True Story : วันที่ไม่เหลือใคร  [เรื่องจริงจาก Secret magazine]

ท่ามกลางเรื่องราวที่คนอื่นคิดว่าเลวร้าย แต่ฉันไม่เคยคิดท้อใจสักครั้ง แม้กระทั่งวันที่ต้องอยู่ตัวคนเดียว

Dhamma Daily : แม่ป่วยหนัก ต้องลักขโมยเงินคนอื่นมารักษาแม่ ถือเป็นคนชั่วไหมคะ

Dhamma Daily : แม่ป่วยหนัก ต้องลักขโมยเงินคนอื่นมารักษาแม่ ถือเป็นคนชั่วไหมคะ หากครอบครัวยากจน แล้วแม่ล้มป่วยกะทันหัน ลูกหมดหนทางจะหาเงินมารักษา จึงไปลักขโมยคนอื่น อย่างนี้จะถือว่าลูกเป็นคนชั่วไหมคะ   พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ  พระอาจารย์ผู้ไขปัญหาตอบว่า ลูกคนนี้มีจิตสองฝ่ายคือ เป็นทั้งฝ่ายธรรมะและฝ่ายอธรรมในคนคนเดียว ซึ่งจิตฝ่ายธรรมะนั้นเป็นกุศลจิตที่มีความกตัญญู-กตเวทีต่อแม่ เป็นจิตที่น่าอนุโมทนา แต่จิตอีกด้านเป็นฝ่ายอธรรม เป็นจิตอกุศล เพราะการลักขโมยถือว่าเป็นบาป ซึ่งการทำบุญกับแม่ในลักษณะนี้เป็นบุญที่ไม่บริสุทธิ์ เป็นบุญที่ด่างพร้อย เพราะมีตัวบาปติดมาด้วย ซึ่งจะส่งผลเสียทางโลกตามมาอีกมากมาย เช่น หากแม่ทราบภายหลังว่าเงินที่นำมารักษาได้มาจากการลักขโมย อาจทำให้แม่เสียใจจนล้มป่วยหนักกว่าเดิม หรือหากขโมยไม่สำเร็จแล้วลูกต้องติดคุกติดตาราง ใครจะดูแลรักษาแม่ ทางที่ดีที่สุดคือ ให้ลูกคนนี้ได้เข้าใจธรรมะแล้วจะพบว่ามีวิธีสัมมาอาชีวะเลี้ยงชีพโดยชอบมากมายที่สามารถหาเงินมาช่วยแม่ได้ เช่น อาจขอผัดผ่อนจากโรงพยาบาลในการแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ แล้วพยายามทำงานที่สุจริตให้หนักขึ้น หรือหาวิธีการอื่นซึ่งจะมีเข้ามาเองตามวาระแห่งกรรม ขอเพียงยึดหลักธรรมในใจว่า หากกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่หรือใครก็ตาม ต้องทำโดยไม่ก่อเวรสร้างบาป ที่มา นิตยสารซีเคร็ต ภาพ : rawpixel on Pixabay หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่ นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily หรือ dhammadaily2015@gmail.com   True story : ขอบคุณ “ความสูญเสีย” ที่ทำให้ฉันเข้มแข็ง สก็อต นีสัน เศรษฐีผู้หันหน้าเข้าหากองขยะ โก๊ะตี๋ อารามบอย “ขอทำวันนี้เพื่อแม่ แม้จะโคตรรร…เหนื่อย”  

ปรับตัวกับสิ่งใหม่อย่างไรไม่ให้ทุกข์ ข้อธรรม จากพระอาจารย์มานพ  อุปสโม

ปรับตัวกับสิ่งใหม่อย่างไรไม่ให้ทุกข์ ข้อธรรม จากพระอาจารย์มานพ  อุปสโม พระอาจารย์ขอรับ เราจะปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมใหม่ๆ โดยไม่ทุกข์ ไม่เครียด หรือกังวล โดยเฉพาะกับผู้ใหญ่วัยทำงาน พระอาจารย์มีคำแนะนำสำหรับคนที่เป็นทุกข์เพราะต้องทำงานที่ตัวเองไม่ชอบ แต่ต้องฝืนทำเพราะปัญหาเศรษฐกิจอย่างไรบ้างขอรับ พระอาจารย์มานพ  อุปสโม  พระอาจารย์ผู้ไขปัญหาตอบว่า การทำงานนั้น เราควรจะต้องรักที่จะทำ แล้วก็ตั้งใจทำ เรารักอย่างไหนก็มุ่งเรียนไปอย่างนั้น ถ้าได้ทำงานตรงสายงานก็จะมีความสนุก แต่ถ้าเลือกไม่ได้ก็ต้องรู้จักปรับตัวเองในระหว่างที่เราทำงาน โดยมีเป้าหมายว่าต้องทำดีที่สุด แล้วก็ต้องสร้าง ฉันทะ ขึ้นมาในงานให้ได้ งานที่ออกมาก็จะดีตาม แล้วเราควรทำอย่างไรจึงจะใช้ชีวิตตามสำนวน “เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม” ได้อย่างมีความสุขครับ พระอาจารย์มานพ  อุปสโม   พระอาจารย์ผู้ไขปัญหาตอบว่า การเข้าไปสู่สถานที่นั้นๆ แล้วรับรู้ว่าสังคมดังกล่าวมีการกระทำที่ไม่ถูกทำนองคลองธรรม หรือเราไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาทำเราก็สามารถอยู่ได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องทำตามเขา อย่างเช่น ถ้าต้องเข้าไปอยู่ในที่ที่มีการคอร์รัปชั่นกัน เราไม่จำเป็นต้องไปคอร์รัปชั่นกับเขา ตราบเท่าที่เรายังไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะไปจัดการอะไรได้ก็ต้องรู้จักวางอุเบกขา คือต้องวางเฉย ซึ่งไม่ได้หมายถึงเฉยเมย ไม่รู้ไม่ชี้อะไรเลย แต่วางเฉยอย่างรู้เท่าทัน และไม่ไปร่วมในพฤติกรรมในทางเลวร้าย แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ดี เช่น ทำโครงการรักษาความสะอาดในออฟฟิศ แบบนั้นเราถึงจะสนับสนุน ในขณะเดียวกันก็ทำงานของเราให้ดีที่สุด   ที่มา : นิตยสารซีเคร็ต ภาพ […]

“ขอเวลานอกให้ชีวิต” การปฏิบัติธรรม ไม่ใช่การหนีปัญหา โดย ปิยสีโลภิกขุ 

เคยได้ยินคนพูดอยู่บ่อยครั้งว่า การบวชหรือการปฏิบัติธรรมเป็นการหนีปัญหา ความเห็นเช่นนี้เชื่อได้ว่ามาจากคนที่ไม่เคยปฏิบัติธรรมและไม่เคยเฝ้ามองจิตใจของตนเองเลย

คู่แท้ มีจริงหรือแค่เพียงคิดฝัน ความเชื่อเรื่องเนื้อคู่ในสองศาสนา

เป็นไปได้ไหมว่า เนื้อคู่นั้นมีอยู่จริง ..เนื้อคู่ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า soul mate นั้น หมายถึง ชายหญิงที่รู้สึกรักและผูกพันกันมากเป็นพิเศษ ซึ่งคนในแต่ละสังคมก็จะมีมุมมองและความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเนื้อคู่ต่างกันไป

วิถีชีวิตชาวไทยวน เมืองสระบุรี ณ วัดจันทบุรี อำเภอเสาไห้

วิถีชีวิตชาวไทยวน เมืองสระบุรี ณ วัดจันทบุรี อำเภอเสาไห้ เสาไห้ เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสระบุรี ที่อยู่ใกล้อำเภอเมืองสระบุรีมากที่สุด (ประมาณ 7 กิโลเมตร) เลื่องชื่อในด้านประเพณีแข่งเรือยาว ผ้าทอ และข้าวสาร แต่เดิมอำเภอเสาไห้เป็นตัวเมืองสระบุรี เป็นชุมชนชาว “ไทยวน” หนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์หลักในภาคเหนือของไทย ซึ่งเป็นประชากรหลักในภูมิภาคดังกล่าวจนเรียกกันว่า “คนเมือง”   ไทยวนมาจากไหน เหตุใดจึงอยู่สระบุรี ประวัติความเป็นมาของชาวไทยวน หรือ ไตยวน มีกล่าวไว้ใน “ตำนานสิงหนวัศิ” เล่าว่า สิงหนวัศิกุมาร อพยพผู้คนและบริวารมาจากเมืองราชคฤห์ มาตั้งดินแดนอยู่แถบลุ่มน้ำโขงตอนกลาง สร้างบ้านเรือนอยู่ที่เชียงแสนราวต้นสมัยพุทธกาล เรียกดินแดนของตนว่า “โยนกนคร” เรียกชาวเมืองว่า “ยวน” ซึ่งเป็นเสียงเพี้ยนมาจากชื่อเมืองโยนก นั่นเอง รัฐอิสระแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับอาณาจักรใหญ่ในยุคโบราณ ได้แก่ ขอม พุกาม และยูนนาน มีพัฒนาการอย่างรวดเร็วในพุทธศตวรรษที่ 17 ก่อนที่จะสถาปนาเป็นอาณาจักรล้านนา  ในกาลต่อมา จนกระทั่งปี 2101 พระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์พม่า นำทัพตีเมืองเหนือ และปกครองดินแดนล้านนาเป็นเวลานานถึง 200 […]

“ทำกรรมกับปู ” เรื่องจริงของ แรงกรรม จากผู้อ่านนิตยสารซีเคร็ต

“ทำกรรมกับปู ” เรื่องจริงของ แรงกรรม จากผู้อ่านนิตยสารซีเคร็ต   ในช่วงวัยประถมฯ หลังเลิกเรียน หรือในวันหยุด ฉันมักจะไปเที่ยวเล่นตามทุ่งนา ธรรมชาติทำให้ฉันมีความสุข สนุกไปกับกลุ่มเพื่อนๆ สนุกกับการได้วิ่งเล่นบนความอิสระ ทุกครั้งที่ออกไปทุ่งนา ฉันมักจะหาวัตถุดิบกลับมาให้แม่ปรุงอาหาร ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ผักบุ้ง สายบัว ผักแว่น หอบหิ้วติดไม้ติดมือมาตลอด ก้ามปูเผาเป็นเมนูที่ฉันชอบกินมาก อาจด้วยเพราะเป็นลูกชาวนา บวกกับความยากจนทำให้โอกาสเลือกมีน้อย เราต้องยินดีกับสิ่งที่มีอยู่เบื้องหน้า การเดินทางไปตามท้องนา สายตาของฉันจึงสอดส่องมองหาแต่รูปู ยิ่งช่วงไถคราดนาใหม่ๆ จะสังเกตเห็นรูปูได้ง่าย อีกทั้งยังมีปูเดินขวักไขว่อยู่ในผืนนา อุปกรณ์ที่ฉันต้องเตรียมพร้อม คือ ถุงพลาสติก 2 ใบ เลือกที่หนาๆ หน่อยก็จะดี ใบหนึ่งนำมาสวมไว้ที่มือ แล้วนำหนังยางมารัดที่ข้อมือกันไม่ให้ถุงหลุดออก เจอรูปูที่ไหนก็ใช้มือที่สวมถุงล้วงเข้าไปควานหาตัวมันทันที เมื่อจับได้ก็จะดึงตัวปูออกมาแล้วหักก้ามใหญ่ หรือที่เราเรียกกันว่าก้ามเป้งออกทันที แล้วก็หย่อนใส่ถุงอีกใบหนึ่งที่เตรียมมา คงด้วยสัญชาติญาณของสัตว์ที่ต้องสู้เพื่อเอาชีวิตรอด การจับปูบางตัวจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะมันจะง้างก้ามหนีบนิ้วทันทีที่มีโอกาส และความรู้สึกนั้นบอกได้เลยว่า เจ็บสุดๆ แต่แทนที่จะยอมแพ้ ฉันกลับต้องหาวิธีนำปูตัวนั้นออกมาให้ได้ และเมื่อนำออกมาได้แล้วจัดการหักก้ามแล้วโยนตัวมันทิ้งทันทีแบบไม่แยแสด้วยซ้ำ หรือจะว่าไปก็แอบมีโมโห […]

ชีวิตต่างแดน ที่ ‘เพื่อนสนิท’ ชวนว่าดี แต่แท้ที่จริงคือ ‘ขุมนรก ’ !

ชีวิตต่างแดน ที่ ‘เพื่อนสนิท’ ชวนว่าดี แต่แท้ที่จริงคือ ‘ขุมนรก ’ ! “ถ้าอยู่ที่นี่แล้วลำบากขนาดนี้  ไปทำงานที่ญี่ปุ่นด้วยกันดีกว่า แฟนฉันเพิ่งเปิดร้านอาหารใหม่  อยากหาคนไปช่วยอยู่พอดี”

Dhamma Daily : คุณยายดุ ชอบด่าทอต่อว่าลูกหลาน ควรทำอย่างไรดี

คุณยายของดิฉันชอบดุด่าลูกหลาน ทำอะไรไม่ถูกใจ ก็ชอบพูดจาหยาบคาย ประชดประชัน จนตอนนี้ไม่มีใครอยาก อยู่ใกล้ ควรทำอย่างไรดีคะ

Dhamma Daily : อยากใกล้ชิด แต่เขามีครอบครัวแล้ว ควรทำอย่างไร

Dhamma Daily : เจอกันไม่กี่ครั้งแต่มี แรงดึงดูด แต่เขามีครอบครัวแล้ว ควรทำอย่างไร

ขอใบสั่งยา รักษาอาการ ” เบื่อ ” กับ ดร.สนอง วรอุไร

ขอใบสั่งยา รักษาอาการ ” เบื่อ ” กับ ดร.สนอง วรอุไร ว่าด้วยเรื่องของ “ความเบื่อ” มาขอคำปรึกษาและขอใบสั่ง “ยาแก้เบื่อ” จาก อาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร ผู้เปี่ยมประสบการณ์ทั้งทางโลกและทางธรรม อาจารย์คะ ความเบื่อเกิดขึ้นจากอะไร และเป็นความรู้สึกเชิงกุศลหรืออกุศลกันแน่คะ ความเบื่อ หมายถึงเหนื่อยหน่าย ไม่อยาก ซึ่งมีอยู่สองอย่างคือหนึ่ง เบื่อแบบที่เป็นกิเลส กับสอง เบื่อแบบที่ไม่ใช่กิเลส ความเบื่อแบบแรกนั้น คือความเบื่อแบบที่คนส่วนมากมักรู้สึก เป็นความเบื่อที่เกิดจากการถูกกิเลสเข้าครอบงำ จิตนำเอากิเลสมาปรุงเป็นอารมณ์ ทำให้รู้สึกเบื่อ ความเบื่อแบบนี้จึงเป็นอกุศล ส่วนความเบื่อแบบที่สองเป็นความเบื่อที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนกระทั่งจิตเข้าถึงวิปัสสนาญาณลำดับที่แปดเท่านั้น ซึ่งจะเกิดปัญญาญาณที่เรียกว่า “นิพพิทาญาณ” ขึ้น ทำให้รู้สึกเบื่อรูป เบื่อนาม ด้วยเห็นสัจธรรมของชีวิตว่าทุกอย่างล้วนเกิด – ดับๆ ไม่รู้จบ จึงคิดจะไปให้พ้นจากสภาวะนี้ด้วยการเร่งความเพียรในการปฏิบัติธรรมสุดๆ ความเบื่อแบบนี้จึงเป็นกุศล แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรคะอาจารย์ ว่าเบื่อแบบไหนคือเบื่อแบบดี ความแตกต่างระหว่างความเบื่อสองแบบนี้ก็คือ ความเบื่อแบบที่เป็นกุศลจะต้องเกิดขึ้นพร้อมกับความเพียร คือเมื่อเกิดนิพพิทาญาณขึ้นกับผู้ใด ญาณถัดไปที่จะตามมาในทันทีก็คือ “มุญจิตุกัมยตาญาณ” ซึ่งเป็นญาณที่ทำให้เกิดการเร่งความเพียรในการพัฒนาจิตวิญญาณ เพื่อให้ตนพ้นไปจากการมีรูป […]

วิธีค้นหาศักยภาพสูงสุดของการมีชีวิต มุมคิดจาก พศิน อินทรวงค์ (ชมคลิป)

เหตุใดคนเรามักสนใจธรรมะเมื่อแก่เฒ่า ทั้งที่อาจสายไป แต่ถ้าเรารู้ “สาเหตุ” นั้นเร็ว เริ่มเร็ว ลงมือเร็ว
สุดท้ายเราก็จะ “ค้นพบศักยภาพสูงสุดของการมีชีวิต”

ฮาวทูสำหรับคนไร้คู่  วิธีเฟ้นหา เนื้อคู่ ด้วยตัวคุณเอง

ความเชื่อเกี่ยวกับเนื้อคู่มีเพียบ คู่เวรคู่กรรม คู่บุญคู่บาป คู่สร้างคู่สม แต่เนื้อคู่ตัวเป็น ๆ ของเรานี่สิ จะหาได้จากที่ไหน๊ (เสียงสูงงงงงง) ใครยังหาเนื้อคู่ลองดู 4 ข้อต่อไปนี้ อาจจะเจอเร็ว ๆ นี้

ตัณหา เวลา อัตตา ฟิสิกส์! โดย ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร

ใครที่ไม่ชอบวิชาเลขอย่าเพิ่งทำหน้าเบ้หรือเปิดข้ามหน้านี้ไป ด้วยความขนพองสยองเกล้าเสียก่อนนะครับ เพราะเรื่องนี้ไม่มีการบังคับให้ต้องคำนวณหรือแก้สมการแต่อย่างใด มีแต่การนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจใกล้ตัวคุณ…

ความฝันยามนิทรา สร้างสรรค์ แรงบันดาลใจ ในชีวิตจริง   

ความฝันสะท้อนตัวตน และอีกนัยหนึ่งความฝันก็เป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจแก่ชีวิตได้เช่นกัน ตัวอย่างของการฝันเพื่อสร้างสรรค์นั้นมีให้เห็นอยู่หลากหลายแบบ เช่น อีไลอัส โฮว์ ได้พยายามคิดประดิษฐ์จักรเย็บผ้ามาเป็นเวลาหลายปี แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งคืนหนึ่งเขาฝันว่าตกอยู่ในวงล้อมของคนป่า

Secrets of Successful Women : 4 วิธีคิดสู่ความสำเร็จ

ในศตวรรษที่ผู้หญิงไร้ข้อจำกัดทางความสามารถ เป็นได้ทั้งแม่บ้าน นางงาม นักการเมือง กระทั่งบินไปถึงห้วงอวกาศ แต่ยังมีผู้หญิงมากมายที่รู้สึกว่า ชีวิตอยู่ไกลจาก “ความสำเร็จ” มากเหลือเกิน

ทำงานด้วย จิตว่าง ทำอย่างไร พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ มีคำตอบ

ถ้าอาชีพที่เราทำบังเอิญขัดกับหลักพระพุทธศาสนา เราจะ ทำงานด้วยจิตว่าง หรือทำงานไปด้วยเจริญสติไปด้วย โดยไม่สุข ไม่ทุกข์ ได้อย่างไรกันคะ

มรณานุสติภาวนา (การระลึกถึงความตาย) – ท่าน ว.วชิรเมธี

มรณานุสติภาวนา (การระลึกถึงความตาย) – ท่าน ว.วชิรเมธี ในคอร์สภาวนาที่ไร่เชิญตะวันทุกครั้ง มีกิจกรรมหนึ่งซึ่งขาดไม่ได้ก็คือ การฝึกเจริญมรณานุสติหรือ “การระลึกถึงความตาย” มรณานุสติอาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า“มรณัสสติ” ก็ได้ แปลว่า “การระลึกถึงความตาย” เหมือนกัน ทำไมต้องระลึกถึงความตาย เพราะความตายเกิดขึ้นกับเราได้ตลอดเวลา เมื่อระลึกว่าตนจะต้องตายในวันใดวันหนึ่ง ก็จะทำให้เกิดความไม่ประมาทหันกลับมาดำรงชีวิตอย่างมีสติ คนที่มักมากชอบสะสมสมบัติพัสถานกองเป็นภูเขาเลากาก็จะได้ตื่นขึ้นมาฉุกคิดว่า “เมื่อตายไปทรัพย์สักนิดก็หาติดตามไปได้ไม่” คนที่คิดได้อย่างนี้ก็จะปล่อยลงปลงได้ สะสมแต่เฉพาะสิ่งที่เป็นแก่นสารต่อการดำรงชีวิตจริง ๆ คนส่วนใหญ่ไม่อยากระลึกถึงความตายเพราะถือกันว่าความตายเป็นเรื่องอัปมงคล ใครพูดเรื่องความตายขึ้นมา ก็มักจะถูกมองด้วยหางตาว่า ไม่รู้กาลเทศะ ไม่รู้อะไรควรไม่ควร ผลของการพยายามหลบเลี่ยงความตายดังกล่าวมานี้ จึงเมื่อวันหนึ่ง ตัวเองหรือคนใกล้ตัวกำลังเผชิญความตายขึ้นมาจริง ๆ จึงไม่รู้ว่าจะรับมือกับมันได้อย่างไร พอมีใครตายขึ้นมา จึงตกอยู่ในความเสียใจ โศกเศร้า วางตน วางใจไม่ถูก อ่อนระโทยโหยไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ครั้นไปงานศพก็ยังไม่ได้ปัญญา หากแต่ได้มาแค่การทำพิธีศพให้จบไป วัน ๆ มองไม่เห็นว่าศพสอนธรรมะอะไรบ้าง การที่พระพุทธองค์ทรงถือว่าการเจริญมรณัสสติเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญสติอีกรูปแบบหนึ่งนั้น ก็เพราะทรงมีพุทธประสงค์ให้คนส่วนใหญ่ “หายมัวเมาในชีวิต” เพราะในโลกนี้มีคนจำนวนมากใช้ชีวิตดังหนึ่งตัวเองจะไม่แก่ ไม่ตาย กิน ดื่ม เสพเที่ยว หลับ นอน อหังการ บ้ายศ ทรัพย์ อำนาจ ลืมตัว ลืมตน จนหลงลืมกุศลผลบุญ หลงลืมสัจธรรมของชีวิต ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างดังหนึ่งว่า สิ่งเหล่านั้นจะเป็นสมบัติอันเที่ยงแท้ของตน หรือดังหนึ่งตนจะสามารถขนเอาไปใช้ในสัมปรายภพได้ทั้งหมดทั้งสิ้น หารู้ไม่ว่า แท้ที่จริงทุกสิ่งที่ครอบครอง คือ ของขอยืมมาทั้งนั้น พอสิ้นชีพวายชนม์ สรรพสิ่งบรรดามีต้องส่งคืนโลกนี้ทั้งหมดทั้งสิ้น สรรพสิ่งคือของใช้ ไม่มีอะไรเป็นของฉัน ความจริงเป็นดังนี้ แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจ มักมาก โลภโมโทสัน อยากครอบครองทุกอย่างดังหนึ่งตัวเองจะมีอายุสัก 84,000 ปี ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงอยู่กันไม่ถึงร้อยปี หรือเกินกว่านี้ก็น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ทั้ง ๆ ที่ชีวิตแสนสั้น เวลาก็มีจำกัดความตายก็กำลังไล่กวดเข้ามาอยู่ทุกขณะจิต แต่จะมีกี่คนที่สำเหนียกรู้ถึงสัจธรรมเหล่านี้ มัวแต่ดำรงชีวิตด้วยความประมาท ครั้นความตายมาถึงเข้าจริง ๆ จึงร้องห่มร้องไห้แทบล้มประดาตาย ไม่อาจเตรียมใจ ไม่อาจเตรียมตัว ไม่อาจเตรียมเสบียงสำหรับภพหน้า  คนทุกวันนี้มัวแต่ทำกรมธรรม์ประกันชีวิต แต่ไม่สนใจการทำกรมธรรม์ประกันภพหน้า คือ สะสมกุศลผลบุญ พอความตายวูบผ่านมา จึงกลัวจนลนลาน แต่สำหรับท่านผู้เจริญมรณัสสติอยู่เสมอ เมื่อแว่วเสียงความตาย หรือเพียงได้มองเห็นสัญญาณแห่งความตาย เช่น ความเจ็บป่วยครั้งใหญ่ของตน ของคนใกล้ตัว หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน ก็จะสามารถสำเหนียกรู้ถึงมัจจุมารที่ย่างกรายเข้ามาใกล้ตัวเองอยู่ทุกขณะ สามารถที่จะลุกขึ้นมาเป็นครูของตนเตือนตนให้ดำรงอยู่ในครรลองของความไม่ประมาทได้อย่างทันท่วงที คนที่เจริญมรณานุสติภาวนาอยู่เสมอนั้น จะได้รับผลทันตา คือ ไม่ประหวั่นพรั่นพรึงต่อความตาย จะหันกลับมาใช้เวลาทุกนาทีอย่างคุ้มค่า ไม่มีแม้สักวินาทีเดียวที่เขาจะพร่าผลาญเวลาไปอย่างไร้ประโยชน์ เขาจะถือว่าการฆ่าเวลาไปกับกิจกรรมอันไร้แก่นสารเป็นบาปชนิดหนึ่งซึ่งไม่พึงกระทำ ดังคำของพระบรมครูที่ว่า “ขโณ โว มาอุปจฺจคา” (อย่าปล่อยเวลาผ่านไปอย่างไร้ค่าแม้เพียงขณะจิตเดียว) เขาจะกลับมาดูแลตัวเองและบุคคลอันเป็นที่รักอย่างดีที่สุด โดยไม่ต้องรอให้เขาเหล่านั้นเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาเสียก่อน พวกเขาจะรู้จักแสวงหาเวลาที่มีคุณค่าระหว่างกันและกันอย่างคุ้มค่าที่สุด ผิว์ความตายด่วนมาพรากคนอันเป็นที่รักจากไป ก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ ในแง่พฤติกรรมระหว่างวัน คนที่หมั่นเจริญมรณัสสติ ก็จะเลือกสรรทำแต่พฤติกรรมเชิงคุณภาพล้วน ๆ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราหมั่นระลึกถึงความตาย ไม่ใช่เพื่อจะให้กลัวตาย แต่เพื่อที่จะให้เรารู้จักที่จะดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบันขณะอย่างดีที่สุด หัวใจของการดำรงชีวิตอยู่อย่างดีที่สุด ก็คือ การดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท ไม่ประมาทในอะไรเล่า… 1. ไม่ประมาทในชีวิต    ว่าจะยืนยาว 2. ไม่ประมาทในวัย    ว่ายังหนุ่มสาว 3. ไม่ประมาทในสุขภาพ    ว่ายังแข็งแรง 4. ไม่ประมาทเวลา    ว่ายังมีอีกมาก 5. ไม่ประมาทในธรรม    ว่าเอาไว้ก่อนวันหลังค่อยสนใจ ใครก็ตามประมาทในเหตุทั้ง 5 ประการนี้ มักต้องมานั่งเสียใจทุกครั้ง เมื่อบุคคลอันเป็นที่รักต้องมาพลัดพรากจากไป หรือหากตัวเองจะต้องตายขึ้นมาบ้าง ก็มักจะบ่นเพ้อด้วยความเสียดายว่า “รู้อย่างนี้ทำดีไปตั้งนานแล้ว” ดังนั้น หากเราไม่อยากเสียใจ ไม่อยากพลาดวันเวลาสำคัญของชีวิตก็ควรหมั่นเจริญมรณัสสติอยู่เสมอ เพราะเมื่อเราใช้ชีวิตดังหนึ่งความตายกำลังกวักมือเรียกอยู่ข้างหน้าทุกขณะจิต เราจะตระหนักรู้ว่าชีวิตมีค่าแค่ไหน มารดร บิดา สามี ภรรยา ลูกแก้ว เมียขวัญสำคัญเพียงไร สุขภาพเป็นสิ่งจำเป็นเพียงไร และทรัพย์สินศฤงคารอำนาจราชศักดิ์เป็นเพียงสิ่งสมมุติ มายาเพียงชั่วคราวอย่างไร ความตายจะเป็นดั่งระฆังแห่งสติที่เตือนให้เรากลับมาดำรงอยู่กับความจริงและอยู่กับสิ่งที่เป็นแก่นสาร ทิ้งสิ่งที่เป็นเปลือกหรือหัวโขนของชีวิตอย่างรู้เท่าทัน เมื่ออยู่เบื้องหน้าของความตาย อะไร ๆในโลกก็กระจิริดไปเสียทั้งหมด เราระลึกถึงความตายเพื่อเข้าใกล้ชีวิตที่มีแก่นสารที่สุด ดำรงอยู่อย่างคนที่ตื่นตัวและตื่นรู้ที่สุด ฉะนั้น การระลึกถึงความตายแล้วเศร้าหมอง หดหู่ จึงไม่ใช่มรณานุสติที่ถูกต้อง ที่ถูกคือ พอระลึกถึงว่าตนจะต้องตายในวันหนึ่ง จิตจะตื่นขึ้นมาตระหนักรู้ถึงสัจธรรม แล้วเร่งรีบกระทำแต่กรรมดี ใช้ชีวิตนี้อย่างคุ้มค่าที่สุด นี่ต่างหากคือสัมมา-ทิฏฐิ (ความเข้าใจที่ถูกต้อง) และสัมมาปฏิบัติ (พฤติกรรมที่ถูกต้อง) อันเป็นผลโดยตรงจากการเจริญมรณานุสติ อวสฺสํ มยา มริตพฺพํ – วันหนึ่งเราจะต้องตาย […]

keyboard_arrow_up