10 วิธีคิดสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง

10 วิธีคิดสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง สิ่งหนึ่งที่เป็นอุปสรรคในการประสบความสำเร็จนั้นก็คือนิสัยที่ ไม่มั่นใจในตัวเอง นี่แหละค่ะ เพราะคนแบบนี้มักจะมองไม่เห็นข้อดีของตัวเองที่มีอยู่ ไม่มีความเป็นผู้นำ ไม่กล้าเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ทำให้ชีวิตย่ำอยุ่กับที่ทั้งๆ ที่คนอื่นๆ เขาไปกันไหนต่อไหนแล้ว วันนี้เรามี 10 วิธีดีๆ ที่จะช่วยให้คุณกลายเป็นคนใหม่ที่มีความมั่นใจมากขึ้นมาฝาก ไปดูกันเลยค่ะ 1. พูดเรื่องแง่บวกให้มากกว่าแง่ลบ หลายคนอาจจะคิดว่าแค่คำพูดจะสามารถเปลี่ยนอะไรได้? แต่คำพูดนี่แหละค่ะที่จะช่วยเพิ่มพลังบวกให้กับเราตัวเอง เพราะหากเราพูดกับตัวเองในแง่บวก คำพูดเหล่านั้นก็จะเป็นแรงผลักดันให้เราทำแต่เรื่องดีๆ และจะเกิดสิ่งดีๆ ตามมา กลับกันหากวันๆ เราพูดแต่เรื่องลบๆ คำพูดเหล่านั้นก็จะบั่นทอนจิตใจและพลังงานในตัวเราให้หมดความมั่นใจลงไปเรื่อยๆ เช่นกัน 2. หยุดใส่ใจคำพูดของคนอื่นมากเกินไป การที่คุณเป็นคนที่มักจะทำอะไรตามความคาดหวังของคนอื่นอยู่เสมอ หรือกลัวว่าคนอื่นเขาจะคิดยังไงกับเรานั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งเพราะมันจะกัดกินตัวตนของตัวเอง จนคุณไม่มีตัวตน ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง จะทำอะไรก็มัวแต่แคร์ว่าคนอื่นเขาคิดอย่างไรกับเรา หยุดพฤติกรรมเหล่านี้ซะเพราะเราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้ตลอดหรอกนะ 3. อย่าเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ จริงๆ ช่วงชีวิตเราก็ควรมีเวลาที่ไร้สาระบ้าง แต่! คุณต้องดูด้วยว่า คุณให้เวลากับเรื่องไร้สาระมากเกินไปหรือเปล่า อย่าลืมว่าสิ่งที่ยุติธรรมที่สุดก็คือเวลาที่ทุกคนมีเท่ากัน แต่ใครจะใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าที่สุดนั้นก็ขึ้นอยุ่กับการจัดการของแต่ละคน 4. มองความล้มเหลวเป็นโอกาส ว่ากันว่าสิ่งที่สอนเราได้ดีที่สุดนั้นคือความล้มเหลว ความผิดพลาดนี่แหละค่ะ เพราะความล้มเหลวจะทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น เติบโตมากขึ้น ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่ที่ความคิดของคุณว่าจะเปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็นโอกาส หรือปล่อยให้มันผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า 5. อ่านหนังสือให้มากกว่าท่องโลกโซเชียล […]

ยืดหยุ่นให้กับนิยามความสำเร็จของตัวเอง แล้วจะประสบความสำเร็จ

ยืดหยุ่นให้กับนิยามความสำเร็จของตัวเอง แล้วจะประสบความสำเร็จ โรบิน โอไบรอันต์ ต้องการเขียนหนังสือให้สำนักพิมพ์ใหญ่ นักเขียนทุกคนใฝ่ฝันจะได้ทำสัญญากับสำนักพิมพ์ โรบินก็เช่นกัน แต่วรรณกรรมของเธอกลับไม่ได้ตีพิมพ์ด้วยเหตุผลเพราะ เธอมีฐานคนอ่านไม่ใหญ่พอที่พวกเขาจะตีพิมพ์หนังสือให้ ปฏิกิริยาแรกของเธอคือทำหน้ามุ่ยและเศร้าเสียใจที่ความฝันพังทลายลง เธออาจตัดสินใจยอมแพ้ และยอมหันหลังกลับไปเป็นนักเขียนนิรนามเหมือนเดิม ไม่ดิ้นรนเขียนหนังสืออีกต่อไป แต่คนอ่านบล็อกของเธอไม่ยอมอยู่เฉย พวกเขาตื้อถามเธอครั้งแล้วครั้งเล่า “เมื่อไหร่หนังสือของคุณจะวางแผง” พวกเขาตั้งคำถามในคอมเมนต์ “หนังสือของคุณเป็นอย่างไรบ้าง” ในช่วงเวลาดังกล่าว คนอ่านของเอสร้างความสัมพันธ์ประเภทบูมเมอแรงขึ้นอย่างน่าทึ่ง ทุกทวีตหรือบล็อกโพสต์ที่โรบินเขียนลงไปนั้น คือการที่เธอขว้างบูมเมอแรงออกไป จากนั้นมันสะท้อนกลับมาในช่วงเวลานี้ โรลินพยายามอีกครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล จนเธอตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมฉันต้องเขียนหนังสือเล่มนี้? คำตอบที่ได้ก็ธรรมดามาก “เพราะฉันไม่เขียนไม่ได้” ฉันอยากให้คนอื่นได้อ่านเพราะคิดว่ามันช่วยพวกเขาได้ พวกเขานำไปใช้ประโยชน์ได้ มันทำให้พวกเขาหัวเราะเสียงดังขณะนอนอ่านบนเตียงหลังจากผ่านพ้นวันที่เหน็ดเหนื่อย หลังจากต่อสู้กับตัวเองอย่างหนัก และตัดสินใจใช้ความยืดหยุ่นความฝันของตัวเองที่จะได้เป็นนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ชื่อดัง เธอกลับหันมาลงทุนพิมพ์หนังสือเองเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2011 เธอตั้งชื่อว่า Ketchup Is a Vegetable : and Other Lies Moms Tell Themselves เธอใช้เวลาอีกสองปีต่อมากับการเปิดท้ายรถขายหนังสือเล่มนี้ เธอขนหนังสือไปขายตามสถานที่จัดประชุม และไปทุกหนทุกแห่งที่มีคนอ่าน เธอก้าวเดินไปด้วยความเพียร กันยายน 2013 หนังสือของเธอติดอันดับหนังสือขายดีของทั้งหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ วอลล์สตรีทเจอร์นัล และยูเอสเอทูเดย์ […]

บอกลาพฤติกรรมที่ทำให้ ปากแห้ง ปากเป็นขุย ไม่น่าจุ๊บอย่างที่เคย

บอกลาพฤติกรรมที่ทำให้ ปากแห้ง ปากเป็นขุย ไม่น่าจุ๊บอย่างที่เคย เชื่อหรือไม่คะว่า “ปาก” เป็นอวัยวะที่ส่งผลต่อเสน่ห์ของคุณ และมีความหมายต่อการดึงดูดเพศตรงข้ามมากอีกด้วย แต่ถ้าใคร ปากแห้ง ก็คงไม่ดีแน่เพราะแม้แต่คนดังหรือดาราฮอลลีวูดหลายๆ คนยังอยากให้ปากของพวกเธอดูเอิบอิ่มน่าจูบ ถึงขนาดไปฉีด ไปศัลยกรรมริมฝีปากกันเลยทีเดียว แต่เราอาจไม่ต้องถึงขั้นนั้นค่ะ แค่รู้จักดูแลให้ถูกวิธีและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ ปากแห้ง ปากเป็นขุย ก็ทำให้ปากของเรานั้นกลับมาเนียนนุ่มน่าจุ๊บได้ไม่แพ้คนดังเลยทีเดียค่ะ ดื่มน้ำน้อย การดื่มน้ำบ่อยๆ เป็นวิธีที่ช่วยรักษาความชุ่มชื่นของผิวพรรณได้ง่ายที่สุดค่ะ แต่หลายคนมักจะละเลยการดื่มน้ำ จนทำให้ผิวหนังแห้งกร้าน ด้วยเหตุผลเพราะขี้เกียจลุกไปดื่มน้ำบ้างแหละ ไม่อยากเข้าห้องน้ำบ่อยๆ บ้างแหละ แต่ถึงอย่างไรเราก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองให้หันมาดื่มน้ำให้มากขึ้น เพราะการดื่มน้ำไม่ได้ช่วยแค่เรื่องผิวพรรณเท่านั้นแต่ยังช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายของเราดีขึ้นอีกด้วยนะเออ การเลียริมฝีปาก คนที่มีพฤติกรรมการเลียริมฝีปากบ่อยๆ ปากจะแห้งและดำง่ายมากกว่าคนอื่นๆ หลายเท่ามากเลยค่ะ เพราะในน้ำลายมีเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหาร ซึ่งเจ้าเอนไซม์ตัวนี้นี่แหละที่จะไปทำลายความชุ่มชื้นบนริมฝีปากทำให้ปากของเราแห้ง เป็นขุย และดำ จนหมดเสน่ห์ไปเลยทีเดียว แพ้ลิปสติก ปากของเราเป็นอวัยวะที่ค่อนข้างบอบบางมากนะคะ ดังนั้นหากเราจะเลือกลิปสติกสักแท่ง ก็ควรเลือกลิปสติกที่มีส่วนผสมของธรรมชาติ และควรระวังลิปสติกที่มีส่วนผสมของ น้ำหอม ลาโนลิน สารกันแดด สารกันบูด เพราะจะทำให้ริมฝีปากของคุณขาดความชุ่มชื่นและแห้งเป็นขุยได้ค่ะ ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก ปัญหานี้เป็นเรื่องที่หลายคนมองข้ามและคิดไม่ถึง ก็ใครจะไปคิดล่ะคะว่ายาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปากที่เราใช้จะทำให้ปากแห้งได้ แต่จริงๆ แล้วมีส่วนเกี่ยวข้องมากเลยทีเดียวค่ะ เพราะยาสีฟันมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ […]

6 ทริคเด็ด “ดูแลดวงตา” ให้ปลอดภัยในช่วงสงกรานต์

6 ทริคเด็ด “ดูแลดวงตา” ให้ปลอดภัยในช่วงสงกรานต์ เริ่มต้นเดือนเมษายนแบบนี้ หลายคนคงมีแพลนไปเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวใช่มั้ยล่ะคะ ซึ่งแน่นอนว่า กิจกรรมที่ทุกคนต้องไม่พลาดก็คือ การพักผ่อนริมชายหาด การว่ายน้ำ และการเล่นน้ำสงกรานต์นั่นเอง ซึ่งเป็นกิจกรรมค่อนข้างเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย โดยเฉพาะดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางและเกิดความเสี่ยงมากที่สุด วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ ในการ ดูแลดวงตา มามอบให้เพื่อความปลอดภัยในช่วงสงกรานต์และซัมเมอร์นี้ด้วยค่ะ อย่าลืมแว่นกันแดด ควรเลือกแว่นกันแดดที่มีน้ำหนักเบา สวมใส่ได้อย่างสบาย แม้ในช่วงระหว่างวัน ส่วนชนิดของเลนส์ที่ใช้ แนะนำให้เลือกเลนส์โพลาไรซ์ ซึ่งจะให้คุณสมบัติในการลดแสงสะท้อนบนผิวน้ำหรือพื้นผิวกลางแจ้ง ทั้งยังช่วยถนอมดวงตาจากอันตรายของรังสียูวี สวมแว่นเซฟตี้ นอกจากนี้ควรป้องกันดวงตาอักเสบติดเชื้อไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ อย่างการ “สวมแว่นเซฟตี้” หรือแว่นที่มีขนาดใหญ่เพื่อป้องกันดวงตา หรือแว่นสำหรับว่ายน้ำกรณีใส่คอนแทคเลนส์อยู่ หากบังเอิญโดนสิ่งสกปรกเข้าดวงตา จนทำให้เกิดอาการแสบเคืองตา ปวดตา ควรรีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไม่ควรขยี้ตา เพราะอาจทำให้ผิวตาลอกหรือถลอกได้ ควรหลับตาไว้ก่อนซักครู่ และหาน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือล้างแผลมาล้างที่ดวงตา หากอาการแสบเคืองตาไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที น้ำตาเทียมเพิ่มความชุ่มชื่น ถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบกีฬาหรือกิจกรรมกลางแจ้ง นอกเหนือจากคุณต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบอันเนื่องจากแสงแดดแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่อาจทำร้ายดวงตาได้เช่นกัน นั่นก็คือ อิทธิพลจากฝุ่นละออง แรงลม หรือมลภาวะในอากาศ เพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองตา หรือปัญหาตาแห้งได้ง่าย ทางที่ดีจึงควรพกน้ำตาเทียมติดตัวไว้ตลอด เพื่อช่วยปลอบประโลมดวงตาให้ชุ่มชื่น รู้สึกสบายตา แม้ในขณะเล่นกีฬาหรือกิจกรรมกลางแดด […]

การดูแลผิวหน้า ฉบับสาวเกาหลีที่สาวไทยก็ทำได้

การดูแลผิวหน้า ฉบับสาวเกาหลีที่สาวไทยก็ทำได้ ต้องยอมรับว่าเรื่อง การดูแลผิวหน้า หรือเรื่องความสวยความงามของสาวๆ เกาหลีเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมาก เพราะพวกเธอมักจะมีผิวหน้าที่สวยสุขภาพดี จนหลายคนอิจฉา แต่ต่อไปนี้ไม่ต้องอิจฉาแล้วค่ะ เพราะเราได้นำเคล็ดลับของพวกสาวเกาหลีมาฝากให้สาวไทยได้ลองทำกันแล้วที่นี่ ไปดูกันค่ะว่าจะมีเคล็ดลับอะไรบ้างที่เรายังไม่รู้ 1. นวดทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึกก่อนแต่งหน้า ปกติเรามักนึกถึงการทำความสะอาดผิวหลังจากโบ๊ะเครื่องสำอางมาทั้งวัน แต่เคล็ดลับของช่างแต่งหน้าชาวเกาหลี กลับให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึกก่อนการแต่งหน้าด้วย แถมยังเพิ่มขั้นตอนการนวดผิวเพื่อความสะอาดล้ำลึกไปพร้อมกัน เพราะช่างแต่งหน้าชาวเกาหลีต่างรู้ดีว่า การกดเครื่องสำอางลงไปบนผิวที่ไม่สะอาด อาจก่อให้เกิดการอุดตันของสิ่งสกปรก เป็นที่มาของสิว นอกจากนี้การนวดหน้ายังเป็นการเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวเปล่งปลั่งดูมีสุขภาพดีอีกด้วย 2. มาสก์ได้มาสก์ดี มาสก์ทุกวี่ทุกวัน เคล็ดลับของดาราสาวเกาหลีหลายคน เลือกบำรุงผิวอย่างเข้มข้นด้วยการใช้มาสก์ แต่ไม่ใช่ 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ พวกเธอมาสก์ผิวทุกวัน! ย้ำว่าทุกวัน! เป็นอีกเคล็ดลับที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว นอกจากจะได้บำรุงผิวแบบเข้มข้นสะใจแล้ว ยังถือเป็นการผ่อนคลายอารมณ์ตึงเครียดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แบบนี้เรียกว่าดีต่อผิวและดีต่อใจไปพร้อมกันเลยทีเดียว สามารถมาสก์หน้าได้ทุกวันชัวร์ไม่มั่วนิ่มค่ะ แต่…แต่ว่าฟังก่อน แผ่นมาสก์ที่สามารถบำรุงได้ทุกวันนั้นต้องเป็นแผ่นมาสก์ชนิดที่ช่วยเรื่องการบำรุงเท่านั้น ห้ามใช้แผ่นมาสก์สำหรับลดรอยสิว หรืออื่นๆที่เป็นการแก้ปัญหาแต่ไม่ใช่การบำรุงเด็ดขาด 3. จะถูก จะแพง ต้อง (อม) แดงไว้ก่อน สาวๆ เกาหลีมักอำพรางผิวที่เหนื่อยล้าให้ดูสดชื่นด้วยการปัดแก้มและทาปากด้วยเฉดสีที่อมแดง ปากและแก้มสีอมแดงนี่แหละ ที่ทำให้ผิวหน้าดูมีสุขภาพดี การเลือกเครื่องสำอางครั้งต่อไป […]

5 วิธีแก้ “เรื่องเพลียๆ” ประจำวันของมนุษย์ออฟฟิศ

5 วิธีแก้ “เรื่องเพลียๆ” ประจำวันของมนุษย์ออฟฟิศ วันนี้เรามี วิธีแก้ เรื่องเพลียๆ ในชีวิตของมนุษย์ออฟฟิศมาฝากกันค่ะ เพราะแต่ละวันเต็มไปด้วยความท้าทายมากมาย โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้คนมีแต่ความเร่งรีบ เริ่มตั้งแต่ ตื่นเช้า เดินทางไปทำงาน เข้าประชุมติดๆ กันทั้งวัน จนเลิกงาน รถติดกว่าจะถึงบ้าน เป็นวงจรเดิมทุกวัน ทำให้เราเบื่อและเพลียกับชีวิตมนุษย์ออฟฟิศเต็มทน แต่ปัญหานี้จะหมดไปหากทำตามที่เราแนะนำดังนี้ค่ะ เพลียเพราะนอนดึกตื่นเช้า ไม่ว่าจะเป็นด้วยหน้าที่การงานที่ทำให้ต้องนั่งทำงานจนดึกดื่น หรือจะติดละครหลังข่าว เล่นเฟซบุ๊กจนเพลิน เมื่อร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ อย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวันสำหรับคนวัยทำงาน ก็จะส่งผลต่อร่างกายให้รู้สึกซึมเซาง่วงนอนในเช้าวันถัดมา หากหลีกเลี่ยงการนอนดึกไม่ได้ ก็ต้องบำรุงร่างกายเพิ่มเติม โดยการรับประทานอาหารประเภทโปรตีน จากเนื้อสัตว์ นม ไข่ หรืออาหารที่มีวิตามินซี ก็จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นได้ เพลียจากการเดินทาง คนจำนวนมากต้องเสียเวลาในการเดินทางหลายชั่วโมงในแต่ละวัน คนที่ขับรถไปทำงานก็มักจะบ่นเรื่องการจราจรติดขัด ขณะที่บางคนใช้บริการรถสาธารณะ ก็ต้องเจอกับปัญหากวนใจมากมาย เช่น คนเบียดเสียด รถไฟฟ้าเสีย รถเมล์ขาดระยะ ยังไม่นับรวมเวลาฝนตก ซึ่งจะทำให้สถานการณ์เหล่านี้เลวร้ายลงไปอีก ลองแก้ปัญหาด้วยการเผื่อเวลาเดินทางอีกซักนิด เพื่อไปถึงที่หมายก่อนเวลา จะได้ไม่ต้องลุ้นเมื่อใกล้ถึงเวลาเข้างานหรือนัดหมาย แถมมีเวลาเหลือให้ผ่อนคลายก่อนเริ่มงานอีกด้วย เพลียกับคน คนเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้หนุ่มสาวชาวออฟฟิศรู้สึกเพลีย ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้างาน […]

อย่าเป็นคน “ขยัน” ที่ “ไร้ความสามารถ”

อย่าเป็นคน “ขยัน” ที่ “ไร้ความสามารถ” ทุกอย่างมีสองด้านเสมอค่ะ ถ้ามองผิวเผินเรามักจะหลงคิดว่า “ความขยัน” เป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่ ขยัน จะต้องทำทุกอย่างออกมาดีทั้งหมด เพราะหากขยันผิดวิธี ขยันอย่างไม่ชาญฉลาด ความขยันนั้นก็ไม่เกิดประโยชน์อันใดแถมยังเสียแรงเสีย เวลาเปล่าอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากเดือนนี้คุณตั้งใจจะอ่านหนังสือ 30  เล่ม ลองคิดดูนะคะว่าระหว่างอ่านหนังสือ 30 เล่มที่เลือกมาส่งๆ กับการอ่านหนังสือ 30 เล่มที่คนยกย่องว่าเป็นหนังสือดี อย่างไหนจะได้ประโยชน์มากกว่ากัน ทั้งๆ ที่ก็อ่านหนังสือในปริมาณที่เท่ากัน แต่ประโชยน์และความรู้ที่คุณได้รับจากหนังสือนั้นกลับไม่เท่ากัน เช่นเดียวกับคนที่อยากวิ่งมาราธอนจนตัดสินใจลงแข่งวิ่ง แต่ไม่ได้ศึกษาวิธีวิ่งที่ถูกต้อง ต่อให้เราพยายามวิ่งทุกวัน แต่ถ้าวิ่งแบบสะเปะสะปะก็ไม่ทำให้การวิ่งนั้นเกิดประโยชน์ คนขยันที่ไร้ความสามารถมักมัวแต่จดจ่อแต่เรื่อง “ปริมาณ” สนใจแค่ว่าอ่านไปแล้วกี่เล่ม วิ่งไปแล้วกี่กิโล แต่ไม่ค่อยคำนึงถึงรายละเอียด ถ้าคุณอย่ากสัมผัสถึงประโยชน์ ก็ต้องคำนึงถึง “คุณภาพ” ให้มากขึ้น . . ขอบคุณหนังสือสำเร็จได้สไตล์คนขี้เกียจ  

5 วิธีระงับ “ความโกรธ” แบบผิดๆ ที่ไม่ควรทำตอนหัวร้อน

5 วิธีระงับ “ความโกรธ” แบบผิดๆ ที่ไม่ควรทำตอนหัวร้อน สัปดาห์ที่แล้วเรานำเสนอ 6 วิธีระบายความเครียด ระบายความโกรธที่ถูกต้องกันไป คราวนี้เราจะมาพูดเรื่องวิธีระงับ ความโกรธ แบบผิดๆ กันบ้าง เพราะเชื่อว่ามีหลายคนเลยที่ดับความโกรธด้วยวิธีผิดๆ จนปัญหานั้นบานปลาย นอกจากจะไม่ช่วยให้เราใจเย็นขึ้น ยังทำให้ทุกอย่างมันแย่ลงอีก ลองอ่านกันดูนะคะ หากตรงกับใครก็ให้รีบเลิกพฤติกรรมเหล่านี้ซะ อย่าระงับความโกรธด้วยการหลับหนีปัญหา เวลาเราโกรธหรือกำลังว้าวุ่นใจ หลายคนแนะนำให้เรานอนหลับดู เผื่อตื่นขึ้นมาแล้วอะไรจะดีขึ้น แต่ความจริงแล้วการนอนหลับพร้อมปัญหา หรือพร้อมอารมณ์โกรธนั้นเป็นเหมือนการกักเก็บปัญหาเอาไว้ พอตื่นมาจะยิ่งทำให้จิตใจเราดำดิ่งไปยิ่งกว่าเดิม ดังนั้นก่อนเข้านอนทุกครั้งควรทำใจให้สบาย สงบจิตสงบใจกันก่อนจะดีกว่านะคะ อย่าขับรถคนเดียวเด็ดขาด แน่นอนค่ะว่าการขับรถตอนโกรธนั้น ไม่ใช่วิธีที่ฉลาดเท่าไหร่ อย่าคิดว่าเท่เหมือนพระเอกในหนังนะคะ เพราะการขับรถโดยโกรธอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ เพราะหากคุณขับรถด้วยความขาดสติ หุนหันพลันแล่นออกไป เปอร์เซ็นต์ในการเกิดอุบัติเหตุจะสูงมาก ที่สำคัญอุบัติเหตุนี้ไม่ได้ส่งผลเสียแค่เราคนเดียวแต่อาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ร่วมทางคนอื่นๆ ด้วย และหากมีเหตุให้คุณต้องใช้รถจริงๆ ก็ควรเรียกแท็กซี่หรือให้คนอื่นขับแทนจะดีที่สุดค่ะ โกรธแล้วกิน จะได้ทั้งโรคเครียดโรคอ้วน หลายคนใช้การกินในการแก้ปัญหาค่ะ ต้องบอกว่าการระบายความโกรธ หรือความเครียดก้วยการกินนั้นเป็นวีการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและช่วยได้แค่ช่วงแรกๆ เท่านั้น แต่อาจส่งผลเสียในระยะยาวต่อร่างกายของเราได้ หากคุณเป็นคนที่ โกรธก็กิน เศร้าก็กิน เอะอะก็กิน รับรองค่ะว่าอีกไม่นานคุณจะเครียดเพราะได้โรคอ้วนตามมาเป็นของแถมอีกด้วย อย่าระบายความโกรธลงในโลกโซเชียล อย่าลืมว่าโลกโซเชียลเป็นอะไรที่รวดเร็วมาก โดยเฉพาะการโพสต์ระบายความโกรธในเฟซบุ๊ก […]

จงรักงานที่ทำ แต่ไม่เปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นงาน

จงรักงานที่ทำ แต่ไม่เปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นงาน บทความเรื่อง จงรักงานที่ทำ แต่ไม่เปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นงาน ทำให้เรานึกถึงเวลาอ่านหนังสือวัยรุ่น มักจะเจอคำพูดที่ว่า “มาเปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นงานกันเถอะ” คำพูดนี้อาจดูดีแต่เป็นสิ่งที่ผู้เขียนไม่ค่อยอยากแนะนำเท่าไหร่ เรามาดูเหตุผลกันดีกว่าว่าเพราะอะไรเขาถึงไม่สนันสนุนให้เราเปลี่ยนสิ่งที่รักมาเป็นงาน ซึ่งคนที่ให้เหตุผลกับเรานี้ก็คือคุณ นะโอยุกิ ฮนดะ ผู้เขียนหนังสือ สำเร็จได้สไตล์คนขีี้เกียจ นั่นเองค่ะ อันดับแรก คนที่คิดว่าจะเปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นงานจำนวนมากกว่าครึ่งต้องเจอหนทางที่แสนคับแคบ ถ้าคิดจะทะลุผ่านออกไปโลดแล่นในฐานะมืออาชีพเต็มขั้นก็ต้องมานะบากบั่นจนแทบหมดแรง แถมคงต้องอาศัยโชคชะตาด้วย ผมคิดว่าคนที่เปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นงานได้จริงๆ อาจมีอยู่แค่หนึ่งในหลายหมื่นคนเลยด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ต่อให้เปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นงานได้ ก็ยังมีปัญหาที่ยิ่งใหญ่รออยู่ข้างหน้าอีก ตัวอย่างเช่น งานอดิเรกของผมคือการเล่นกระดานโต้คลื่น ซึ่งผมชอบมากถึงขั้นที่สนุกกับมันได้ทุกวันตอนอยู่ฮาวาย แต่ถ้าวันหนึ่งการเล่นกระดานโต้คลื่นกลายเป็นงานขึ้นมา ผมต้องเบื่อแน่นอน ผมกล้สพูดเลยว่า ที่รักการเล่นกระดานโต้คลื่นก็เพราะมันยังอยู่ในขอบข่ายที่เป็นงานอดิเรกนั่นเอง ต่อให้รักมากแค่ไหน ถ้ากลายเป็นงานขึ้นมาเราก็สนุกับมันจากใจจริงได้ยาก การเสียสิ่งที่ใจรัก ที่เราอุส่าต์ค้นพบอย่างการเล่นกระดานโต้คลื่น ถือเป็นความสูญเสียใหญ่หลวงสำหรับผม ดังนั้นแทนที่จะพยายามเปลี่ยนสิ่งที่ชอบให้เป็นงาน ผมขอปล่อยมันไว้แบบนั้นจะมีความสุขมากกว่าหลายเท่าเลยครับ อีกเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความชอบเป็นเกณฑ์ นั่นเพราะการเลือกงานจากความรู้สึก “ชอบ” อย่างเดียว สุดท้ายจะกลายเป็นการจำกัดขีดความสามารถของตัวเอง เช่น บางคนเข้าทำงานในสำนักพิมพ์เพราะอยากทำงานบรรณาธิการ แต่ได้โยกย้ายไปฝ่ายขาย จนปัจจุบันกลายเป็นผู้เชียวชาญด้านการขายที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมไปในที่สุด ลำพังตัวเราไม่รู้หรอกว่าตัวเองเหมาะกับงานนั้นๆหรือเปล่า และการที่ตัดสินใจโดยใช้ความชอบ ซึ่งเป็นความรู้สึกชั่วครั้งชั่วคราว ก็ถือเป็นพฤติกรรมที่ตัดดอกาสพัฒนาตัวเองทิ้งไป . . ขอบคุณหนังสือสำเร็จได้สไตล์คนขี้เกียจ

เอ็มแกลเลอรี บาย โซฟิเทล ค่ำคืนของผู้หญิง ‘อินสปาย บาย เฮอร์’

เอ็มแกลเลอรี บาย โซฟิเทล ค่ำคืนของผู้หญิง ‘อินสปาย บาย เฮอร์’ เอ็มแกลเลอรี คือผู้บุกเบิกการให้ความสำคัญของความต้องการในกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้หญิง จึงออกแบบลักษณะบริการพิเศษ “อินสปาย บาย เฮอร์” (Inspired by Her) ซึ่งเอ็มแกลเลอรีได้เล็งเห็นถึงแนวโน้มการเจริญเติบโตของฐานกลุ่มลูกค้าที่ต้องการการเอาใจใส่เป็นพิเศษ ในการเลือกบริการและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดประสบการณ์ในการเข้าพักที่ดีเยี่ยม หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แคมเปญ”อินสปาย บาย เฮอร์” ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าผู้หญิงที่เข้าพักในเครือโรงแรมเอ็มแกลเลอรี พพจากผลการศึกษาเชิงลึกโดยบริษัทวิจัยการทางตลาด IPSOS ได้ศึกษาตัวอย่างพฤติกรรมจากนักท่องเที่ยวผู้หญิงที่เลือกเข้าพักในโรงแรมชั้นนำจาก 3,000 คน ใน 4 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส อิตาลี อังกฤษ และออสเตรเลีย พบว่าผู้หญิง 86% (และผู้ชาย80%) เลือกที่จะเข้าพักในโรงแรมที่มีแคมเปญพิเศษสำหรับผู้หญิง และผู้หญิง 83% เป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยว ในขณะที่กลุ่มลูกค้าผู้หญิง 88% เกิดความประทับใจเมื่อได้รับของที่ระลึกจากที่พัก อีกทั้งผู้หญิงกว่า 90% ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในห้องน้ำที่หรูหราที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้ Agnès Roquefort,  รองประธานกรรมการอาวุโส ฝ่ายการตลาดเครือโรงแรมเอ็มแกลเลอรีทั่วโลก กล่าวว่า “เราอยากนำรายละเอียดของความเป็นผู้หญิงในรูปแบบต่างๆ […]

7 ความยิ่งใหญ่ของ “ปู่ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์” ที่ไม่ได้มีแค่ Chanel

7 ความยิ่งใหญ่ของ “ปู่ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์” ที่ไม่ได้มีแค่ Chanel ก้าวเข้าสู่ซัมเมอร์ ฤดูแห่งสีสันแบบเต็มตัว วงการแฟชั่นโลกก็คึกคัก จัดจ้าน และเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจใหม่ทุกมิติ ด้วยคอลเลกชั่นฤดูร้อนจากหลากแบรนด์ที่พาเหรดมาอวดความร้อนแรงแข่งกับอุณหภูมิอากาศ พาลให้คิดถึงดีไซเนอร์รุ่นปู่สุดซ่า คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ (Karl Lagerfeld) ดีไซเนอร์ที่เกิดในปี ค.ศ. 1938 ซึ่งถูกยกให้เป็นไอคอนแห่งวงการแฟชั่น ที่นอกจากดูแล Creative Director ให้กับแบรนด์ดังอย่าง Chanel (ชาแนล) และ Fendi (เฟนดิ) แล้ว เขายังเป็นเจ้าของแบรนด์ภายใต้ชื่อของตัวเองว่า “KARL LAGERFELD” แถมยังขยายตัวจากแฟชั่นไปจนถึง งาน illustration การถ่ายภาพ การ Styling และงานเขียนหนังสือ เสน่ห์เหลือร้ายของปู่คาร์ล ที่ทำให้ยังซู่ซ่าไม่มีดีกรีตก ครองใจแฟนตั้งแต่ยุค 50s จนถึงรุ่นเหลนในวันนี้ได้ อยู่ที่สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการผสานความหรูหราที่สามารถสัมผัสได้ ผสมกับความ Cool ในการออกแบบ กลายเป็น Signature หลักคือ […]

วิธีรักษาสิวผด ด้วยสูตรธรรมชาติจากของในห้องครัว

วิธีรักษาสิวผด ด้วยสูตรธรรมชาติจากของในห้องครัว สิวผด เป็นสิวประเภทที่สาวๆ หลายคนรำคาญมากที่สุดค่ะ เพราะมันมักจะขึ้นตามบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะหน้าผากและขมับ ลักษณะคล้ายผื่นแดงเล็กๆ ยิ่งช่วงอากาศร้อนมากๆ สิวผดจะเห่อมากกว่าปกติ เพราะการอุดตันของต่อมไขมัน นั่นเองค่ะ วันนี้เรามี วิธีรักษาสิวผด ให้หมดไปด้วยสูตรธรรมชาติจากของในห้องครัวมาฝากถึง 3 สูตรด้วยกัน รับรองว่า แค่เดินเข้าครัวตรงไป และหาวัตถุดิบที่เราแนะนำ สิวผดจะไม่มากวนใจอีกเลย! วิธีที่ 1. สูตรหน้าใสด้วยน้ำมะนาว เข้าครัวแล้วมองหามะนาวเลยค่ะคุณขา วิธีนี้ง่ายมากกกก แค่มะนาวลูกเดียวก็รักษาได้ทั้งหน้า เริ่มแรกเลยก็คือ คั้นน้ำมะนาวสดๆ แล้วนำมาผสมกับน้ำอุ่นเล็กน้อย เพื่อไม่ให้น้ำมะนาวเข้มข้นจนเกินไปเดี๋ยวจะแสบหน้าได้ค่ะ เสร็จแล้วนำสำลีชุบน้ำมะนาวที่เราเตรียมไว้แล้วเช็ดบริเวณที่เป็นสิวผดพอกทิ้งไว้ 10-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำวิธีสัปดาห์ละครั้งสิวผดจะค่อยๆ ลดลงไปในที่สุดค่ะ วิธีที่ 2. สูตรพอกหน้าด้วยมะเขือเทศ หากบ้านใครไม่มีมะนาว หรือใครที่ผิวหน้าบอบบางให้ลองเปลี่ยนมาใช้มะเขือเทศแทนก็ได้ค่ะ เพราะในมะเขือเทศทั้งไลโคปีน แคโรทีนอยด์ เบต้าแคโรทีน และ วิตามินต่างๆ ที่ดีต่อผิวของเราและยังสามารถรักษาสิวผดได้อีกด้วย แค่นำมะเขือเทศไปปั่นให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ผิวหน้าก็จะค่อยๆ แข็งแรงขึ้นและสิวผดหรือแม้แต่สิวอุดตันก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะ […]

ทำไมบางครั้งเราก็ต้องฝืนคบกับ “คนที่เราเกลียด”

ทำไมบางครั้งเราก็ต้องฝืนคบกับ “คนที่เราเกลียด” จริงอยู่ที่เราสามารถเลือกได้ว่าเราจะคบกับคนแบบไหน แต่แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากคบกับ คนที่เราเกลียด หรอก แต่เรามีบทความดีๆ บทหนึ่งที่อยากเอามาฝากทุกคนเพราะเชื่อว่าถ้าได้อ่านแล้วจะทำให้เราเปลี่ยนมุมมองเรื่องนี้ไปเชียวล่ะ “ยิ่งเป็นคนที่เกลียด ยิ่งต้องให้ความสำคัญ” จงให้ความความสำคัญกับคนที่เกลียดนั้นหมายความว่าอย่างไร? หากจะให้เข้าใจได้ง่าย คงต้องยกตัวอย่างเรื่องปลาปักเป้าจากชิโมะโนะเซกิ พ่อค้าต้องการขนปลาปักเป้าซึ่งจับมาขึ้นที่เมืองชิโมะโนะเซกิไปให้ถึงโตเกียวโดนที่ปลายังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่ว่าจะจัดตู้ใส่ปลาให้เหมาะสมสักแค่ไหน ปลาปักเป้าก็ยังตายเป็นจำนวนมากหลังจากเดินทางถึงโตเกียว ทว่าเมื่อลองใส่ปลาคะวะฮะงิ ซึ่งเป็นศัตรูตามธรรมชาติของปลาปักเป้าลงไปในตู้สำหรับขนย้ายด้วยหนึ่งตัว ปรากฏว่าปลาเกลือ 100% มีชีวิตรอดอยู่ได้จนถึงโตเกียว นั่นเพราะอะไรหนอ? คำตอบคือ ปลาปักเป้าตั้งป้อมระวังตัวอยุ่ตลอดเวลาขนย้าย เพราะมีปลาที่เกลียดอยู่ร่วมในตู้ คนเราเองก็เช่นกัน หากอยู่แค่กับคนที่ชอบ หรือคนที่อ่อนโยนมีน้ำใจ ความต้องการผลักดันตัวเองให้ขยับสูงขึ้นจากที่เป็นอยู่ก็จะลดลง แต่ถ้าคนที่เกลียดอยู่ใกล้ตัว เราจะระมัดระวังตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างมีสติมากขึ้น และพยายามขัดเกลาตัวเองด้วยความคิดที่ว่า ไม่ต้องการเป็นเหมือนอย่างคนพรรค์นั้น ความคิดเหล่านี้ทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นโดยที่ตัวเองก็ไม่ทันรู้ตัว อีกทั้งกลายเป็นจุดเริ่มต้น ให้ความสามารถของเรางอกเงยขึ้นมาอีกด้วย และบางครั้งคำต่อว่า นินทา ก็เป็นแรงกระตุ้นให้เรามีพลังอย่างคาดไม่ถึงเช่นกัน . . ที่มา : หนังสือนิสัยเศรษฐีคนมีดีไม่ได้มีแค่เงิน

เสียงสะบึ้มเกินตัว FRESH’N REBEL ลำโพง Bluetooth จิ๋วแต่แจ๋วเวอร์!

 เสียงสะบึ้มเกินตัว FRESH’N REBEL ลำโพง Bluetooth จิ๋วแต่แจ๋วเวอร์! FRESH’N REBEL (เฟรช แอนด์ เรเบล) ลำโพง Bluetooth น้องใหม่จากแดนกังหันลม เนเธอร์แลนด์ เปิดตัวเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ ให้กับวัยรุ่นที่รักเสียงเพลง มาพร้อมสีโทนพาสเทลให้เลือกมากมาย เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความจำเจ โดดเด่นด้วยดีไซน์สุดเก๋ และพลังเสียงที่แรงเกินตัว และด้วยขนาดกระทัดรัดพกพาสะดวก ทำให้ FRESH’N REBEL(เฟรช แอนด์ เรเบล) เป็นลำโพงที่เหมาะสุดๆทำหรับการพกพาไปเพื่อเดินทางท่องเที่ยวในซัมเมอร์นี้ เพื่อไม่พลาดในทุกปาร์ตี้ Rockbox Cube Fabriq Edition : ดีไซน์ ทรงลูกบากศ์ ขนาดเล็กกะทัดรัด เหมาะแก่การพกพา โดดเด่นด้วยการดีไซน์แปลกแหวกแนว ที่มีความเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความสนุกสนาน รวมไปถึงวัสดุคุณภาพสูงเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอเกรดพิเศษ และ Signature tag ป้ายโลโก้หนังที่เป็นเอกลักษณ์ ทางด้านคุณสมบัติสามารถเชื่อมต่อแบบบลูทูธ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ หรือแทบเล็ต ชาร์จแบตครั้งเดียวสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 8 ชั่วโมง ไม่ว่าจะขึ้นรถ ลงเรือ ไปเที่ยวที่ไหนๆก็ไม่ […]

8 วิธีคลายเครียด ให้หมดไปภายใน 5 นาที

12 วิธีคลายเครียด ให้หมดไปภายใน 5 นาที การใช้ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ ถ้าไม่อยากเป็นบ้าตายซะก่อนสิ่งแรกที่คุณต้องทำก็คือ “ห้ามเครียด” เด็ดขาด แต่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ ซะที่ไหนล่ะ เพราะหันไปทางไหนก็เจอแต่เรื่องเครียดๆ ทั้งเรื่องงานเอย เงินเอย จนหลายคนเป็น “โรคเครียด” ไม่รู้ตัว หากใครไม่อยากเป็นแบบนี้ มาดู 12 วิธีคลายเครียด ที่เรานำมาฝากวันนี้กันค่ะ รับรองว่าทำแล้วจะใจเย็นขึ้นภายใน 5 นาทีเลยค่า แดนซ์ให้หลุดโลก จากการศึกษาทางจิตวิทยาพบว่า หากเราได้ขยับร่างกายตามจังหวะเพลงนั้น จะช่วยให้เราคลายเครียดได้ดีทีเดียว เพราะการเต้นเหมือนเป็นการได้ปลดปล่อยร่างกาย และ จิตใจให้ผ่อนคลายนั่นเองค่ะ ถึงว่าน่ะสิคะ หลายคนพอเลิกงานปุ๊บก็มักจะชอบไปสังสรรค์ ไปฟังเพลง เต้นในผับกันเป็นประจำเลย กลิ่นอโรมาช่วยได้ ว่ากันว่ากลิ่นลาเวนเดอร์ หรือกลิ่นอโรมา มีส่วนช่วยทำให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย และ สงบมากขึ้น จะสังเกตได้ว่าตามร้านนวด ร้านสปาต่างๆ ก็มักจะใช้กลิ่นอโรมานี่แหละค่ะเข้ามาช่วยให้ลูกค้ารู้สึกสงบได้ลึกขึ้น เป็นเหมือนการรีเฟรชตัวเองในช่วงเวลาสั้นๆ ขอกอดหน่อย หากใครที่มีแฟนก็กอดแฟน มีเพื่อนก็กอดเพื่อนนะคะ เชื่อไหมคะว่าการได้กอดใครสักคนแบบแนบแน่น จะช่วยเพิ่มกำลังใจให้กับตัวเราได้แบบอัตโนมัติเลยทีเดียว เป็นยาแก้เครียดหรือแก้ความเศร้าที่ดีที่สุดในโลกเลยก็ว่า นอกจากนี้การกอดยังระบุรวมไปถึงกอดสัตว์เลี้ยง น้องหมา น้องแมว […]

เอ่ยคำ ขอโทษ ให้มากกว่าคนอื่นคือ “นิสัยของเศรษฐี”

เอ่ยคำ ขอโทษ ให้มากกว่าคนอื่นคือ “นิสัยของเศรษฐี” สิ่งที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกแปลกใจ จากการได้คบค้าสมาคมกับมหาเศรษฐี ผู้มีความสุขก็คือ พวกเขาเอ่ยคำ ขอโทษ จนเป็นนิสัย ผู้เขียนแปลกใจก็เพราะ ในบรรดามหาเศรษฐีที่รู้จักมีชาวต่างชาติเยอะอยู่พอสมควร ซึ่งโดยปกติแล้วชาวตะวันตกที่เดิบโตมาในสังคมของการฟ้องร้องจะไม่มีวัฒนธรรมกล่าวคำว่าขอโทษ เพราะหากพลั้งปากพูดออกไป ก็อาจถูกให้รับผิดชอบได้ในภายหลัง แต่ก็มีมหาเศรษฐีที่ยอมเอ่ยคำขอโทษออกมาตรงๆ อยู่เยอะทีเดียว แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งปกติแล้วคนทั่วไปมักทำนิ่งเฉย อย่างเช่น เดินชนไหล่กันนิดหน่อย หรือมาเข้าห้องประชุมสายเพียงไม่กี่นาที พวกเขาก็ยังกล่าวคำว่า “ขอโทษ” ผมเคยไปเยือนบ้านของมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นผู้หนึ่ง แต่เนื่องจากบ้านหลังนั้นหายากมาก ผมจึงต้องโทรศัพท์ถามทางเขาหลายครั้ง ทันทีที่มาถึง เขาก็รีบค้อมศีรษะขอโทษ พร้อมกับพูดว่า “ต้องขอโทษจริงๆ นะครับที่บ้านผมหายากขนาดนี้” ผมตอบกลับไปแทบไม่ทันว่า “ไม่เลยครับ ไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อย” ต้องยอมรับเลยว่า มหาเศรษฐีแทบทุกคนเอ่ยปากขอโทษกับเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านั้น “จำนวนครั้งที่เอ่ยคำว่า “ขอโทษ” สัมพันธ์กับคุณภาพของมิตร” มหาเศรษฐีคนหนึ่งสอนผมเช่นนั้น บางคนอาจคิดว่า “การขอโทษบ่อยๆ จะทำให้ขาดความน่าเกรงขามและเส่นห์ของความเป็นผู้นำ อีกทั้งยังไม่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างมิตรระดับไฮคลาสไม่ใช่หรือ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เลย คนเราทุกคน ย่อมมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการหยิบยืมแรงของผู้อื่น อีกทั้งสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่นไม่มากก็น้อย ดังนั้นคนที่รู้จัก “ขอโทษ” ให้มากกว่าผู้อื่นเป็นเท่าตัว จึงเปรียบได้กับ […]

เป็นคนน่ารักด้วย 9 วิธีแก้นิสัย “คุณนายสายเสมอ”

เป็นคนน่ารักด้วย 9 วิธีแก้นิสัย “คุณนายสายเสมอ” การตรงต่อเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าคุณนั้นเป็นคนอย่างไร เพราะถ้าหากคุณเป็นคนไม่รักษาเวลา มาสายเสมอ อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องการทำงาน หรือความน่าเชื่อถือที่คนอื่นมีต่อคุณ หากคุณรู้ตัวว่าเป็นคนชอบมาสายขอบอกว่าให้เลิกซะ แต่ถ้ายังเลิกไม่ได้ ก็ลองเอา วิธีแก้นิสัย มาสายที่เรานำมาฝากวันนี้ไปใช้กันค่ะ หลอกตัวเอง วิธีแรกคือการหลอกตัวเองค่ะ เช่น ลองปรับนาฬิกาให้เร็วขึ้น 15 นาที หรือไม่ก็หากคุณมีนัดตอน 10 โมง ให้จดบันทึกเวลานัดหมายใหม่ให้เร็วขึ้น 15 นาที จาก 10 โมง เป็น 9 โมง 45 นาที ลงในมือถือหรือปฏิทิน จัดเตรียมกระเป๋าไว้ตั้งแต่คืนนี้ คุณควรจัดเตรียมของไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนกลางคืนให้เป็นนิสัย เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดเวลาไม่ทำให้คุณมาสายกับการหาของแล้ว ยังช่วยลดปัญหาการลืมของอีกด้วย เพราะหากคุณจัดกระเป๋าตอนเช้า คุณมีสิทธิ์ที่จะลืมนั่นนี่เยอะเพราะความเร่งรีบนั่นเอง แต่งหน้านานก็ไม่ได้หมายความว่าจะออกมาดีเสมอไป บางคนแต่งหน้าทีเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง แต่พอส่องกระจกแล้วก็ไม่ได้แตกต่างจากที่เคย ควรกำหนดเวลาให้ตัวเองหรือตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ว่าแต่งได้กี่นาที เพราะบางทีเราไม่ได้กำหนดเวลาก็แต่งหน้าจะเพลินเลยเวลาไม่รู้ตัว ควรเผื่อเวลาเดินทาง ปัญหาเรื่องการจราจรของบ้านเรานั้นเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติที่ยังแก้ไม่หาย คุณควรเผื่อเวลารถติด เผื่อเวลาที่โรงเรียนเปิดเทอมไว้ด้วยจะดีมาก ยิ่งถ้าใครทำงานในเมืองควรเผื่อเวลาเดินทางอย่างน้อย 2 […]

5 วิธี ค้นหาตัวเอง ในวันที่คุณ ไม่รู้ว่าชอบอะไร ไม่รู้ว่าถนัดอะไร

5 วิธี ค้นหาตัวเอง ในวันที่คุณ ไม่รู้ว่าชอบอะไร ไม่รู้ว่าถนัดอะไร หลายคนบอกว่าแค่หาสิ่งที่ตัวเรารัก และ ถนัดให้เจอเราก็จะสามารถมองเห็นเป้าหมายได้ชัดเจน แต่ปัญหาคือหลายคนยัง ค้นหาตัวเอง ไม่เจอ ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร หรือถนัดอะไร เลือกเรียนก็เรียนตามที่พ่อแม่ตั้งการ ทำงานก็ทำตามความนิยมของสังคม จนถึงจุดหนึ่งทำให้เราเบื่อหน่ายกับชีวิตตัวเอง ไม่รู้ว่าเป้าหมายตัวเองคืออะไร กว่าจะรู้ตัวก็เสียเวลาไปเสียแล้ว หากคุณกำลังตกอยู่ในสถานะการณ์นี้ เรามีวิธีค้นหาตัวเองมาฝากกันค่ะ หยุดฟังเสียงคนอื่น หันมาฟังเสียงหัวใจตัวเอง ทุกคนเกิดมาล้วนถูกคาดหวังจากคนอื่นอยู่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญกว่าความคาดหวังของคนอื่น ก็คือความฝันของคุณ ความคาดหวังของคุณต่างหากคือสิ่งสำคัญ เพราะอย่าลืมว่าคนที่อยู่กับมันตลอดชีวิตนั้นคือตัวคุณเองไม่ใช่คนอื่น ดังนั้นควรฟังเสียงหัวใจตัวเองให้ชัดๆ ว่าเราชอบอะไร  อะไรคือสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด มีพรสวรรค์ด้านใดที่คนอื่นชื่นชมหรือมาขอความช่วยเหลือจากคุณบ้าง? ใจเย็นๆ ให้เวลากับมันหน่อย แค่ฟังเสียงหัวใจตัวเองยังไม่พอและแน่นอนว่าการค้นหาตัวเองน่ะไม่ได้ใช้เวลาแค่วันสองวันนะ คุณต้องให้เวลากับตัวเองบ้าง ลองสังเกตตัวเองให้ดีๆ อย่ามองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต เพราะบางทีนั่นอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตคุณก็เป็นได้แม้จะใช้เวลาสักหน่อย แต่หากไม่หยุดพยายามเราเชื่อว่าคุณจะต้องเจอเข้าสักวันแน่นอนค่ะ เมื่อรู้แล้วอย่าหยุดพัฒนาตัวเอง หากคุณเจอสิ่งที่ชอบแล้วแต่ปัญหาคือ คุณอาจยังทำมันได้ไม่ดีเท่าที่ควร หรือมีคนที่เก่งความคุณ ชำนาญกว่าคุณ ก็อย่าพึ่งเลิกหวังหรือท้อแท้ไปกลางทางค่ะ เพราะไม่เช่นนั้นคุณก็ไม่ต่างจากคนเดิมที่ใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างน้อยตอนนี้คุณก็ได้รู้แล้วว่าตัวเองชอบอะไร ดังนั้นอย่าหยุดพัฒนาตัวเอง พัฒนาสิ่งที่ชอบสักวันหนึ่งมันจะกลายเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงปาก เลี้ยงท้อง ของคุณและครอบครัวได้ และคุณยังสนุกไปกับมันอีกด้วย […]

keyboard_arrow_up