยู่เสียให้ห่างจากแหล่งพลังงานทางด้านลบ คือกฎข้อแรกของการฝึกตนให้เป็นคนที่มีความสุข”   ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 233 ผู้เขียน/แต่ง : ว.วชิรเมธี Photo by Artem Bali on Unsplash Secret Magazine (Thailand) บทความน่าสนใจ 9 นิสัยคิดลบ บ่อนทำลายสมอง หยุดซะ หากคุณอยาก เพิ่มไอคิว […]

Dhamma Daily : มีคนทักเรื่อง โหงวเฮ้ง แต่ไม่อยากทำศัลยกรรม ทำอย่างไรดี

ถาม : ดิฉันเคยโดนทักเรื่อง โหงวเฮ้ง โดยหมอดูบอกว่าควรปรับทรงดวงตาเนื่องจากดิฉันเป็นคนหางตาตก แต่ในใจก็คิดว่าการทำศัลยกรรมเป็นสิ่งสิ้นเปลือง ไม่ทราบว่าดิฉันจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดีคะ

ชีวิตเรา เราเลือกเลย บทความให้แง่คิด ชีวิต โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

ชีวิตเรา เราเลือกเลย บทความให้แง่คิด ชีวิต โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ผมกำลังจะแต่งงานใน 1 เดือนข้างหน้านี้ ทุกอย่างเตรียมไว้พร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ แต่พอยิ่งใกล้วัน ผมเริ่มกังวล ไม่มั่นใจ รู้สึกว่าไม่พร้อมที่จะมี ชีวิต คู่ ไม่พร้อมแชร์เวลาของผมกับใคร ผมมีอะไรๆ ที่อยากทำอีกมากมาย แต่กลัวแฟนเสียใจ และเกรงใจผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ผมควรทำอย่างไรดีครับ คนเรายังคงต้องการมีเพื่อนคู่คิด มิตรคู่ใจอยู่ แต่ไลฟ์สไตล์ปัจจุบันของคนไม่พร้อมที่จะถูกผูกมัดเกี่ยวข้องเป็นของฉันของเธอมากเกินไป ยังอยากท่องเที่ยว อยากมีพื้นที่ส่วนตัว อยากมีโลกส่วนตัว อยากคุยกับใครมากกว่า 1 คน ไม่อยากรับผิดชอบชนิดที่ถูกผูกมัดจนตัวเองหมดอิสรภาพ ความจริงคือโลกเปลี่ยนไปแล้ว แต่อย่าอ้างว่าเพราะโลกเปลี่ยน เราจึงต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ให้กลับมาที่โลกภายในใจของเราแล้วคิดก่อนว่าอะไรคือจุดมุ่งหมายของการเกิดมาของเรา ไม่ว่าโลกจะมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย จะเหวี่ยงโยนไปด้วยความชอบชังที่รุนแรงขึ้นเพียงใด ไลฟ์สไตล์คนเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนและยาวนานมากว่า 2,600 ปี คือ การตั้งสมมติฐานกับตัวเองว่าเราเกิดมาแล้วจะพ้นทุกข์ได้ไหม เราต้องกลับไปสู่สิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ ต้องเคารพการได้เกิดของเราพร้อมกับการไปให้ถึงสิ่งที่เราเคารพ คือดำรงชีวิตอยู่กับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงนี้อย่างใจที่เป็นอิสระ การมีชีวิตที่จะต้องไปข้องเกี่ยวผูกมัดกับใคร หากเราไม่มีสำนึกในความรับผิดชอบสิ่งที่เราจะต้องเข้าไปข้องเกี่ยวผูกมัด […]

พระราชากับนกแก้วสองพี่น้อง

พระราชา กับนกแก้วสองพี่น้อง นกแก้วพี่สองท้องเดียวกัน แต่มีความแตกต่างกันราวฟ้ากับดินจน พระราชา ยังตกพระทัย นิทานธรรมะสอนใจเรื่องนิสัใจคอบุตรหลาน มีนิสัยเช่นนั้นเพราะการเลี้ยงดู กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชาหนุ่มพระองค์หนึ่งโปรดการล่าสัตว์ ข้าราชบริพารก็ต้อนกวางมาให้พระองค์ล่า แต่กวางก็หลุดหนีจากพระองค์ไปได้ พระราชาจึงให้สารถีขับราชรถติดตามกวางไป พระราชาทรงหากวางไม่พบ สารถียิ่งขับราชรถเข้ามาในป่าลึกทุกที ๆ จนมาถึงหมู่บ้านโจรป่า พอพวกโจรทราบว่าพระราชาเสด็จมา ก็กลัวพระราชอาญา จึงพากันหลบหนีไป เหลือแต่นกแก้วตัวหนึ่ง นกนั้นเห็นพระราชาจึงกล่าวว่า “ดูซิ เครื่องทรงอลังการ เพชรพลอยขนาดนี้ น่าฆ่ามันเพื่อเอาของเหล่านี้มาเป็นของเราจริง ๆ ” พระราชาสดับดังนั้นถึงกับตกพระทัยให้สารถีรับขับราชรถออกไปจากบริเวณนี้ จนมาถึงอาศรมของพระฤษี พระราชาทรงกระหายน้ำมากจึงเสด็จเข้าไปในอาศรม พระฤษีไม่อยู่อาศรมจะมีแต่นกแก้วอยู่หนึ่งตัว นกตัวนั้นเห็นพระราชาเข้ามาก็กล่าวว่า “ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่พระราชาเสด็จมาที่แห่งนี้ พระราชาทรงกระหายน้ำหรือไม่ เชิญพระองค์ตักน้ำเสวยจากโอ่งดินได้เลยพระเจ้าค่ะ หม่อมฉันไม่มีมือที่จะตักน้ำถวาย ” พระองค์สดับแล้วรู้สึกดีพระทัยและทรงสัมผัสได้ถึงความเป็นมิตร พระราชาสนทนากับนกแก้วอยู่นานจนทราบว่า นกแก้วตัวนี้กับนกแก้วที่อยู่ที่หมู่บ้านโจรเป็นพี่น้องกัน แต่เมื่อหลายปีก่อนมีพายุพัดรัง ให้นกทั้งสองพรากจากกัน นกผู้พี่มาตกที่อาศรมของฤษี ฤษีจึงชุบเลี้ยงทั้งยังสอนการพูดวาจาอ่อนหวาน และไม่ละเมิดในวจีกรรม มโนกรรม และกายกรรม ส่วนนกผู้น้องไปตกที่บ้านโจร ได้ยินคำสบถหยาบคาย และแผนการฆ่าคนเพื่อชิงทรัพย์จนเคยชิน จึงกลายเป็นนกแขกเต้าที่คิดจะเอาของผู้อื่นด้วยการฆ่าดังที่พระราชาสดับมา พระราชาประทับพระทัยในนกแก้วตัวนี้มาก จึงทรงปฏิญาณเลิกล่าสัตว์ แล้วประกาศให้ป่าแห่งนี้เป็นเขตอภัยทาน […]

พญาวานรยอดผู้นำ นิทานธรรมะสอนใจผู้บริหาร

พญาวานรยอดผู้นำ นิทานธรรมะสอนใจ ผู้บริหาร ทำไมนิทานธรรมะเรื่องนี้จึงเป็นนิทานธรรมะสอนใจผู้บริหาร ตามจริงน่าจะเป็นเตือนใจท่านผู้บริหารเสียมากกว่า หากได้ลองอ่านดูแล้วจะเห็นอะไรมากกว่าบทบาทของ ผู้บริหาร กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ เมืองพาราณสี คนดูพระอุทยานพบผลไม้ประหลาดสีทองมีกลิ่นหอมลอยมาในสระน้ำของพระอุทยาน จึงนำขึ้นถวายพระราชา พระราชาเห็นผลไม้นั้นก็ประหลาดใจ จึงประกาศหาผู้รู้มาแถลงว่านี้มันคือผลไม้อะไร นายพรานคนหนึ่งรู้จักผลไม้นี้เป็นอย่างดีจึงเข้าเฝ้าพระราชา “ผลไม้ที่มีเปลือกสีทองอร่ามส่งกลิ่นหอมในถาดทองเบื้องหน้านี้คือ มะม่วง พ่ะย่ะค่ะ เป็นผลไม้ที่อยู่ในป่าหิมพานต์” พระราชาสดับดังนั้นจึงโปรดให้ผ่าผลมันออกแล้วเสวยผลมะม่วงนั้น “ช่างเป็นผลไม้ที่อร่อยจริง ๆ ข้าอยากได้พันธุ์ของมันมาปลูกไว้ในเมืองของเรา พราน เจ้าพอจะนำทางเราและเหล่าเสนาไปนำต้นมะม่วงมาได้หรือไม่” “ยินดีพ่ะย่ะค่ะ” จากนำพระราชาทรงเรือพร้อมด้วยเหล่าเสนา และมีนายพรานเป็นผู้นำทางมุ่งหน้าเดินทางไปยังป่าหิมพานต์ พอถึงจุดที่มีต้นมะม่วงผลสีทองส่งกลิ่นหอม พระราชาทรงอยากเสวยผลมะม่วง จึงทรงให้เหล่าเสนารอบต้นเพื่อสอยผลมะม่วงเหล่านั้น ฝูงลิงที่กินมะม่วงเป็นอาหารอยู่แล้วก็กระโดดปีนป่ายมา พระราชาทอดพระเนตรดังนั้นก็ให้เหล่าเสนายิงธนูสังหารเสีย พญาวานร ลิงเผือกที่ตัวใหญ่ผิดลิงธรรมดาเกรงว่าบริวารจะเป็นอันตราย จึงเรียกบริวารให้กระโดดข้ามไปยังต้นไม้อีกต้นเพื่อหนีธนู แต่ด้วยต้นไม้นั้นมันไกลเกินกว่าที่จะกระโดดไปถึงทันที พญาวานรจึงผูกเถาวัลย์ไว้กับเอวแล้วสละตนกระโดดพุ่งไปอีกต้นไม้ แล้วตะโกนให้บริวารปีนเถาวัลย์นั้นมา พระราชาทอดพระเนตรเห็นดังนั้น ทรงประทับพระทัยในการกระทำของพญาวานร จึงทรงสั่งห้ามเหล่าเสนายิงธนู พระองค์ทอดพระเนตรจึงถึงลิงตัวสุดท้าย ลิงตัวนี้มีอาฆาตแค้นต่อพญาวานรจึงคิดเห็นเป็นโอกาสที่จะสังหารพญาวานร มันจึงกระโดดลงบนหลังของพญาวานรหลายครั้ง จนพญาวานรร่วงลงมาบนพื้นได้รับบาดเจ็บสาหัส พระราชารีบเข้าไปดูอาการของพญาวานรด้วยพระเมตตา พระองค์โปรดให้พยาบาลพญาวานร แต่ร่างกายอันระบมของพญาวานรไม่สามารถทนต่อบาดแผลที่ได้รับ พระราชาตรัสถามพญาวานรว่า “ทำไมพ่อลิง ไม่หนีเอาตัวรอดไป มาห่วงใยคนอื่น จนตนเองต้องเดือดร้อนเช่นนี้” “ข้าเป็นหัวหน้าของพวกเขา […]

ช้อป กิน เที่ยว ไหว้เจ้าแล้ว แวะทำบุญ 3 วัด สตรีสร้างในย่านเยาวราช

ช้อป กิน เที่ยว ไหว้เจ้าแล้ว แวะทำบุญ 3 วัด สตรีสร้างในย่าน เยาวราช   ย่าน เยาวราช สถานที่ทำการค้าของคนไทยเชื้อสายจีนมาอย่างยาวนาน นอกจากจะเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ที่กิน และศาลเจ้าดัง ๆ แล้ว ทราบหรือไม่ว่ายังมีวัดไทยซ่อนเร้นอยู่ในย่ามนี้ด้วย ที่จริงมีอยู่หลายวัดซึ่งมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวทำบุญที่มีชื่อเสียง แต่ในครั้งนี้ขอนำเสนอวัดที่ผู้หญิงสร้าง ที่เป็นวัดเก่าแก่คู่กรุงรัตนโกสินทร์มาอย่างยาวนานซึ่งมีด้วยกัน 3 วัดดังนี้     วัดคณิกาผล เป็นวัดที่ยายแฟงสร้างเมื่อง พ.ศ. 2376 (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3) วัดนี้อยู่หลังวัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) หากใครไหว้พระไหว้เจ้าวัดเล่งเน่ยยี่แล้ว แวะไปไหว้พระขอพร ทำบุญที่วัดนี้ได้     วัดกันมาตุยาราม เป็นวัดที่นางกลีบ สาครวาสีได้สร้างขึ้นในพื้นที่ที่เคยเป็นสวนดอกไม้ เมื่อปี พ.ศ. 2407 (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4) วัดแห่งนี้อยู่ใกล้กับวัดพุทธศาสนามหายานสองวัด คือ วัดกุศลสมาคร (อนัมนิกาย) และวัดบำเพ็ญจีนพรต (จีนนิกาย)   […]

เมื่อพระไพศาล วิสาโล เล่าถึง พระอารมณ์ขันขององค์ทะไลลามะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับ พระอารมณ์ขันขององค์ทะไลลามะ ที่ถูกเผยแพร่บนเฟสบุ้คเพจ Phra Paisal Visalo เมื่อเกือบ 6 ปีก่อน เข้าใจว่าน่าจะเป็นข้อเขียนของพระไพศาล วิสาโล หากผิดพลาดประการใด กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ ……………………… 17 ธันวาคม 2012 เมื่อวานได้รับนิมนต์ให้ฉันเพลร่วมโต๊ะเดียวกับองค์ทะไลลามะ ก่อนที่จะนั่งเก้าอี้ ท่านถามอายุของพระเถระฝ่ายไทยที่ร่วมโต๊ะ พอทราบว่าท่านอายุมากที่สุดคือ 77 พรรษา ท่านก็หัวเราะแล้วพูดว่างั้นท่านก็ต้องนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานสิ ทีแรกท่านคิดว่ามีพระไทยที่อายุมากกว่าท่าน ท่านนั่งได้สักพักก็ลุกขึ้นไปตักอาหาร มีคนทักท้วงว่าเดี๋ยวจะมีอาหารมาถวายท่านที่โต๊ะ ท่านปฏิเสธ บอกว่าตักเองดีกว่า เพราะได้เลือกอาหารเองด้วย พูดเสร็จก็หัวเราะอีก ตลอดเวลาที่ร่วมโต๊ะกับท่าน ท่านมีเรื่องเบา ๆ ตลก ๆ มาเล่าให้พวกเราหัวเราะเป็นระยะ ๆ ท่านเป็นกันเองมาก และไม่ขาดอารมณ์ขันเลย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหารการกิน ช่วงหนึ่งท่านเล่าว่า ปกติแล้วท่านฉันเฉพาะมื้อเช้ากับเพล มื้อเย็นไม่ฉัน เพราะท่านถือวินัยเดียวกับพระเถรวาท แต่บางวันท่านหิวมาก ก็เลยต้องขอพระพุทธเจ้าฉันขนมปังสักแผ่น เหตุผลก็คือ “สุขภาพของข้าพระองค์สำคัญมาก ถ้ามีสุขภาพดีก็จะช่วยเผยแผ่พุทธธรรมได้กว้างขวาง” พูดจบท่านก็หัวเราะตัวโยนตามแบบฉบับของท่าน ฟังแล้วก็นับถือท่านว่า ไม่สร้างภาพหรือวางฟอร์มเลย เรื่องแบบนี้คนส่วนใหญ่ […]

ทะไลลามะองค์ที่ 14 เผยวัตรปฏิบัติสุดเรียบง่ายจากพระโอษฐ์พระองค์เอง

แม้จะเป็นผู้นำที่ได้รับการยกย่องและมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วโลก แต่ สมเด็จพระเทนซิน กยัตโซ ทะไลลามะองค์ที่ 14 ก็ยังคงทรงมีวัตรปฏิบัติที่เรียบง่าย นับตั้งแต่พระองค์ทรงตัดสินพระทัยเดินทางออกจากทิเบต เสด็จลี้ภัยไปยังอินเดีย ดินแดนที่เคยมีสัมพันธไมตรีอันดีต่อกันมานานหลายปี พร้อมกับนำชาวทิเบตกว่า 80,000 คนเข้าไปพำนักอยู่ ณ เมืองธรรมศาลา (Dharmsala) หรือ แมคลอดกานจ์ (McLeod Ganj) ที่ตั้งอยู่ในรัฐหิมาจัลประเทศ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย วัตรปฏิบัติของพระองค์ก็ยังทรงเป็นเฉกเช่นเดียวกับเมื่อครั้งอยู่ในบ้านเกิดเมืองนอนอันเป็นที่รัก นั่นคือเป็นวิถีอันเรียบง่ายที่สะท้อนถึงความสงบในจิตใจได้เป็นอย่างดี สมดังที่พระองค์ได้ตรัสไว้เสมอมาว่า “ข้าพเจ้าเป็นเพียงพระสงฆ์ธรรมดา ไม่มีอะไรมากกว่านี้และน้อยกว่านี้” และนี่คือวัตรปฏิบัติในแต่ละวันของ ทะไลลามะองค์ที่ 14 ที่เผยจากพระโอษฐ์ของพระองค์เอง “ตามปกติอาตมาตื่นนอนตีสี่ สิ่งแรกที่ได้เห็นคือพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าจากพระพุทธรูป พอลุกขึ้นมาก็สวดมนต์ภาษาทิเบต อุทิศส่วนกุศลที่ได้ทำ ได้พูด ได้คิดทั้งวัน เป็นการแผ่ส่วนบุญเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น อาตมาภาวนาจนถึงตีห้าครึ่ง จากนั้นก็ทำพุทธบูชากราบแบบอัษฎางคประดิษฐ์และปลงอาบัติ เพื่อสำรวจตรวจดูความผิดของเราที่แล้ว ๆ มา เพื่อแถลงให้สงฆ์ทราบ แล้วสวดมนต์ให้พรเพื่อความสวัสดีของสรรพสัตว์ “สมัยที่ยังอยูทิเบต เวลาที่ตื่นนั้นอากาศหนาวเย็นนัก อาตมาจึงต้องออกกำลังกายและรีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว อาตมานุ่งจีวรสีแดงเข้มเหมือนพระรูปอื่น ๆ เป็นผ้าหยาบๆ ผืนเดียว มีปะชุน การนุ่งห่มผ้าอย่างนี้เอาไปขายไม่ได้ แต่ก็ถือเป็นการยืนหยัดปรัชญาของเราที่สอนให้ไม่ติดยึดในสิ่งของต่าง ๆ ทางโลก “อาตมาก็เหมือนพระทุกรูป […]

ยา วิเศษ บทความให้แง่คิด โดย พระไพศาล วิสาโล

ยา วิเศษ บทความให้แง่คิด โดย พระไพศาล วิสาโล ในฐานะพยาบาล เกื้อจิตร แขรัมย์ ตระหนักดีว่ากายกับใจนั้นเกี่ยวข้องกันมาก ดังนั้นผู้ป่วยทุกคนที่เธอดูแล นอกเหนือจากการเยียว ยา ร่างกายแล้ว เธอยังให้ความสำคัญกับจิตใจของเขาด้วย ประสบการณ์อันยาวนานทำให้เธอจัดเจนในการดูแลรักษาใจของผู้ป่วย จนเพื่อน ๆ ในโรงพยาบาลบุรีรัมย์มักขอความช่วยเหลือจากเธอเสมอ เด็กชายคนหนึ่งอายุ 11 ปี มีอาการปวดหัวตั้งแต่อายุ 7 ขวบ แม่พาไปรักษาหลายโรงพยาบาล หมดเงินไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น ตอนมารักษาตัวที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์นั้น นอกจากปวดหัวอย่างหนักจนอาเจียนแล้ว เด็กยังมีอาการตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน หมอสันนิษฐานว่าเด็กมีเนื้องอกในสมอง จึงส่งตรวจซีทีสแกน แต่ไม่พบความผิดปกติ หมอจึงคิดว่าเด็กอาจมีปัญหาทางจิต แต่ก่อนที่หมอจะส่งเด็กไปหาหมอจิตเวช พยาบาลที่เห็นเหตุการณ์ขอให้เกื้อจิตรมาดูผู้ป่วยรายนี้ เพราะเกรงว่าถ้าเด็กได้รับยาจากหมอจิตเวช อาจจะมึนงงจนเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง เมื่อเกื้อจิตรไปถึง แม่เด็กเฝ้าแต่ถามว่าลูกเธอจะหายไหม เกื้อจิตรดูอาการของเด็กแล้วถามแม่ว่ามีลูกกี่คน แม่เด็กตอบว่ามีสี่คน “คนโตเรียนมหาวิทยาลัย หน้าตาดี เรียนเก่ง คนที่สองอยู่ ม.5 เรียนเก่ง คนที่สามคือเขานี่แหละ ส่วนคนที่สี่เป็นผู้หญิงอยู่ ป.2 อายุ 8 […]

Dhamma Daily : วิธีทำใจสำหรับคนที่ใกล้จะโดน เลย์ออฟ

ถาม : ผมกำลังจะโดน เลย์ออฟ แบบไม่ทันเตรียมตัวเตรียมใจ เครียดมาก ไม่ทราบว่าจะทำใจอย่างไรดีครับ

” บัญชีชีวิต ” ที่ติดตัวมายามเกิด บทความจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

” บัญชีชีวิต ” ที่ติดตัวมายามเกิด บทความจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ – คนเราเกิดมามีบัญชีติดตัวมาด้วย

อาจเรียกได้ว่า บัญชีชีวิต มีอยู่ 2 ประเภท คือ บัญชีทางโลกและบัญชีทางธรรม บัญชีทางโลก ได้แก่ ทรัพย์สมบัติ อาหารการกิน สิ่งของและเครื่องใช้ต่างๆ ที่มีผู้ให้เราและที่เราหามาด้วยตนเองเพื่อใช้ยังชีพและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ไม่เพียงแต่ทรัพย์ดังกล่าวเท่านั้น แม้ร่างกายของเราก็จัดอยู่ในบัญชีทางโลกด้วย

7 อานิสงส์ที่ได้จากการพับ ดอกบัว ถวายพระ สัญลักษณ์แห่งสมาธิและศรัทธา

ในสมัยพุทธกาล องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเปรียบมนุษย์ดัง ดอกบัว  ดังนั้นการที่พุทธมามกะนำดอกบัวไปไหว้พระ หรือถวายพระ จึงนับเป็นเครื่องแสดงการสักการะว่า พร้อมที่จะเป็นบัวที่เบ่งบาน พร้อมที่จะเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน อยู่เสมอ และด้วยเหตุสอดคล้องเช่นนี้เอง ที่ทำให้คนสมัยโบราณเลือกที่จะนำดอกบัวบาน เน้นว่าดอกบัวบาน ไปถวายพระ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร เพราะบ้านเมืองยุคนั้นยังอุดมด้วยคู หนอง คลอง บึง แต่ละที่แต่ละแห่งก็มีบัวน้อยลอยชูช่อให้เด็ดดึงไปถวายพระอย่างง่ายๆ แต่พอยุคสมัยเปลี่ยนไป สังคมเมืองขยายตัวพร้อมกับการรุกล้ำพื้นที่ธรรมชาติ บึงน้ำหดหาย อยากได้บัวก็ต้องไปตลาด ข้างฝ่ายแม่ค้าขายดอกบัว เพื่อให้สินค้าอยู่คงทนจึงเลือกบัวตูมมาวางขายแทนบัวบาน แต่ใดๆ ล้วนมีทางออก ชาวพุทธอย่างเราๆ  โดยเฉพาะคุณผู้หญิงผู้มีฝีมือจับจีบเลยคิดค้นวิธีพับดอกบัวขึ้นมา เพื่อสื่อนัยยะว่า ดอกบัวพับกลีบ = ดอกบัวบาน = คติธรรมเป็น “ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน อยู่เสมอ”  โดยมีเคล็ดลับว่าควรพับให้ถึงกลีบสุดท้าย ถึงใจเกสร และเนื่องจากการพับ ดอกบัว เป็นงานละเอียดอ่อน ต้องอาศัยสมาธิที่ประกอบไปด้วยใจที่หยุดนิ่ง ผ่องใส ประณีต เบาสบาย จึงนับเป็นการฝึกสมาธิตื้น หรือ เจริญสติ ไปในตัว […]

พญาหงส์เข้าเฝ้าแสดงธรรม

พญาหงส์เข้าเฝ้า แสดงธรรม การมีความรู้ติดตัวใช่ว่าจะสร้างเงินทองให้เพิ่มพูนได้เท่านั้น แต่ยังทำให้เราเป็นผู้มีภูมิความรู้ ไม่ถูกใครครหาว่าเก่งแต่ปากอย่างเดียว การ แสดงธรรม ของพญาหงส์ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ เมืองพาราณสี มีพระมเหสีนามว่า “เขมาเทวี” ทรงฝันเห็นหงส์แสดงธรรมด้วยเสียงอันไพเราะ พระองค์ตั้งพระทัยสดับธรรมนั้นด้วยพระทัยที่เป็นกุศล ครั้งหงส์ตัวนั้นแสดงธรรมเสร็จก็บินจากไป พระนางพยายามจับหงส์ตัวนั้นไว้หมายจะให้แสดงธรรมแด่พระนางทุกเช้าค่ำ แต่ก็ทรงตื่นจากความฝัน พระนางเขมาเทวีเข้าเฝ้าพระสวามี ตรัสเล่าเรื่องความฝันของพระนาง ทรงหมายอยากสดับธรรมอันไพเราะจากหงส์ตัวนั้นอีกครา พระราชาทรงเห็นพระมเหสีทรงปรารถนาเช่นนั้น  ทรงโปรดให้เหล่าเสนาตามหาผู้รู้จักหงส์ที่สามารถพูดได้นำมาถวายพระองค์ นายพรานได้ยินประกาศจึงเข้าเฝ้าพระราชาเสนอว่าตนรู้ที่อยู่ของหงส์ที่พูดภาษามนุษย์ได้ มันอาศัยอยู่ที่ภูเขาจิตตกูฎในป่าหิมพานต์ พระราชาโปรดให้นายพรานไปนำหงส์วิเศษนี้มาถวายพระมเหสี หากนำมาได้จะประทานสมบัติมากกมายให้เป็นรางวัล นายพรานเดินทางเข้าสู่ป่าหิมพานต์จนถึงเขาจิตตกูฎ ได้เห็นหงส์ตัวนั้นอยู่ท่ามกลางหงส์ทั้งหลาย แน่ใจว่าต้องเป็นพญาหงส์ ที่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้จึงครอบตาข่ายจับ แม้บริวารหงส์จะพากันหนีไปเพราะกลัวภัย แต่หงส์อีกตัวซึ่งเป็นเพื่อนที่เติบโตมาพร้อมกับพญาหงส์ ไม่ยอมหนีไป หากจะหนีต้องพากันรอดไปด้วยกัน นายพรานเห็นดังนั้นถึงกับน้ำตาไหล เห็นในความรักฉันมิตรของสัตว์ทั้งสอง จึงปล่อยพญาหงส์ออกจากบ่วงตาข่าย พญาหงส์จึงถามถึงสาเหตุที่นายพรานต้องจับตนไปถวายพระราชา นายพรานบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด พญาหงส์เข้าใจแล้วจึงกล่าวว่า “เรายินดีไปกับท่าน เพื่อที่จะได้ถวายธรรมะอันประเสริฐแด่พระนางเขมาเทวี” นายพรานอุ้มพญาหงส์และหงส์ซึ่งเป็นสหายออกจากป่าหิมพานต์มุ่งสู่นครพาราณสี พระราชาทอดพระเนตรพญาหงส์ก็แน่พระทัยว่า หงส์ตัวนี้ไม่ใช่หงส์ธรรมดา พระองค์จึงให้ข้ารับใช้จัดที่นั่งทองคำให้พญาหงส์นั่ง พญาหงส์นั่งบนพระแท่นทองคำแล้ว พระนางเขมาเทวียกเครื่องหอม ดอกไม้นานาถวาย พระนางตรัสว่า “เราเคยพบเจ้าในความฝัน ธรรมะของเจ้าไพเราะเสนาะยิ่งนัก ขอเจ้าเมตตากรุณาแสดงธรรมะนั้น เพื่อประโยชน์แก่ข้า […]

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ – วัดมหาธาตุแห่งกรุงเทพมหานคร

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ – วัดมหาธาตุแห่งกรุงเทพมหานคร วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดเก่ามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สถาปนาเป็นพระอารามหลวงในอุปถัมภ์ของสมเด็จฯ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท พระอนุชาธิราชในรัชกาลที่ 1     วัดมหาธาตุเป็นวัดที่มีมาก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีชื่อว่า “วัดสลัก” หรือ “วัดฉลัก” เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรี วัดแห่งนี้จึงกลายเป็นพระอารามหลวง ที่พำนักของสมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะมาตลอดสมัยกรุงธนบุรี เมื่อสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ย้ายราชธานีจากฝั่งตะวันออก ทรงสถาปนาวัดโพธาราม ซึ่งต่อมาคือวัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) เป็นพระอารามหลวง สมเด็จฯ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท สมเด็จพระอนุชาธิราชจึงทรงสถาปนาวัดสลักขึ้นเป็นพระอารามหลวง เนื่องจากครั้งที่พระองค์ทรงเป็นนายสุดจินดา มหาดเล็กหุ้มแพร จะล่องเรือขึ้นไปหาหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี (รัชกาลที่ 1 ในขณะนั้น) ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าคลองบางกอกใหญ่ พบกับเรือกองทัพพม่า จึงได้หนีข้าศึกพม่ามาหลบ แล้วคว่ำเรือแล้วมาหลบซ่อนให้พ้นจากพม่าที่หน้าวัดแห่งนี้ ครั้งสงครามสงบบ้านเมืองร่มเย็น พระองค์รำลึกถึงพระคุณของพุทธสถานนี้จึงปฏิสังขรณ์และอุปถัมภ์วัดแห่งนี้เรื่อยมา ทั้งทรงนำพระอัฐิของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (นายทองดี) มาบรรจุในมณฑป และตั้งชื่อวัดแห่งนี้ว่า “วัดนิพพานาราม”     เมื่อ พ.ศ. 2331 วัดแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งแรกในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ […]

วักกลี ผู้หลงใหลในพระพุทธเจ้า

วักกลี ผู้หลงใหลใน พระพุทธเจ้า วักกลี เป็นผู้ที่เกิดในตระกูลพราหมณ์แห่งเมืองสาวัตถี มารดานำวักกลีมาถวาย พระพุทธเจ้า ตั้งแต่ยังเล็กนัก เพราะถูกปีศาจรังควาญ วักกลีได้รับการเลี้ยงดูโดยพระพุทธเจ้ามาตลอด ด้วยความใกล้ชิดพระพุทธเจ้าเสมือนบิดา หากไม่ได้พบพระพุทธเจ้าก็จะเกิดความกระวนกระวายใจ เมื่ออายุได้ 7 ปี พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ แต่วักกลียังคงติดมอบรูปลักษณ์ของพระองค์อยู่ พระองค์จึงตรัสสอนว่า “ทำไมเธอถึงได้หลงรูปของเราตามที่ชนทั้งหลายเขาหลงกัน ผู้ใดที่เข้าใจธรรมะของเรา ผู้นั้นย่อมเป็นบัณฑิตได้ขึ้นชื่อว่าเห็นเราอย่างแท้จริง แต่ผู้ที่ไม่เข้าใจในธรรมะของเรา ถึงจะเห็นเราแต่ก็ไม่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่เห็นเราอย่างแท้จริง ร่างกายนี้เป็นโทษ ที่เป็นที่รวบรวมแห่งความทุกข์ เป็นที่อาศัยของโรคภัยทุกชนิด จนพิจารณาเห็นถึงความเกิดและความดับไปของรูป ถึงจะพ้นจากกิเลสได้โดยง่าย” พระวักกลีน้อยใจพระพุทธเจ้า จึงวิ่งขึ้นไปบนเขาคิชฌกูฏ พระพุทธเจ้าจึงเสด็จไปตามพระวักกลี เมื่อพระหนุ่มเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จมาตามตน จึงรีบวิ่งไปเข้าเฝ้า วาระสุดท้ายของพระวักกลีก็มาถึง อาพาธเป็นโรคล้มใกล้จะมรณภาพ พระพุทธเจ้าทรงทราบจึงฝากคำสอนเรื่องความเกิดและความเสื่อมของร่างกายมาถึงพระวักกลี พระภิกษุที่รับโอวาทก็นำมากล่าวให้พระวักกลีฟัง เมื่อฟังเสร็จแล้วได้บรรลุอรหันตผลแล้วเข้าสู่นิพพานทันที มีควันหนาแน่นทั่วบริเวณ แล้วจางหายไป พระภิกษุทั้งหลายทูลถามพระพุทธเจ้าว่าควันนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า ควันนี้คือมารที่จะมารับดวงวิญญาณของพระวักกลีไป แต่ต้องกลับไปมือเปล่า เพราะพระวักกลีเข้าใจในเรื่องของการดับแห่งรูป ได้อรหันตผลและเข้าสู่นิพพานแล้ว ก่อนสิ้นใจ ที่มา : 84000.org Photo by Jaizer Capangpangan on […]

ทีมหมูป่าปลอดภัยเพราะการทำสมาธิ : สมาธิระงับความหิวได้จริงหรือ ?

น้อง ทีมหมูป่า ปลอดภัยเพราะการทำสมาธิ : สมาธิระงับความหิวได้จริงหรือ ? หลายคนคงเกิดความสงสัยไม่น้อยว่า ทีมหมูป่า อะคาเดมี รอดพ้นและปลอดภัยจากอันตรายในถ้ำหลวงได้อย่างไร หลายสำนักข่าวต่างรายงานว่า โค้ชเอก นายเอกพล จันทะวงษ์ ผู้ช่วยกุนซือหนุ่มวัย 25 ปี เป็นคนมีสติและชอบทำสมาธิ เพราะก่อนจะมาเป็นโค้ชให้ ทีมหมูป่าอะคาเดมี นั้น เคยบวชเป็นพระ ศึกษาพระธรรมมาเป็นเวลา 10 ปี โค้ชเอกชอบสอนน้อง ๆ ให้นั่งสมาธิ หลังจากซ้อมฟุตบอลเสร็จ  ซึ่งหลายคนที่สนิทหรือใกล้ชิดกับโค้ชเอกตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า โค้ชเอกคงให้น้อง ๆ นั่งสมาธิ เพื่อระงับความหิว พระอาจารย์เอกพล ชุตินธโร พระวัดเสาหิน จังหวัดลำพูน เป็นพระที่บวชมาพร้อมกับโค้ชเอกยืนยันว่า “เชื่อมั่นว่าโค้ชสามารถดูแลเด็กได้ เพราะเป็นคนที่แข็งแรงและมีสติปัญญาดี คงใช้สมาธิที่บวชมาเป็นระยะเวลา 7-8 ปี ในการแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี ป้าธรรม คุณป้าของโค้ชเอกกล่าวว่า “โค้ชเอกเป็นคนธรรมะ ธรรโม นอบน้อมถ่อมตน และรักเด็ก เห็นในคลิปแล้วโค้ชมีสภาพที่อิดโรยมาก ที่จริงตอนก่อนจะเข้าถ้ำ โค้ชเตรียมขนมไปเยอะมาก แต่คงให้เด็ก […]

รีวิวความงดงาม 7 วัดพุทธในเกาหลีใต้ ยูเนสโก เพิ่งประกาศเป็นมรดกโลกปี 2018

ยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียนสถานที่ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และดูแลรักษาเพื่อสืบทอดเป็น มรดกโลกปี 2018 เพิ่มทั้งหมดหลายแห่งใน 9 ประเทศ ซึ่งมีผลทำให้สถานที่เหล่านี้ถูกคุ้มครองตามกฎหมายภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศ ในการประชุมประจำปี 2018 ครั้งที่ 42 เมื่อวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน ที่ประเทศบาห์เรน องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศบรรจุมรดกโลกแห่งใหม่ในหมวดวัฒนธรรม ซึ่งอยู่ใน 9 ประเทศ คือ เดนมาร์ก, เยอรมนี, อินเดีย, อิหร่าน, ซาอุดีอาระเบีย, เคนยา, โอมาน, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ที่น่าปลื้มใจสำหรับคนมีศาสนาก็คือ มรดกโลกแห่งใหม่ที่อยู่ในประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่นต่างก็เป็นศาสนสถานทั้งคู่ โดย Secret ขอพุ่งโฟกัสไปที่เกาหลีใต้ เพราะวัดทั้ง 7 แห่งที่ถูกบรรจุเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมนี้ ล้วนเป็นพุทธศาสนสถานทั้งหมด  ทั้งนี้ ยูเนสโก ได้แถลงถึงคุณงามความดีของวัดเหล่านี้ว่า  “เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ดำรงอยู่มาถึงทุกวันนี้ในฐานะศูนย์รวมความเชื่อ และสถานที่สำหรับกิจกรรมทางศาสนา” วัดโบราณทั้ง 7 แห่งนี้ มีประวัติการก่อสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 7-9 ครอบคลุมช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจของ 3 แผ่นดินคือ โกกูรยอ […]

5 ภิกษุณี ผู้ประเสริฐ แห่งพุทธกาล

5 ภิกษุณี ผู้ประเสริฐ แห่งพุทธกาล หากพูดถึงบทบาทของผู้หญิง ย้อนไปถึงในสมัยพุทธกาลก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก ผู้หญิงหลายคนในเวลานั้นได้บวชเป็น ภิกษุณี ภิกษุณี หลายรูปที่เราไม่ค่อยคุ้นชื่อกันนัก แต่ประวัติของท่านสะท้อนถึงการต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ กว่าจะบรรลุอรหันต์ และสุดท้ายได้รับยกย่องเป็น “เอตทัคคะ” หรือผู้ที่ได้รับยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นผู้ยอดเยี่ยมในทางใดทางหนึ่ง ซึ่ง ซีเคร็ต ขอหยิบยกมาเป็นตัวอย่าง 5 รูป พระปฏาจาราเถรี นางเกิดในตระกูลเศรษฐีในกรุงสาวัตถี เมื่อบิดามารดาจัดหาชายหนุ่มชนชั้นเสมอกันให้แต่งงานด้วย นางก็หนีไปกับคนรักที่เป็นลูกจ้างในบ้าน หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อนางมีบุตรคนแรกก็คิดจะกลับไปหาแม่ แต่สามีไม่ให้ไป พอตั้งครรภ์ลูกคนที่สองนางจึงแอบสามีไปหาแม่ แต่สามีตามมาทันกลางทาง ระหว่างนั้นเกิดฝนตกหนัก สามีออกไปหาที่กำบังฝนแต่ถูกงูกัดตาย และคืนนั้นเองที่นางคลอดบุตรคนที่สอง รุ่งเช้านางออกตามหาสามี เมื่อมาพบศพนางเสียใจมาก โทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้สามีเสียชีวิต แต่นางต้องหักใจพาลูกสองคนเดินทางต่อไปยังกรุงสาวัตถี เมื่อถึงฝั่งแม่น้ำอจิรวดี แม่น้ำไหลเชี่ยวกราก นางให้ลูกคนโตรออยู่ที่ฝั่ง อุ้มลูกคนเล็กข้ามไปก่อน ระหว่างข้ามกลับมารับลูกคนโตได้ครึ่งทาง ก็หันไปเห็นเหยี่ยวกำลังจะโฉบลูกคนเล็กไป นางส่งเสียงโบกมือไล่เหยี่ยว แต่ลูกคนโตที่ยืนรออยู่อีกฝั่งเห็นแม่ส่งสัญญาณแบบนั้นคิดว่าแม่เรียกจึงเดินลงน้ำไปหา แล้วถูกแม่น้ำพัดหายไป นางเสียใจมากรำพึงรำพันกับตัวเองว่า “บุตรของเราคนหนึ่งถูกเหยี่ยวเฉี่ยวไป คนหนึ่งถูกน้ำพัดไป สามีก็ตายเสียในที่เปลี่ยว” ถึงอย่างนั้นนางก็ยังมุ่งหน้าต่อไปยังบ้านของพ่อแม่ แต่สิ่งที่พบคือ ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า ฝนตกหนักเมื่อคืนทำให้บ้านพังถล่มทับพี่ชายและพ่อแม่เสียชีวิตทั้งหมด เมื่อรู้เรื่องนางเสียใจจนเสียสติ […]

keyboard_arrow_up