พระเนมิราช พระราชาผู้ท่องนรก-สวรรค์

พระเนมิราช พระราชาผู้ท่องนรก-สวรรค์ พระเนมิราช เป็นพระชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า เป็นพระชาติที่ทรงบำเพ็ญอธิษฐานบารมี พระองค์เป็นที่รักของเทวดา พระอินทร์จึงเชิญพระองค์ขึ้นไปยังสวรรค์ แต่ระหว่างเส้นทางที่จะไปสวรรค์ต้องผ่านขุมนรกเสียก่อน กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังเมืองมิถิลามีพระราชาพระองค์หนึ่งปกครองนามว่า “เนมิราช” พระองค์ชอบการทำทานมาก ทรงบริจาคทานให้แก่ประชาราษฎร์ พร้อมทั้งแสดงธรรมให้พสกนิกรทำความดี วันหนึ่งพระราชาทรงสงสัยว่า ระหว่างทานกับการรักษาศีล แบบไหนได้อานิสงส์มากกว่ากัน พระอินทร์ทราบดังนั้นจึงเสด็จลงมาพระราชา พระอินทร์ตอบว่า “การให้ทานมีผลเพียงได้สวรรค์ แต่การรักษาศีลหรือออกบวชนั้นสามารถนำไปสู่ความหลุดพ้น แต่การรักษาศีลนั้นเป็นเรื่องยาก ต้องละจากชีวิตปุถุชน แต่อานิสงส์แรงกว่าทาน แม้ทานจะอานิสงส์น้อยแต่ควรปฏิบัติควบคู่กันไปกับการรักษาศีล ” พระอินทร์กลับสวรรค์ เทวดาทั้งหลายทราบว่าพระอินทร์ ราชาแห่งเทวดาเสด็จมาพบพระเนมิราช จึงทูลขอให้พระอินทร์เชิญพระเนมิราชขึ้นมาบนสวรรค์ เพื่อพระองค์เป็นพระอาจารย์ของพวกตน เทวดาเหล่านี้ตอนเป็นมนุษย์เกิดเป็นประชาชนของพระเนมิราช ปฏิบัติตามคำสอนของพระราชา เมื่อสิ้นบุญจึงได้เกิดบนสวรรค์ พระอินทร์โปรดให้มาตุลีเทพบุตรขึ้นราชรถทิพย์ไปรับพระเนมิราชมายังสวรรค์ มาตุลีเทพบุตรขับราชรถมารับพระเนมิราช แล้วประกาศว่าเป็นความประสงค์ของพระอินทร์และเหล่าเทวดาทั้งหลาย ระหว่างทางก่อนไปถึงสวรรค์ ต้องผ่านนรก พระเนมิราชเห็นภาพของความทุกข์ทรมานจากการถูกลงทัณฑ์ พอมาถึงสวรรค์ พระองค์ได้ชมวิมานของเทวดาต่าง ๆ จนมาถึงเทวสภา เทวดาทั้งหลายพากันเข้าพบพระเนมิราช พร้อมบอกว่าตนเคยเป็นประชาชนของพระองค์ และที่ได้เป็นเทวดาเช่นนี้เพราะปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ พระเนมิราชกลับเมืองมิถิลา ทรงเล่าสิ่งที่พบเห็นให้พสกนิกรของพระองค์ฟัง เพื่อให้ตระหนักถึงการมีอยู่จริงของนรกและสวรรค์ ต่อมาพระองค์ทรงยึดมั่นในการทำทานควบคุมไปกับการรักษาศีล จนพระชนมายุมากขึ้น มีพระเกษาขาวปรากฏ พระองค์ละจากราชสมบัติออกบวช แล้วอุบัติยังพรหมโลกหลังจากสวรรคตในเวลาต่อมา […]

ข้อธรรมสอนใจจากการออกธุดงค์เจอเสือของ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

ข้อธรรมสอนใจจากการออกธุดงค์เจอเสือของ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ในการออกธุดงค์ของ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ท่านได้เผชิญอุปสรรคและพบเจอเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย จึงทำให้เกิดข้อธรรมสอนใจต่าง ๆ ครั้งหนึ่งในช่วงเวลาที่หลวงปู่ฝั้นออกธุดงค์นั้น ประเทศลาวอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส มีความเข้มงวดทางทหารมาก ทำให้หลวงปู่ฝั้นและสามเณรพรหมไม่สามารถข้ามฝั่งไปได้ จึงตัดสินใจเดินทางเลียบฝั่งไปทางเหนือที่รายล้อมไปด้วยป่าทึบ และมีรอยเท้าเสือปรากฏให้เห็นอยู่ทุกระยะ ในเวลาใกล้ค่ำ ทั้งหลวงปู่ฝั้นและสามเณรพรหมก็ได้ยินเสียงเสือคำรามดังก้องไปทั้งป่า จิตของทั้งสองจึงไม่อาจสงบนิ่งได้เช่นเคย ทันใดนั้นหลวงปู่ฝั้นก็เปล่งภาษิตอีสานขึ้นมาบทหนึ่งว่า “เสือกินโค กินควาย เพิ่นช้าใกล้ เสือกินอ้าย เพิ่นช้าไกล” แปลความได้ว่า ถ้าเสือกินโคหรือกินควาย เสียงร่ำลือจะไม่ไปไกล เพราะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเสือกินคน หรือกินพระกัมมัฏฐานแล้ว เสียงร่ำลือจะไปไกล ภาษิตบทนี้ข่มความกลัว ทำให้ความกล้าหาญปรากฏในจิตของหลวงปู่ แล้วท่านจึงเปล่งภาษิตขึ้นอีกบทหนึ่งว่า “ตกกะเทินกำคอเข้ บ่ยอมวางให้หางมันฟาด ตกกะเทินกำคอกะท้าง บ่วางให้แก่ผู้ใด” ซึ่งตีความได้ว่า “กิเลสพันห้า ตัณหาร้อยแปดนั้น มันฝังแน่นอยู่ในสันดานของมนุษย์ เช่นเดียวกับจระเข้ที่กบดานแน่นิ่งอยู่ใต้น้ำ นาน ๆ จึงจะโผล่หัวขึ้นมานอนอ้าปากตามชายฝั่ง พอแมลงวันเข้าไปไข่ มันจะคลานลงน้ำ แล้วอ้าปากตรงผิวน้ำเพื่อให้ไข่แมลงวันไหลออกไปเป็นเหยื่อปลา และเมื่อใดที่ปลาใหญ่ปลาเล็กหลงเข้าไปกินไข่แมลงวันในปากของมัน มันก็จะงับปลากลืนกินไปทันที “ส่วนกะท้างนั้นก็เช่นเดียวกับกระรอก ซึ่งหัวหางกระดุกกระดิกอยู่ตลอดเวลา […]

งามแท้ เพราะ “ไม่แน่นอน” ปรัชญาธรรมจากแดนอาทิตย์อุทัย โดย ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร

งามแท้ เพราะ “ไม่แน่นอน” ปรัชญาธรรมจากแดนอาทิตย์อุทัย โดย ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร ย่อมไม่พลาดที่จะนำทรรศนะในการมองโลกของผู้คนในพื้นที่ตรงนั้นมาฝาก คราวนี้ไปเที่ยวญี่ปุ่น จะนำทรรศนะอะไรดี ๆ มาฝากเราบ้างหนอ… 0 ผมเพิ่งกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นครับ และแม้จะไม่สามารถนํา “ของฝาก” กลับมาให้แฟน ๆ คอลัมน์ได้ เนื่องจากเราไม่มีโอกาสจะได้พบหน้ากัน แต่ผมมี “ความคิดฝาก” ใส่สมองกลับมา ซึ่งรับรองว่ามีค่ายิ่งกว่า “ของฝาก” ราคาแพงหลายเท่าตัว 0 “ความคิดฝาก” ที่ว่านั้นมีชื่อว่า “วะบิ-ซะบิ” (Wabi-sabi) ซึ่งเป็นชื่อของปรัชญาเซนที่ผมชื่นชอบที่สุด เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งระหว่างที่ผมกําลังถ่ายรูปอยู่อย่างเพลิดเพลินที่เมืองเกียวโต ผมก็พลาดทําโทรศัพท์หลุดจากมือตกลงสู่พื้นที่ปูด้วยอิฐก้อนโต ๆ เบื้องล่าง เสียงกระทบของหน้าจอกับพื้นหินที่แข็งโป๊กนั้น ทําให้ผมรู้สึกปวดร้าวราวกับว่าใจผมเองเป็นสิ่งที่ตกลงสู่พื้น 0 ผมรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโดยเร็ว และพบว่าหน้าจอบางส่วนแตกละเอียด ผมอยากจะนั่งสาปแช่งโชคชะตาและก่นด่าตัวเองอยู่ตรงนั้นสักครึ่งวัน ความเครียดและความเซ็งประดังประเดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง “ทําไมเราซุ่มซ่ามแบบนี้” “โทรศัพท์เพิ่งจะซื้อมาได้ไม่ถึงครึ่งปี” “ถ้าเราระวังกว่านี้นะ” ฯลฯ ไม่มีพลังวิเศษอะไรที่สามารถหยุดความคิดลบของผมได้ จนกระทั่งผมนึกย้อนไปถึงปรัชญาเซน “วะบิ-ซะบิ” […]

บริษัทดัง กับ “เทรนด์ปฏิบัติธรรม” เอสแอนด์พี ธรรมะคือหัวใจของบริษัท

บริษัทดัง กับ “เทรนด์ปฏิบัติธรรม” เอสแอนด์พี ธรรมะคือหัวใจของบริษัท หัวใจของบริษัท เอสแอนด์พี คือธรรม เมื่อใจมีธรรมะ ก็จะส่งผลให้ระบบขององค์กรดีไปด้วย ซึ่งนับว่าเป็นองค์กรบริษัทที่นำธรรมะมาประยุกต์ได้เป็นอย่างดี 0 บริษัท เอสแอนด์พี ซินดิเคท จํากัด (มหาชน) ดําเนินธุรกิจภายใต้เครื่องหมายการค้า  เอสแอนด์พี มาเป็นเวลากว่า 42 ปี คุณวรากร ไรวา รองประธานกรรมการเล่าถึงหัวใจของความสําเร็จในการดําเนินธุรกิจว่า 0 “บริษัทเราเจริญมาได้อย่างทุกวันนี้เพราะใช้หลักธรรมของพระพุทธเจ้าอันได้แก่ ศีล สมาธิ สติปัญญาในการบริหารงานเราเดินทางสายกลางมาตลอดบริหารงานแบบธรรมชาติ คือปรับตัวไปตามสถานการณ์ เพราะรู้ว่าทุกอย่างไม่เที่ยง อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นเราจะชี้แจงให้ทุกฝ่ายทราบอย่างตรงไปตรงมาไม่มีการบิดเบือนข้อมูล 0 ” ตัวอย่างอานิสงส์ของการบริหารงานด้วยธรรมะที่เห็นชัดเจนคือ เมื่อครั้งเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี พ.ศ. 2540 ตอนนั้นเป็นช่วงที่เอสแอนด์พีครบรอบ 25 ปี พี่สาวผม (คุณภัทรา ศิลาอ่อน ประธานกรรมการบริษัท) มีนโยบายว่า ‘ให้สมนาคุณลูกค้าในวาระครบ 25 ปีด้วยการให้ส่วนลด 25 เปอร์เซ็นต์’ ซึ่งแทนที่บริษัทจะขาดทุนมากกลับกลายเป็นว่ายอดขายเพิ่มขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อเราจึงเชื่อในเรื่องของ “ธรรมะจัดสรร” ว่าถ้าจะทําธุรกิจให้ก้าวหน้าต้องไม่เอาเปรียบลูกค้า […]

ชม 2 วัดสำคัญ ของพระนครศรีอยุธยา ในมุมที่คนส่วนใหญ่ไปไม่ถึง

ชม 2 วัดสำคัญ ของพระนครศรีอยุธยา ในมุมที่คนส่วนใหญ่ไปไม่ถึง กระแสละครย้อนยุคปลุกผู้คนให้มาเยือนจังหวัดพระนครศรีอยุธยากันคับคั่ง เห็นออเจ้าเดินอยู่ทั่วพระนคร (ศรีอยุธยา) แต่ใน วัดสำคัญ ของพระนครศรีอยุธยาหลายแห่ง แม้มีผู้คนไปผ่านมา แต่มีบางแห่งที่คนทั่วไปไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ซีเคร็ต จึงอยากแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จัก อุโบสถ วิหารเขียน วัดพนัญเชิงวรวิหาร วัดพนัญเชิงวรวิหาร วัดเก่าแก่ของพระนครศรีอยุธยา สร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาที่ทั้งชาวไทยและชาวจีนต่างเคารพนับถือมาช้านาน คนส่วนใหญ่มักเดินมุ่งตรงไปยัง วิหารหลวง เพื่อกราบนมัสการ พระพุทธไตรรัตนนายก พระพุทธรูปศิลปะอู่ทองตอนปลาย ชาวบ้านเรียกหลวงพ่อโต (ชาวจีนนิยมเรียกว่าซำปอกง) แต่เดิมมีพิธีห่มผ้าหลวงพ่อโต ปัจจุบันยกเลิกไปตามกฎการจัดระเบียบวัด แต่ผู้คนยังเนืองแน่นเช่นเดิม ***พระพุทธไตรรัตนนายก*** ***พระพุทธรูปทองและพระพุทธรูปนาค แต่เดิมหุ้มปูนลงรักปิดทองไว้ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. 2310 ต่อมา พ.ศ. 2499 ทางวัดทำความสะอาดจึงพบรอยปูนที่หลุดล่อน และเห็นว่าภายในเป็นทองและนาค จึงได้กะเทาะปูนออกปรากฏเป็นพระพุทธรูปดังทุกวันนี้*** ***วิหารเขียนแตกต่างจากวิหารเก่าแก่หลายแห่ง คือ ภาพเขียนลวดลายกระถางต้นไม้ต่าง ๆ รวมถึงเครื่องใช้ เครื่องบูชา เป็นไปตามคตินิยมของชาวจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย*** ด้านหน้าประตูวิหารหลวงทั้งสองฝั่งมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่น่าสนใจ แต่คนทั่วไปอาจไม่รู้จัก เนื่องจากผู้คนมักเดินเลยประตูทางเข้าไปแล้วออกทางประตูด้านข้างวิหารหลวงโดยไม่ย้อนกลับมาอีก ได้แก่ อุโบสถ ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งซ้าย […]

Dhamma Daily : เห็นข่าวคน ทำร้ายสัตว์ รู้สึกโกรธ ควรปล่อยวางอย่างไร

Dhamma Daily : เห็นข่าวคน ทำร้ายสัตว์ รู้สึกโกรธ ควรปล่อยวางอย่างไร ถาม : เมื่อดิฉันเห็นข่าวหมาแมวและสัตว์ต่างๆ ถูกทำร้าย รู้สึกโกรธคนทำร้ายมาก อยากเข้าไปทุบตีคนที่ ทำร้ายสัตว์ ทำไมมนุษย์ถึงใจร้ายขนาดนี้ เห็นข่าวพวกนี้ต้องเปลี่ยนช่องทันที ทำอย่างไรถึงจะปล่อยวางเรื่องนี้ได้คะ พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญโญ ตอบปัญหาไว้ดังนี้ ตอบ : ต้องคิดตามความเป็นจริงว่า เรามี เมตตา ถูกแล้ว ถ้าช่วยสัตว์ได้เราก็อยากช่วย นี่เป็นความ กรุณา ถ้าช่วยให้สัตว์รอดตายหรือพ้นจากการทุบตีทรมาน เราก็ยินดีหรือมี มุทิตา แต่ถ้าช่วยไม่ได้ เราต้องวาง อุเบกขา ไม่อย่างนั้นเราจะทุกข์ใจ ทุกข์เพราะเรื่องของคนอื่นแท้ ๆ เลยนะ อีกอย่างหนึ่งคือ ต้องคิดในแง่ของกฎแห่งกรรมว่า สัตว์โลกเกิดมาและดำเนินชีวิตไปตามแรงกรรม ไม่เพียงแต่สัตว์เดรัจฉานเท่านั้นที่เบียดเบียนกัน แม้แต่มนุษย์ก็เบียดเบียนสัตว์เดรัจฉานและเบียดเบียนมนุษย์ด้วยกัน เพราะมีกรรมสัมพันธ์ที่ต้องมาทำร้ายกันจากอกุศลกรรมที่ทำไว้ และมาเกื้อกูลกันตามกุศลกรรมที่มีต่อกัน เราไม่สามารถแก้กรรมของคนอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ ดังคำที่ว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ถ้าช่วยได้เราก็ช่วย แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องวางใจอุเบกขา คิดเสียว่าเป็นกรรมของสัตว์ คนที่ทำร้ายสัตว์ เพราะสัตว์เคยทำร้ายเขามาก่อน […]

สามเณร หัวใจใฝ่ธรรมะ – สามเณรจตุพงศ์ ฉันทศาสตร์รัศมี

สามเณร หัวใจใฝ่ธรรมะ – สามเณรจตุพงศ์ ฉันทศาสตร์รัศมี ท่ามกลางความวุ่นวายของย่านค้าขายอย่างสำเพ็ง ยังคงมีความเงียบสงบ ร่มเย็น ปรากฏอยู่ภายในวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร สถานที่ศึกษาธรรมะของ สามเณรจตุพงศ์ สามเณร หัวใจใฝ่ธรรมะ สามเณรจตุพงศ์ ฉันทศาสตร์รัศมี สามเณรวัย 15 ปี ผู้มีท่าทางสงบนิ่งต่างจากเด็กในวัยเดียวกัน กล่าวทักทายทีมงาน ซีเคร็ต ด้วยท่าทีอ่อนโยน ก่อนเล่าให้ฟังว่า “ก่อนบวชเรียน อาตมาเรียนอยู่ที่โรงเรียนวัดพุทธบูชา เคยมีโอกาสได้ไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมกับโยมแม่อยู่บ้าง โดยหลังจากปฏิบัติช่วงแรกก็รู้สึกมีสติมากขึ้น จิตใจสงบขึ้น แต่ผ่านไปได้ไม่นาน พอไปอยู่กับเพื่อน อาตมาก็จะกลับมาซนอีก ต่อมาเมื่ออาตมาย้ายมาอาศัยอยู่กับโยมแม่สองคน จึงได้มาบวชเรียนที่วัดแห่งนี้ “ตอนยังเป็นฆราวาส อาตมาอ่านหนังสือธรรมะ และพบว่าในหนังสือมีข้อคิดดี ๆ อยู่มากมายหลายข้อ เช่น สังขารมีความเสื่อมทั้งสิ้น เป็นต้น พออ่านแล้วรู้สึกสนใจอยากศึกษาธรรมะของพระพุทธองค์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และอยากเรียนรู้แนวทางที่จะทำให้พ้นจากทางโลก อาตมาจึงขอโยมแม่บวช พอดีว่าโยมแม่มีเพื่อนที่รู้จักกับพระอาจารย์ที่วัดนี้จึงพามา “ช่วงแรกของการบวชเรียน อาตมารู้สึกกระวนกระวายว้าเหว่ ไม่มีเพื่อนคอยปรึกษาพูดคุยทำให้รู้สึกกลัว หลังจากนั้นอาตมาจึงลองชวนสามเณรรูปอื่นพูดคุยดู ความกลัวก็บรรเทาลง “บางครั้งเวลาเกิดอารมณ์โกรธหรือโมโห แต่ไม่สามารถยับยั้งด้วยตนเองได้ อาตมาก็จะปรึกษาพระอาจารย์ ซึ่งท่านแนะนำให้อาตมาหันกลับมาย้อนมองตนเองก่อนว่าเราทำอะไรผิด แล้วจึงระงับอารมณ์โกรธด้วยการนั่งนิ่ง […]

พญานกแขกเต้ากับต้นมะเดื่อเพื่อนรัก

พญานกแขกเต้า กับต้นมะเดื่อเพื่อนรัก นิทานธรรมะสอนใจเรื่องความกตัญญูรู้คุณ พญานกแขกเต้า ไม่ยอมไปไหน ยังคงอาศัยอยู่ที่ต้นมะเดื่อที่ไร้ผล เพราะต้นมะเดื่อต้นนี้มีบุญคุณต่อมัน กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพญานกแขกเต้าตัวหนึ่งควบคุมบริวารนกแขกเต้าหลายหมื่นตัว นกแขกเต้าเหล่านี้จะกินผลมะเดื่อเพื่อเลี้ยงชีพ แล้วจะบินจากไปต่อเมื่อถึงหน้าแล้ง เพราะต้นมะเดื่อจะไม่ออกผล เหลือเพียงพญานกแขกเต้าเท่านั้นที่ยังเกาะอยู่ที่ต้นมะเดื่อ วันหนึ่งพระอินทร์ตรวจทิพยญาณลงมายังโลกมนุษย์ พบเห็นต้นมะเดื่อที่ไร้ผล แต่กลับมีนกแขกเต้าตัวหนึ่งเกาะอยู่ พระอินทร์สงสัยจึงเสด็จมายังต้นมะเดื่อแล้วถามพญานกแขกเต้าว่า “ทำไมยังอาศัยอยู่ที่ต้นมะเดื่อนี้ทั้งที่มันไม่ออกผล นกแขกเต้าตัวอื่นยังบินไปหาที่กินใหม่” พญานกแขกเต้าตอบว่า “ข้าเติบโตมาได้ เพราะผลมะเดื่อจากต้นมะเดื่อนี้ ข้าไม่สามารถบินจากมันไป เพราะต้นมะเดื่อเป็นทั้งผู้มีพระคุณและเพื่อนของข้า” พระอินทร์ได้ยินดังนั้นจึงเนรมิตให้ต้นมะเดื่อต้นนี้สามารถออกผลได้ตลอดทั้งปี พญานกแขกเต้าไม่อดตายอีกต่อไป เหล่าบริวารก็บินกลับมายังต้นมะเดื่อนี้ดังเดิม   ที่มา : 84000.org Photo by Foad Memariaan on Unsplash บทความน่าสนใจ คุณค่าของ การรู้จักคิด และการมีกัลยาณมิตรที่ดี – บทความดีๆ จากท่าน ว.วชิรเมธี ทศชาติบารมี 10 ทัศน์ พญาลิงเจ้าปัญญา นิทานธรรมะสอนใจให้ใช้ปัญญาไหวพริบ คนแจวเรือสันดานหยาบ นิทานสอนใจเรื่องการให้โอกาสคน นิทานธรรมะสอนใจให้ใช้ไหวพริบ: ปูทองรู้คุณ กับอีกาเจ้าเล่ห์ […]

พระอรหันต์ฉุดช่วยให้พ้นจากการตกนรก

พระอรหันต์ฉุดช่วยให้พ้นจากการ ตกนรก พระอรหันต์รูปนี้สมแล้วที่เป็นเนื้อหาบุญแห่งโลก ท่านเมตตาโปรดหญิงสาวนางหนึ่ง เพราะนางมีวิบากกรรมรุนแรงติดตามมา หากสิ้นบุญก็ไม่พ้น ตกนรก สมัยพุทธกาลมีเมืองแห่งหนึ่งเกิดอหิวาตกโรคระบาด หญิงสาวคนหนึ่งต้องไปอาศัยพักพิงในเรือนของคนอื่น เพราะครอบครัวตายด้วยโรคนี้ยกครัว เธอต้องประทังชีวิตด้วยเศษข้าวติดก้นหม้อ และข้าวตังที่แห้งตามลมจนแข็งเคี้ยวไม่ได้ พระมหากัสสปะนั่งสมาบัติรับรู้ว่าหญิงสาวผู้นี้ใกล้หมดบุญ ถ้าตายจากโลกนี้ไปต้องตกนรกด้วยผลบุญแห่งกรรมเก่าในชาติก่อน ท่านจึงเดินบิณฑบาตมายืนรับอาหารที่บ้านเรือนของครอบครัวที่เธออาศัย คนในเรือนพากันนำอาหารต่างๆมาใส่บาตรพระมหากัสสปะ เพราะท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ หญิงสาวปรารถนาใส่บาตรพระเถระเจ้าผู้ประเสริฐ แต่เธอมีเพียงข้าวตอกจำนวนหนึ่ง นางจึงตัดสินใจใส่ข้าวตอกเหล่านั้นในบาตรของพระเถระ หลังจากพระมหากัสสปะกลับไปพร้อมก็แผ่เมตตามาถึงนาง ไม่น่านางก็สิ้นใจด้วยโรคภัย แทนที่จิตของนางจะไปบังเกิดยังนรกเพื่อชดใช้ผลกรรมจากอดีตชาติ แต่ก่อนสิ้นลมหายใจ นางได้ระลึกถึงภาพที่นางใส่บาตรพระมหากัสสปะ ภาพประทับใจและความอิ่มเอมในบุญ ทำให้จิตเป็นกุศล นำพานางไปยังสุคติโลกสวรรค์ บำรุงบำเรอด้วยทิพยสมบัติมากมาย ในวิมานแก้วเจ็ดประการ   ที่มา : หนังสือ พระมหากัสสปะ มหาสาวกผู้เป็นเลิศทางธุดงภ์ เรียบเรียงโดย อิสระพร บวรเกิด Photo by Cristian Newman on Unsplash บทความน่าสนใจ ทำไมพุทธทาสภิกขุถึงปฏิเสธนรก-สวรรค์และการเวียนว่ายตายเกิด ชีวิตต่างแดน ที่ “เพื่อนสนิท” ชวนว่าดี แต่แท้ที่จริงคือ …ขุมนรก  ! เสียงธรรม: […]

พระโมคคัลลานะทรมานเศรษฐีขี้ตระหนี่

พระโมคคัลลานะทรมาน เศรษฐีขี้ตระหนี่ เศรษฐีขี้ตระหนี่ ที่มีบุญสามารถเป็นพระโสดาบันได้ เพียงแค่ต้องละความตระหนี่ พระโมคคัลลานะจึงแสดงฤทธิ์ให้เศรษฐีละจากความยึดติดในความตระหนี่ของตน มีเศรษฐีอยู่คนหนึ่งมีนิสัยขี้ตระหนี่ และหวงของมาก วันหนึ่งภรรยาของเศรษฐีอยากทำขนมเบื้องด้วยสูตรประจำตระกูลแจกให้เพื่อนบ้านได้กิน เศรษฐีก็ห้ามภรรยาทำเช่นนั้น ภรรยาจึงตัดสินใจว่าเช่นนั้นทำให้เศรษฐีกินคนเดียว เศรษฐีเกรงว่ากลิ่นของขนมเบื้องจะส่งกลิ่นไปจนเพื่อนบ้านได้กลิ่น แล้วจะมาขอแบ่งขนมเบื้อง เศรษฐีจึงให้ภรรยาขึ้นไปทำขนมเบื้องบนปราสาทชั้นที่ 7 พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบการกระทำของเศรษฐีด้วยทิพยญาณ พระองค์ทรงเห็นว่าต้องทำให้เศรษฐีละจากความตระหนี่ เพราะเศรษฐีมีสิทธิ์บรรลุเป็นพระโสดาบัน พระพุทธเจ้าทรงเรียกพระโมคคัลลานะเข้าเฝ้า พระองค์โปรดให้พระโมคคัลลานะทรมานเศรษฐีเพื่อให้ละความตระหนี่ โดยทรงกำชับว่าต้องให้เศรษฐีพร้อมด้วยภรรยานำขนมเบื้องมาถวายเราและพระภิกษุในพระเชตวันแห่งนี้ทั้ง 500 รูป พระโมคคัลลานะได้รับพุทธบัญชาก็เหาะทะยานไปในอากาศด้วยฤทธิ์มุ่งไปยังปราสาทชั้นที่ 7 ของเศรษฐี เศรษฐีเห็นพระโมคคัลลานะมาปรากฏที่ชั้น 7 ก็ประหลาดใจ ทั้งยังด่าว่าว่าถึงจะมาขอบิณฑบาตขนมเบื้อง เราก็จะไม่ให้ พระโมคคัลลานะจึงแสดงให้ควันไฟกระจายไปทั่วปราสาท ภรรยาเศรษฐีจึงขอเศรษฐีทำขนมเบื้องชิ้นเล็ก ๆ ถวายพระเสีย จะได้จบปัญหา พอนางหยดขนมลงเตาปรากฏว่าทำมากี่ชิ้น ขนมเบื้องก็ออกมาใหญ่เกินขนาด เศรษฐีจึงตัดสินใจถวายขนมเบื้องไปชิ้นหนึ่ง ถึงจะใหญ่เกินความตั้งใจก็ตาม พอเศรษฐีจับขนมเบื้องขึ้นมา ขนมชิ้นต่างๆก็เกาะติดขึ้นมาด้วย เศรษฐีพยายามดึงขนมออกจากกัน แต่ก็ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจยกขนมเบื้องทั้งหมดแด่พระโมคคัลลานะ เมื่อขนมเบื้องเหล่านั้นลงในบาตรของพระโมคคัลลานะแล้ว จึงหลุดออกเป็นชิ้นสวยงามน่ารับประทาน พระโมคคัลลานะอนุโมทนาในการถวายขนมเบื้องครั้งนี้ของเศรษฐีและภรรยา ท่านจึงเทศนาเรื่องการให้ทานจนเศรษฐีและภรรยาเกิดความเลื่อมใส พระโมคคัลลานะเปรยว่าพระพุทธเจ้าทรงปรารถนาเสวยขนมเบื้องนี้เช่นกัน เศรษฐีดีใจจึงถามพระโมคคัลลานะถึงที่ประทับของพระองค์ พระโมคคัลานะตอบว่า พระองค์ประทับอยู่ที่พระเชตวัน หากเศรษฐีและภรรยาปรารถนาจะถวายขนมเบื้องแด่พระพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระสาวกทั้ง […]

คนโง่ชอบ ปะทะ บทความโดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

คนโง่ชอบ ปะทะ บทความโดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) รถมีพวงมาลัยไว้ให้คนขับหักหลบหลุม หมุนล้อรถให้เลี้ยวไปตามโค้งที่คดงอ มีเบรกไว้ให้เหยียบชะลอหยุดรถเมื่อคราวจะเฉี่ยวชนหรือ ปะทะ ธรรมชาติชีวิตมักเต็มไปด้วยสิ่งขวางกั้นและอันตรายที่อาจเกิดโดยไม่คาดคิด ไม่ว่าภัยนั้นจะเกิดจากคนอื่นหรือจากเราเอง การปะทะกันเป็นภัยร้ายอย่างหนึ่ง แม้แต่ละคนจะมีเหตุผลของตน แต่ก็หนีไม่พ้นความหายนะ เหมือนรถวิ่งชนกัน แม้จะอ้างกฎกติกาว่าตนถูก หากมองเห็นซากปรักหักพังรออยู่ข้างหน้า เราจะเสี่ยงปะทะไปทำไม คนโง่มักใช้อารมณ์มากกว่าสติปัญญา คนโง่มักใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล คนโง่มักใช้คนประจบสอพลอทำงานแทน คนโง่มักรอคอยข้อมูลเท็จจากคนประจบ การอยู่ร่วมกัน ต้องอาศัยหลักการง่าย ๆ คือ ความยืดหยุ่นอุ่นใจให้เกิดมิตรภาพ เพราะเมื่อเป็นมิตรกันภัยอันตรายก็จะน้อยลง การอยู่ร่วมกัน ให้เกรงใจกันมากกว่าหาทางหักหาญน้ำใจ อย่าคิดว่าคนใกล้เป็นของตาย จะพูดอะไรก็ได้ เขาต้องเชื่อ ต้องทำตามทุกอย่างอยู่แล้ว เพราะเราเหนือเขาทุกประตู การอยู่ร่วมกัน ให้แบกรับภาระหน้าที่ร่วมกัน บางคนหน้าที่ตนก็ไม่ทำ หน้าที่ส่วนรวมก็ทอดทิ้ง ปล่อยให้คนอื่นทำงานหนัก ตนได้หน้า คนอื่นได้ภาระ การอยู่ร่วมกัน มิใช่เราอยู่คนเดียว พึงสำนึกว่าที่นี่มิใช่มีเราอยู่คนเดียว พึงใส่ใจต่อกันและกันให้มาก บ้านจะเป็นวิมาน สถานที่จะเป็นสรวงสวรรค์ได้ก็เพราะเราทุกคนไม่ปะทะกัน   ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 232 […]

Dhamma Daily : ถ้าเราเป็น เมียน้อย มาตลอด จะทำอะไรเพื่อลดกรรมนี้ได้ไหมคะ

Dhamma Daily : ถ้าเราเป็น เมียน้อย มาตลอด จะทำอะไรเพื่อลดกรรมนี้ได้ไหมคะ ถาม : ถ้าเราเป็น เมียน้อย มาตลอด จะทำอะไรเพื่อลดกรรมนี้ได้ไหมคะ จริง ๆ อยากเลิกเป็นเมียน้อย แต่ทำไม่ได้เสียที พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ ตอบปัญหานี้ไว้ว่า ตอบ : ที่ทำไม่ได้เพราะใจไปผูกกับเขา สำคัญว่ามีลูกกันแล้วหรือยัง แล้วเมียหลวงเขารู้หรือเปล่า รู้แล้วเขาทุกข์ใจขนาดไหน ถ้ายังไม่มีลูกด้วยกันเราต้องการจะเลิกก็เป็นสิทธิ์ของเราที่จะเลิกได้ถ้าอยู่กันต่อไปก็จมปลักอย่างนี้ ไม่มีใครมีความสุข ผู้เป็นเมียน้อยก็ละอายใจ ผู้เป็นเมียหลวงก็ทุกข์ใจ คับแค้นใจ เสียใจที่สามีนอกใจ ผู้เป็นสามีก็ไม่เป็นสุข มัวแต่พะว้าพะวังกับทั้งเมียหลวงเมียน้อย ถ้ายังไม่มีลูกก็ควรบอกเขาตรง ๆ ว่าเราไม่สามารถทนอยู่ในสภาพนี้ได้ แต่ไม่ใช่ไปยุให้เขาเลิกกับเมียหลวงนะ เราขอแยกทางออกมาดีกว่า อาจจะเจ็บปวดระยะแรก แต่นานไปเวลาจะช่วยเยียวยารักษาจิตใจ แล้วเราก็อาจมีโอกาสเจอคนใหม่ที่เหมาะสมกว่าก็ได้ แต่ถ้ามีลูกแล้วก็ยาก เพราะมีห่วงผูกพันกันแล้ว ต้องให้สามีของเราวางตัวให้เป็นธรรม ดูแลเมียหลวงและครอบครัวของเขาไม่น้อยกว่าเรา อย่าให้เมียหลวงทุกข์ใจ ปัญหานี้ถ้าเลิกกับเขาก็เจ็บปวดเพียงระยะต้น เพื่อที่จะได้สบายระยะยาว ซึ่งควรเลือกระยะยาวไว้ดีกว่า จะได้จบเรื่อง ดีกว่าอยู่อย่างผิดศีลกันด้วย ขอให้ไปพิจารณาดู   ที่มา […]

อย่า “แก้ปัญหา” ด้วยการ “เพิ่มปัญหา” เมื่อ สามีนอกใจ โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

อย่า “แก้ปัญหา” ด้วยการ “เพิ่มปัญหา” เมื่อ สามีนอกใจ โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต “จับได้ว่า สามีนอกใจ ค่ะ แอบไปมีอะไรกับคนที่ออฟฟิศ ดิฉันรู้สึกแย่มากที่ต้องเจอเหตุการณ์อย่างนี้ เรารักกันมาก เลยไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะกล้า พอถาม เขาก็ให้เหตุผลว่าหลังๆ มานี้ดิฉันขี้บ่น ชอบซัก ชอบถาม ชอบจับผิดเขา ชอบข่มเขา อยู่ด้วยแล้วเขารู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองเลย ทำให้ดิฉันตกใจมาก เมื่อถามว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป เขาก็เงียบ พอดิฉันคาดคั้นเขาก็โกรธ ขึ้นเสียงว่า เพราะดิฉันเป็นแบบนี้อย่างไรล่ะบ้านมันเลยร้อน บ้านมันเลยไม่น่าอยู่ แล้วก็ออกจากบ้านไปอยู่บ้านคุณแม่เขาได้ 3 – 4 วันแล้ว ดิฉันควรทำอย่างไรดีคะ” การนอกใจเกิดจากการที่คนคนหนึ่งอ่อนแอเกินกว่าจะรักษาสัจจะต่อคนที่ตนรักได้ ข้าพเจ้าจะไม่พูดว่าใครถูกใครผิด เพราะเชื่อว่าคงไม่มีมนุษย์คนใดมีเจตนาที่จะชั่ว เพียงแต่ความไม่เข้มแข็งทางจิตวิญญาณอาจทำให้คนคนนั้นคล้อยตามความคิดที่จะนำไปสู่ความทุกข์ จนที่สุดก็ตกลงไปอยู่ในหลุมดำ ไม่มีใครอยากทุกข์ ไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดีหรอกค่ะ สมมติเรารักคนหนึ่งคน แม้เขาจะไม่ดี ไม่น่ารักนัก แต่เราก็ไม่มีสิทธิ์ท่จี ะไปมีใครอีกคน โดยอ้างว่าเพราะเขาไม่ดีอย่างน้นั ไม่น่ารักอย่างนี้ เพราะมันคือการนอกใจค่ะ ชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน ธรรมชาติของคนที่มีความซื่อสัตย์เขาจะสื่อสารกัน เวลามีทุกข์ก็เปิดอกคุยกันเลยว่าอยู่กับคุณแล้วฉันทุกข์อย่างไร […]

ตระกูลนี้ไม่มีคนอายุสั้น

ตระกูลนี้ไม่มีคน อายุสั้น ทำไมตระกูลนี้จึงไม่มีคน อายุสั้น และอะไรที่ทำให้ตระกูลนี้อายุยืน ไม่มีใครเชื่อจนกว่าจะพิสูจน์ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีอาจารย์อยู่คนหนึ่ง เขาให้ลูกศิษย์เล่าถึงครอบครัวของตนเอง จนมาถึงลูกศิษย์คนหนึ่ง เขาพูดว่า ตระกูลของเขาไม่มีคนอายุสั้นเลย มีแต่คนอายุยืนทั้งนั้น เขาเองยังทันเห็นทวดของปู่ของเขา อาจารย์ไม่เชื่อ หาว่าลูกศิษย์คนนี้สร้างเรื่อง จึงคิดแผนเพื่อพิสูจน์ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ อาจารย์ไปที่บ้านของลูกศิษย์แล้วบอกพ่อแม่ของลูกศิษย์ว่า “บุตรชายของท่านประสบอุบัติเหตุจนถึงแก่ความตายแล้ว” พ่อได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะออกมา อาจารย์สงสัยจึงถามขึ้นว่า “ทำไมท่านจึงหัวเราะ แทนที่จะร้องไห้ให้กับการจากไปของบุตรท่าน” แม่หัวเราะตามพ่อไปอีกคน พ่อกล่าวตอบอาจารย์ว่า “ข้าหัวเราะเช่นนี้เพราะไม่เชื่อวาจาของท่าน ตระกูลเป็นตระกูลที่ไม่เคยมีใครอายุสั้นมาหลายชั่วอายุคน บุตรของข้าอายุไม่เท่าไรจะมาด่วนจากเช่นนี้ได้อย่างไรกัน” อาจารย์สงสัยจึงถามไปว่า “แล้วเหตุใดท่านจึงมั่นใจเช่นนั้น และทำไมตระกูลของท่านจึงมีแต่ผู้ที่อายุยืน” พ่อตอบอาจารย์ทันทีว่า “ตระกูลของเราทุกคนเป็นคนมีศีล ถือศีลมาตลอดตั้งแต่บรรพบุรุษ เราเห็นอานุภาพของศีลว่าทำให้คนในตระกูลของเราอายุยืนจริง ล่าสุดปู่ของพ่อข้า ซึ่งเป็นทวดของบุตรชายข้า เพิ่งสิ้นใจไปเมื่อไม่กี่เดือนนี้เอง และพ่อข้าหรือปู่ของเขายังแข็งแรงดี แม้โรคภัยยังไม่มีเลย” อาจารย์ทำการขอขมาต่อพ่อของลูกศิษย์ และยอมรับแล้วว่าสิ่งที่ลูกศิษย์กล่าวนั้นเป็นเรื่องจริง   ที่มา : 84000.org Photo by Cristian Newman on Unsplash บทความน่าสนใจ ข้าวสวย […]

พระโมคคัลลานะเขย่าวิมานพระอินทร์

พระโมคคัลลานะเขย่า วิมาน พระอินทร์ พระอินทร์สรรเสริญพระธรรมของพระพุทธเจ้า พระเถระอยากทราบว่าพระอินทร์ทรงเข้าใจในธรรมะนั้นจริงหรือไม่ จึงเหาะมุ่งสู่ วิมาน ของพระอินทร์ จนสวรรค์สะเทือน เป็นเหตุการณ์แสดงฤทธิ์ของพระโมคคัลลานะอีกเรื่องที่น่าสนใจ พระอินทร์เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อสดับพระธรรม พระอินทร์สรรเสริญพระธรรมนั้นว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐ พระโมคคัลลานะบังเกิดความสงสัยว่าพระอินทร์เข้าใจในธรรมะนี้จริงหรือไม่ หลังจากพระอินทร์เสด็จกลับวิมานแล้ว พระโมคคัลลานะจึงเหาะติดตามไปจนถึงวิมานของพระอินทร์ พระอินทร์ต้อนรับพระเถระเป็นอย่างดี ทั้งยังพาพระโมคคัลลานะเยื่ยมชมวิมานและสมบัติทิพย์มากมาย พระโมคคัลลานะถามพระอินทร์ถึงธรรมะของพระพุทธเจ้าในวันนี้ พระอินทร์ทรงตอบว่า จำไม่ได้เสียแล้ว เรามีภารกิจมากมาย ฟังมาแล้วก็ลืม เมื่อพระเถระเข้าใจแล้วว่าพระอินทร์ทรงไม่เข้าใจธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอน พระเถระต้องการให้พระอินทร์เข้าใจถึงธรรมะที่พระพุทธเจ้าตรัสนั้น ท่านจึงเจริญอาโปกสิณจนทำให้วิมานนี้หวั่นไหว แล้วเหาะขึ้นไปบนยอดของวิมาน ใช้นิ้วเท้าเขย่าจนวิมานไหว เทพบริวารทั้งรวมทั้งพระอินทร์ต่างเหาะออกมาจากวิมาน พระอินทร์เกิดความสลดสังเวชใจทันที ทรัพย์สมบัติที่เกิดจากทิพย์และบุญกุศลของตนยังมีสภาพเช่นนี้ พระอินทร์จึงมีสติไม่ยึดติดในทรัพย์สมบัติอีกต่อไป   ที่มา : หนังสือ พระโมคคัลลานะ มหาสาวกผู้เป็นเลิศในทางฤทธิ์ เรียบเรียงโดย ธรรมจักร ฟักสุวรรณ์ Photo by Jordan Le on Unsplash บทความน่าสนใจ เรื่องเล่าของ พระอินทร์ กับ 7 หลักปฏิบัติของคนดี มงกุฎดอกไม้ทิพย์ของเทวดากับปุโรหิตขี้โกหก ทำไมพุทธทาสภิกขุถึงปฏิเสธนรก-สวรรค์และการเวียนว่ายตายเกิด ลูกสาวบวชไม่ได้ […]

เทพธิดาข้าวตอก

 เทพธิดา ข้าวตอก จิตอันเป็นกุศลก่อนตายนั้นสำคัญนัก สตรีนางหนึ่งก่อนสิ้นลม ได้มีจิตระลึกถึงบุญกุศลที่ถวาย ข้าวตอก แด่พระมหากัสสปะ แล้วนางก็เกิดเป็นเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ มีหญิงสาวนางหนึ่งเลื่อมใสในจริยวัตรของพระมหากัสสปะ จึงนำข้าวตอกที่นางคั่วเองมาถวาย  หลังจากนั้นหญิงสาวเดินไปยังนาไม่ทันระวังตัวก็ถูกงูฉก พิษของงูแล่นเข้าสู่หัวใจ แต่เธอกลับไม่ทรมานจากพิษงูเลย เธอปีติและความสุขเพราะเธอระลึกถึงบุญที่เธอใส่ข้าวตอกแด่พระมหาเถระ นางไปบังเกิดยังสรวงสวรรค์ สถิตในวิมานที่ประดับประดาด้วยแก้ว 7 ประการ เธอมีทิพยสมบัติและเทพบริวารมากมาย อันเกิดขึ้นจากอานิสงส์ที่เธอถวายข้าวตอก เมื่อเทพธิดาระลึกถึงกรรมแต่หนหลัง ก็ปีติถึงภาพที่นางถวายข้าวตอกแด่พระมหากัสสปะ นางปรารถกับตนว่า การถวายข้าวตอกอันน้อยนิดแก่พระมหาเถระอันได้ผลานิสงส์แห่งบุญถึงเพียงนี้ เราต้องต่อยอดผลบุญให้นานโข จะได้สถิตอยู่บนแดนสวรรค์นี้ไปได้นาน เทพธิดาคิดได้ดังนั้นก็ลงจากสวรรค์มายังกุฎิของพระมหากัสสปะ นางกวาดใบไม้ทำความสะอาด แล้วถังน้ำอาบใส่ถังไว้ พระมหากัสสปะไม่ทันสงสัย คิดว่าเป็นพระภิกษุและสามเณรในกุฏิใกล้ๆทำให้ จนกระทั่งวันหนึ่งพระมหากัสสปะได้ยินเสียงกวาดใบไม้ จึงแอบมอง พระเถระทราบทันทีว่า มีเทพธิดามากวาดใบไม้ทำความสะอาดบริเวณรอบนอกของกุฏิให้ พระมหาเถระจึงออกไปแล้วกล่าวต่อเทพธิดาว่า เป็นสิ่งไม่สมควร เดี๋ยวชนทั้งหลายจะพาหาว่า เรามีนางฟ้าคอยรับใช้ ขอเจ้าจงกลับไปยังวิมานของเจ้าเถิด เทพธิดาได้ยินดังนั้นก็บังเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ เสียร่ำไห้ได้ยินไปถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสแก่เทพธิดาว่า พระมหากัสสปะกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะเป็นหน้าที่ของเขา ส่วนเจ้าที่มุ่งแต่ผลของบุญ ก็เป็นอุปนิสัยของผู้ทำบุญ เทพธิดาฟังดังนั้นก็เข้าใจแล้วว่า การกระทำของนางเป็นการรบกวนให้พระมหาเถระเสื่อมเสีย เพราะเนื่องมาจากความกระหายใคร่ในบุญของนาง หลังจากนั้นนางจึงบรรลุโสดาบัน แล้วกราบลาพระพุทธเจ้าและพระมหากัสสปะกลับสู่วิมานตามเดิม   ที่มา : […]

คุณลักษณะของ ครูที่ดี ตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างไร

คุณลักษณะของ ครูที่ดี ตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างไร จากกรณีถ้ำหลวง แสดงให้เห็นถึงความเป็น ครูที่ดี ของโค้ชเอก ที่สามารถดูแลเด็ก ๆ ทีมหมูป่าให้อยู่ในความสงบ ไม่ตื่นตระหนกได้ ทำให้หลายคนอยากรู้ว่าพุทธศาสนามีการกล่าวถึงคุณลักษณะของครูที่ดีไว้หรือไม่ 0 ครูที่ดีตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาคือ  เป็นครูที่มีคุณลักษณะตามหลักคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันได้แก่หลักธรรมหมวด “กัลยาณมิตตาธรรม” ซึ่งมี  7 ประการ  ดังนี้ 0 1. ปิโย – น่ารัก ในฐานเป็นที่สบายใจและสนิทสนม ชวนให้เข้าไปปรึกษาไต่ถาม ซึ่งครูที่น่ารักจะทำให้ลูกศิษย์รู้สึกสบายใจเวลาที่พบหน้ากัน มีเมตตาหวังดีต่อเด็กเสมอ ยิ้มแย้ม แจ่มใส ไม่บึ้งตึงทั้งในเวลาสอนและนอกเวลาสอน ให้ความสนิทสนมกับศิษย์ตามควรแก่กาลเทศะ พูดจาอ่อนโยน เอาใจใส่อบรมสั่งสอนศิษย์ให้มีความรู้อย่างแท้จริง เมื่อเด็กมีความทุกข์  ครูก็คอยให้ความเอาใจใส่และปลอบประโลมให้กำลังใจ 0 2. ครุ – น่าเคารพ ในฐานประพฤติตนควรแก่ฐานะ ทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นใจ สามารถเป็นที่พึ่งได้ กระทำตนเป็นแบบอย่างแก่ศิษย์ทั้งพฤติกรรมทางกาย  วาจา  ใจ 0 3. ภาวนีโย – น่าเจริญใจหรือน่ายกย่อง  ในฐานมีความรู้และฝึกอบรมตนอยู่เสมอ […]

ภิกษุณีนิรามิสา ภิกษุณีชาวไทย รูปแรกที่บวชกับ หลวงปู่ติช นัท ฮันห์

ภิกษุณีนิรามิสา ภิกษุณีชาวไทย รูปแรกที่บวชกับ หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ ภิกษุณีนิรามิสา เล่าถึงชีวิตในวัยเยาว์ที่แตกต่างจากเพื่อนในวัยเดียวกัน เมื่ออายุ 16 ปี ท่านได้อ่านหนังสือของหลวงปู่เป็นครั้งแรก และรู้สึกประทับใจอย่างยิ่ง “เราอาจมีเมล็ดพันธุ์บางอย่างที่ทำให้สนใจเรื่องจิตวิญญาณ ตอนเป็นวัยรุ่น เพื่อนชอบอ่านนิยาย แต่เรากลับสนใจหนังสือด้านสารคดี ปรัชญา และโตมาในแบบที่ชอบเรียนรู้ชีวิตจริงจากหนังสือ “พี่สาวเอาหนังสือ ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ ของหลวงปู่มาให้ พอได้อ่านก็รู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ขลังมาก เป็นปรัชญาที่น่าสนใจ น่าจะเป็นหนังสือเก่าแก่หรือคัมภีร์ พอดูชื่อผู้เขียนเป็นภาษาเวียดนามว่า ติช นัท ฮันห์ ก็ไม่รู้ว่าท่านเป็นพระ แต่ประทับใจกับคำสอนของท่านมาก ประกอบกับในวัยนั้นไปฝึกปฏิบัติที่สวนโมกข์ ได้สัมผัสกับวิธีการฝึกสติทที่ ำให้เราเปลี่ยนมุมมองว่า พุทธศาสนาไม่ใช่เรื่องงมงาย ไม่ใช่เรื่องที่แก่แล้วค่อยมาเข้าวัดเพื่อปฏิบัติ แต่เป็นวิทยาศาสตร์ และคิดว่าเราจะนำพุทธศาสนาเป็นพื้นฐานทางจิตวิญญาณ” หลังเรียนจบ ท่านทำงานเป็นพยาบาล จากนั้นได้ไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการศึกษาเด็กปฐมวัยที่สหรัฐอเมริกา และได้ทำงานเป็นผู้อำนวยการองค์กรที่ช่วยเหลือเด็ก ผู้หญิงและคนยากจน ในสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว ต่อมาเป็นที่ปรึกษาให้ยูนิเซฟที่ลาวเช่นกัน เมื่อเงื่อนไขปัจจัยลงตัว ท่านจึงได้เดินทางไปภาวนากับหลวงปู่เป็นครั้งแรก “เคยได้ยินคนพูดกันว่า ต่อไปพุทธศาสนาจะมาจากทางตะวันตก พอมีโอกาสเดินทางไปทำงานที่เยอรมนีจึงอยากไปที่หมู่บ้านพลัม เพราะเคยเห็นใบปลิวที่สวนโมกข์ช่วงที่เข้าร่วม International Course จึงโทร.ไปที่หมู่บ้านพลัม โชคดีมากที่หลวงแม่เจิงคอมเป็นผู้รับสาย […]

keyboard_arrow_up