เคล็ด (ไม่) ลับ ขนมจีนน้ำเงี้ยว

ขนมจีนน้ำเงี้ยว เมนูสุดคลาสสิกที่แพร่หลายไปทั่วประเทศ H&C จึงอาสานำขนมจีนน้ำเงี้ยวสูตรเด็ดที่กล่าวขานกันว่าลำแต้ๆ มาฝากค่ะ สำหรับผู้ที่จะมาให้สูตร ขนมน้ำเงี้ยว นี้คือ คุณยายทรายคำ ศรีใจ คุณแม่ของคุณจันทร์หอม ศรีตะเขตต์ เจ้าของร้านอาหาร “เฮือนลำพูน” ร้านอาหารเหนือพื้นเมืองชื่อดังย่านตลิ่งชัน ขนมจีนน้ำเงี้ยวเป็นอาหารของชาวไทยใหญ่ ซึ่งตามพงศาวดารไทยนิยมเรียกชาวไทยใหญ่ว่า “เงี้ยว” ชาวเหนือนิยมรับประทานขนมจีนน้ำเงี้ยวและใช้เลี้ยงแขกในงานพิธีต่างๆ เพราะเชื่อกันว่าเป็นอาหารมงคลทำให้ชีวิตยืนยาวมั่นคง ขนมจีนน้ำเงี้ยวมีอยู่ด้วยกันหลากหลายสูตรและรสชาติต่างๆ?กันตามส่วนผสมแต่ละท้องถิ่น ตั้งแต่รสหวานเจี๊ยบไปจนถึงเผ็ดจี๊ด เช่น สูตรเชียงรายจะใส่ดอกงิ้ว สูตรแพร่น้ำแกงจะใส สูตรเชียงใหม่จะใส่เต้าเจี้ยว สูตรลำปางจะใส่ถั่วเน่า ส่วนสูตรลำพูนนั้นจะใส่ทั้งถั่วเน่า เต้าเจี้ยว และดอกงิ้ว จึงได้น้ำเงี้ยวรสชาติเข้มข้นไม่เหมือนใคร อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นน้ำเงี้ยวสูตรไหน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ มะเขือเทศ โดยนิยมใช้มะเขือส้มสุกซึ่งให้รสเปรี้ยวเฉพาะตัว แต่หากไม่มีจะใช้มะเขือเทศท้อหรือมะเขือเทศราชินีแทนก็ได้ คุณยายเล่าว่า ก่อนลงมือทำน้ำเงี้ยวทนอกจากเตรียมส่วนผสม โขลกน้ำพริกเครื่องแกงแล้ว ต้องเตรียมน้ำซุปไว้ให้เรียบร้อยเสียก่อน โดยนำกระดูกหมูอ่อนต้มกับดอกงิ้วแห้งที่แช่น้ำจนนิ่มแล้ว เคี่ยวด้วยไฟอ่อนไว้ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง โดยต้องหมั่นช้อนฟองออก น้ำซุปจะใสน่ารับประทาน เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยก็มาถึงขั้นตอนการปรุงน้ำเงี้ยว ซึ่งคุณยายย้ำว่า ขั้นตอนการใส่ส่วนผสมแต่ละอย่างลงไปเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรลัดขั้นตอน เพราะจะทำให้ส่วนผสมนิ่มเละ ไม่น่ารับประทาน […]

เคล็ด (ไม่) ลับ ทำกิมจิ สูตรเกาหลีแท้

กิมจิ คือการนำผักมาถนอมอาหารวิธีหนึ่ง เพราะในเกาหลีเมื่อถึงฤดูหนาวอากาศจะหนาวจัด ไม่เหมาะกับการเพาะปลูกหาผักสดรับประทานค่อนข้างยาก การนำผักมาดองเกลือจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเก็บรักษาผักไว้กินได้นาน ชาวเกาหลีชอบกินอาหารรสจัดผักดองจึงปรุงรสด้วยพริก น้ำปลา กระเทียม หัวหอม และต้นหอม บางครอบครัวนิยมดองกิมจิใส่กุ้ง ปลา หอย เพื่อให้ กิมจิ มีรสหวานและกลิ่นหอมอร่อยขึ้น เมื่อดองเก็บไว้ยิ่งนานรสก็จะยิ่งเปรี้ยวและเค็มจัดขึ้นนำไปดัดแปลงทำเมนูได้อีกหลากหลาย เช่น ซุปกิมจิ หมูผัดกิมจิ หรือข้าวผัดกิมจิ เป็นต้น เมื่อมีโอกาสมาที่ ร้าน Han Kook Kwan สุขุมวิทซอย 19 พบกับมาดาม Rusi Lim เจ้าของร้านที่เปิดร้านนี้มานานกว่า 15 ปี จึงไม่รีรอที่จะขอสูตรเด็ดเคล็ดลับการทำกิมจิที่รสชาติอร่อยถูกใจมาฝากกัน มาดามรูซี่บอกว่า ความสำคัญของกิมจิอยู่ที่ผัก ต้องเลือกใช้ผักกาดขาวหัวใหญ่สด เนื้อแน่น หลังจากนั้นต้องนำมาดองเกลืออย่างน้อย 4 ชั่วโมงเพื่อให้เกลือดึงน้ำออกจากผัก ผักจะนิ่มและมีรสเค็มขึ้น แล้วนำมาผสมกับน้ำปรุงรสและหมักต่อจนกว่าจะเปรี้ยวบางสูตรนิยมดองผักกับเกลือนานกว่านี้เพื่อให้เก็บไว้ได้นานขึ้น แต่มาดามใช้เวลาดองน้อย รสจึงอร่อยกำลังดีไม่เค็มมากเกินไป น้ำปรุงรสก็เป็นส่วนสำคัญ แต่เดิมมาดามใช้พริกเกาหลีอย่างเดียว แต่เมื่อมีลูกค้าชาวไทยมากขึ้นจึงเพิ่มพริกป่นไทยเล็กน้อยเพื่อช่วยให้รสจัดถูกปากลูกค้าและปรุงรสด้วยน้ำปลาเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม (อย่าเพิ่งแปลกใจค่ะ ชาวเกาหลีก็หมักกุ้งและปลาใช้เป็นเครื่องปรุงรสเหมือนบ้านเราเช่นกัน) เมื่อปรุงรสน้ำปรุงได้ที่ควรชิมผักที่ดองไว้เสียก่อนว่าเค็มมากหรือน้อย ถ้าเค็มแล้วให้ใส่น้ำปลาในปริมาณที่น้อยหน่อย แต่ถ้าผักจืดก็ให้เพิ่มเกลือในน้ำปรุงแทน […]

เคล็ด (ไม่) ลับ เฉาก๊วย ชากังราว

 “เฉาก๊วย” หนึ่งในขนมหวานยอดนิยมที่หลายคนชื่นชอบ เพราะเนื้อสัมผัสที่เด้งดึ๋ง เหนียวหนุบหนับ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อกินกับน้ำแข็งเย็น ๆ ก็ช่วยให้สดชื่นขึ้นมาทันที แถมยังมีสรรพคุณช่วยแก้ร้อนใน ลดไข้ แก้กระหายน้ำได้ ทว่าการทำขนมหวานสีดำนี้ให้อร่อยไม่ใช่เรื่องง่าย คุณเสริมวุฒิ สุวรรณโรจน์ เจ้าของธุรกิจ เฉาก๊วย ชากังราวจากจังหวัดกำแพงเพชรได้เล่าให้ฟังว่า “ตอนแรกผมให้ลูกชายไปทำงานกับคนขายเฉาก๊วย พอทำได้สักพักเขาก็เลิก ผมบอกให้เขาลองทำให้กิน ปรากฏว่าก็ทำได้แต่ยังไม่ดี ผมจึงทำขายเล่น ๆ แต่ลูกค้ากลับชอบใจเพราะเน้นทำสดใหม่ จึงขายดีมีรายได้มากกว่างานประจำ แต่ผมกลับรู้สึกว่ายังไม่อร่อย เนื้อไม่เหนียว ต้องพัฒนาอีก” เมื่อรู้ถึงปัญหาคุณเสริมวุฒิก็เดินหน้าพัฒนาสูตร “แรก ๆ เราซื้อหญ้าเฉาก๊วยจากตลาดทรงวาด พอทำได้สักพักก็มีคนนำหญ้าเฉาก๊วยมาเสนอขาย จึงรู้ว่าแหล่งเพาะปลูกวัตถุดิบก็มีความสำคัญ เพราะทำให้กลิ่นหอมต่างกัน ถึงแม้สูตรของเราผ่านการชั่งตวงทุกครั้ง แต่เนื้อสัมผัสของเฉาก๊วยอาจไม่คงที่ เพราะน้ำยางที่ได้จากการเคี่ยวหญ้าเฉาก๊วยจากน้ำหนักที่เท่ากันจะมีปริมาณความเข้มข้นต่างกัน ต้องใช้วิธีชิมและปรับให้ใกล้เคียงกันมากที่สุด ส่วน เทคนิคสำคัญที่ทำให้เฉาก๊วยชากังราวอร่อยยิ่งขึ้น และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ การแช่เฉาก๊วยลงในน้ำเชื่อม ทำให้เนื้อเฉาก๊วยรัดตัว เพิ่มความเหนียวหนึบ เวลากินจึงเคี้ยวอร่อย” เฉาก๊วยชากังราว ส่วนผสม (สำหรับ 6 - 8 ที่) เตรียม 60 นาที ปรุง 160 นาที หญ้าเฉาก๊วย 150 กรัม แป้งมันสำปะหลัง 125 กรัม น้ำเปล่า 2,500 กรัม น้ำเปล่าสำหรับละลายแป้ง 125 กรัม น้ำเชื่อม (น้ำ : น้ำตาลทรายเท่ากับ 1 : 1) วิธีทำ 1. ล้างหญ้าเฉาก๊วยหลาย ๆ ครั้งจนสะอาดจากนั้นนำหญ้าเฉาก๊วยใส่หม้อ ใส่น้ำ ยกขึ้นตั้งไฟ ต้มจนหญ้าเฉาก๊วยเปื่อยใช้เวลาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง ยกลงทิ้งไว้ให้คลายร้อน 2. นำชาเฉาก๊วยมากรองด้วยกระชอนแล้วกรองซ้ำด้วยผ้าขาวบาง โดยใช้มือคั้นชาเฉาก๊วยออกให้หมด 3. กรองชาเฉาก๊วยอีกครั้งก่อนเทลงในหม้อยกขึ้นตั้งไฟ ระหว่างนั้นให้ละลายแป้งมันกับน้ำเปล่าเตรียมไว้ เมื่อชาเฉาก๊วยเดือดให้เทแป้งลงไปจนหมด พร้อมใช้ไม้พายคนไปในทิศทางเดียวกันเร็ว ๆ ตั้งไฟไว้สักพักแล้วปิดไฟจากนั้นใช้ไม้พายคนเบา ๆ เพื่อไล่อากาศออก 4. เทใส่พิมพ์ที่มีความสูงประมาณ ½ นิ้ว วางไว้ให้เย็นและเฉาก๊วยเซตตัว 5. นำเฉาก๊วยมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 1 x 1 นิ้ว ใส่ลงในน้ำเชื่อมหรือบรรจุถุงก่อน เก็บไว้ใต้ช่องแช่แข็งในตู้เย็นหรือที่อุณหภูมิ 1 - 2 องศาเซลเซียสได้นาน 7 - 10 วัน อ่านต่อ…เคล็ดลับทำเฉาก๊วยให้อร่อย เคล็ดลับทำเฉาก๊วยให้อร่อย ใช้หญ้าเฉาก๊วยแห้งดีกว่าชนิดสด ต้นเฉาก๊วยเป็นพืชคลุมดินตระกูลเดียวกับมินต์ในประเทศไทยปลูกได้แต่ให้ผลผลิตไม่ดีนัก เนื่องจากต้นเฉาก๊วยชอบความชื้นสูง แดดพอเหมาะ จึงมีวัตถุดิบน้อย ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ มักเป็นเฉาก๊วยรูปแบบแห้งที่มีทั้งก้านและใบปนกัน เรียกว่า หญ้าเฉาก๊วย (ภาษาจีน “เฉา” แปลว่าหญ้า) เพราะน้ำหนักเบา ขนส่งง่ายที่สำคัญ การทำแห้งจะทำให้ต้นเฉาก๊วยมีสีดำ น้ำยางก็จะมีสีเข้ม หากใช้เฉาก๊วยสดจะต้องใช้ปริมาณมากขึ้น เนื้อเฉาก๊วยก็จะมีสีเขียวและไม่เป็นที่นิยม ความต่างของวัตถุดิบชั้นดี แต่ละแหล่งเพาะปลูกมีคุณสมบัติต่างกัน เช่น หญ้าเฉาก๊วยจากประเทศจีนจะมีกลิ่นหอมให้น้ำยางเหนียวนุ่ม ในขณะที่ของประเทศเวียดนามและอินโดนีเซียจะให้น้ำยางเหนียวเข้มข้น คุณภาพดี มีราคาสูง เวลานำมาต้มให้ใช้ทั้ง 3 ชนิดในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน ซึ่งหน้าตาของหญ้าเฉาก๊วยแต่ละประเทศมีลักษณะไม่ต่างกัน ทั้งนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ในการดมกลิ่นและเชื่อใจผู้จัดหาสินค้าด้วย ต้องล้างหญ้าเฉาก๊วยจนกว่าจะสะอาด หญ้าเฉาก๊วยแห้งจะมีเศษหินดินทรายติดอยู่เยอะต้องล้างออกให้หมด เวลาล้างต้องใช้น้ำปริมาณมาก ๆ เพื่อให้หญ้าเฉาก๊วยกระจายตัวออกจากกันโดยล้างอย่างต่ำ 3 ครั้ง แต่ละครั้งให้ช้อนหญ้าเฉาก๊วยขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ไม่ควรล้างแล้วเทน้ำออก เพราะจะทำให้เหลือเศษกรวดหินดินทรายอยู่ที่ก้นภาชนะปนมากับหญ้าเฉาก๊วยได้ ล้างแล้วต้องต้มทันที ไม่ควรแช่หญ้าเฉาก๊วยในน้ำเป็นเวลานาน เพราะ “ยาง” จากหญ้าเฉาก๊วยจะละลายน้ำได้ ทำให้ได้เนื้อยางน้อย เนื้อของเฉาก๊วยที่ได้จะไม่เหนียว ใช้ใบและก้านในอัตราส่วนที่เท่ากัน ถึงแม้ยางเฉาก๊วยอยู่ที่ใบมากกว่าก้าน ทำให้ใบมีราคาแพง แต่ส่วนผสมของการทำเฉาก๊วยนั้นต้องใส่ทั้งใบและก้านของหญ้าเฉาก๊วยในอัตราส่วนที่เท่ากัน เพราะกากใยของก้านจะเสียดสีกันขณะต้ม ทำให้น้ำยางออกมาเยอะและคั้นน้ำได้ง่าย ซึ่งที่โรงงานสั่งซื้อแยกกันแต่ถ้าหาซื้อไม่ได้ให้นำมาแยกเอง หรือใช้อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วปรับลดเพิ่มปริมาณตามความเหมาะสม ต้มนานกว่า 1 ชั่วโมง ระหว่างการต้มหมั่นคนโดยใช้ไม้พายกวนอย่างสม่ำเสมอความร้อนจะช่วยดึงน้ำยางออกมาจากหญ้าเฉาก๊วยจนหมด และต้องต้มให้น้ำระเหยออกไปส่วนหนึ่ง ชาเฉาก๊วยที่ได้จึงมีความเหนียวหนืดและเข้มข้นขึ้น สังเกตได้โดยใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้แตะน้ำยางเล็กน้อย ถูปลายนิ้วแล้วดีดนิ้วออก จะมีลักษณะเป็นเมือกลื่น ๆติดนิ้ว เฉาก๊วยแท้ต้องมีแป้ง ยางของเฉาก๊วยไม่สามารถจับตัวเป็นก้อนได้ ถึงแม้ขณะต้มจะมีความเหนียวเกิดขึ้น แต่ถ้าต้มไปเรื่อย ๆ จนน้ำระเหยออกไปจนหมดก็จะได้ยางสีดำแห้ง ๆ ติดหม้อเห็นเป็นคราบสีดำเท่านั้น ดังนั้นการใส่แป้งมันจะทำให้เฉาก๊วยยึดเกาะตัวกันเป็นก้อนได้ แป้งมัน 2 ส่วนต่อชาเฉาก๊วย 8 ส่วนยางเฉาก๊วยจะละลายปนกับน้ำที่ต้ม เราเรียกกันว่า ชาเฉาก๊วย เมื่อได้ชาเฉาก๊วยแล้วให้นำมาตวงโดยคิดเป็น 8 ส่วน แล้วใส่แป้งมันลงไป2 ส่วนที่ผสมกับน้ำในอัตราส่วนที่เท่ากัน เช่น ชาเฉาก๊วย 1,000 กรัมหาร 8 ส่วนเท่ากับ 125 นำไปคูณสองก็จะได้ 250 กรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักของแป้งมัน จากนั้นชั่งน้ำเปล่าให้เท่ากับน้ำหนักของแป้งมัน ละลายให้เข้ากันก่อนเทใส่ลงในชาเฉาก๊วย เคล็บลับเฉาก๊วยเนียนเรียบอยู่ที่การเทแป้งพร้อมกับคนเร็วๆ เทแป้งที่ละลายน้ำแล้วลงไปอย่างสม่ำเสมอจนหมด ระหว่างนั้นใช้ไม้พายคนไปในทิศทางเดียวกันเร็ว ๆ เพื่อตีให้แป้งกระจายตัวในน้ำชาเฉาก๊วย วิธีนี้จะทำให้เฉาก๊วยมีเนื้อเนียนเรียบ ไม่เป็นลิ่ม ๆหรือแยกเป็นชั้น วิธีทดสอบเฉาก๊วย เมื่อใส่แป้งมันกวนไปสักพักจนเห็นว่าเฉาก๊วยเริ่มหนืด ให้หยดเฉาก๊วยลงในจาน สังเกตดูว่าเฉาก๊วยเซตตัวไม่แผ่กระจายถือว่าใช้ได้ หรือตักเฉาก๊วยใส่ในน้ำเย็นเพื่อดูว่าจับตัวเป็นก้อนและเหนียวพอหรือไม่ หากเหลวเกินไปสามารถใส่แป้งเพิ่มได้ หลังปิดไฟต้องคนไล่อากาศ หลังจากใส่แป้งเรียบร้อยแล้วให้ปิดไฟ แล้วใช้ไม้พายคนเบา ๆ เพื่อไล่ฟองอากาศ เมื่อนำไปเทใส่พิมพ์ขนมเฉาก๊วยจะได้เรียบแน่น ไม่มีฟองอากาศที่สำคัญ ต้องทำขณะร้อน เพราะเฉาก๊วยจะยังไม่แข็งตัว หากเนื้อเฉาก๊วยมีฟองอากาศจะดูไม่น่ากิน ระวังความร้อน เพราะเฉาก๊วยผลิตจากน้ำยางที่มีความเข้มข้นมากกว่าน้ำจึงมีความร้อนสูงกว่า 100 องศาเซลเซียสเวลาทำจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

Okusno Roll เมนูทำง่ายจาก คางกุ้งทอด

จากบทสัมภาษณ์ คุณแพร-พิมพ์มาดา พัฒนปรัชญาพงศ์ ซีอีโอสาวหน้าใสแห่งบริษัทโอคุสโน่ ฟู้ด จำกัด ผู้ผลิต Okusno (โอคุสโน่) คางกุ้งทอด เจ้าแรกของประเทศไทย เธอก็ยังขอโชว์ฝีมือปรุงเมนูอร่อยทำง่ายจากคางกุ้งทอด ให้ไปทำกินกันเองที่บ้านได้อีกด้วย “สูตรที่นำมาฝากในวันนี้เป็นเมนูพิเศษที่ช่วยกันคิดกับเพื่อนค่ะ เป็นโรลสไตล์ญี่ปุ่นโรยด้วย คางกุ้งทอด เป็นเมนูใหม่ที่คิดขึ้นมาเพื่อผู้อ่าน Health&Cuisine เลยค่ะ” Okusno Roll ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เตรียม 20 นาที ปรุง 10 นาที ข้าวสวยญี่ปุ่น 2 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา มิริน 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 2 ช้อนชา สาหร่ายสำหรับห่อซูชิ 1 แผ่น หน่อไม้ฝรั่งลวกสุก 2 ต้น มายองเนส ½ ถ้วย คางกุ้งทอดกรอบ Okusno รสดั้งเดิม สับหยาบ […]

Okusno คางกุ้งทอด กับยอดขายหลายสิบล้านภายในปีเดียว

  “คางกุ้งทอด” หลายคนฟังแล้วคงสงสัยว่าคางกุ้ง คืออะไร เพราะแต่ไหนแต่ไร ก็เคยได้ยินแต่หัวกุ้ง หางกุ้ง ตัวกุ้ง เจ้าส่วนที่เรียกว่า คาง มันอยู่ตรงไหนหนอ? อยากจะบอกว่าไม่ต้องแปลกใจไป เพราะคำว่า “คางกุ้ง” คือศัพท์ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ โดย คุณแพร-พิมพ์มาดา พัฒนปรัชญาพงศ์ ซีอีโอสาวหน้าใสแห่งบริษัทโอคุสโน่ ฟู้ด จำกัด ผู้ผลิต Okusno (โอคุสโน่) คางกุ้งทอดเจ้าแรกของประเทศไทย ที่เริ่มสร้างธุรกิจของกินเล่นสุดแหวกแนวนี้เมื่อ 3 ปีก่อน ขณะที่เธออายุเพียง 25 ปี และธุรกิจนี้ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จนปัจจุบันขนมของเธอมีขายแล้วทั่วประเทศ รวมถึงเริ่มส่งออกไปยังต่างประเทศอีกด้วย ค้นพบตัวเองเร็ว ประสบความสำเร็จเร็ว เดิมทีคุณแพรเรียนจบด้านกราฟฟิคดีไซน์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังเรียนจบก็สอบชิงทุนไปทำงานที่ประเทศสโลวีเนีย เมื่อครบกำหนดทุนจึงกลับมาเมืองไทย พร้อมกับการค้นพบแล้วว่าสิ่งที่ตัวเองชอบไม่ใช่การทำกราฟฟิคดีไซน์ ที่ต้องแก้งานบ่อยๆ จนกว่าจะถูกใจลูกค้า แต่คือการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และสามารถส่งสินค้านั้นไปขายยังต่างประเทศได้ “หลังกลับมาจากประเทศสโลวีเนีย แพรเริ่มทำไอศกรีมสับปะรดก่อน เนื่องจากคุณลุงทำธุรกิจส่งออกสับปะรด เราจึงคิดไอเดียคว้านเนื้อสับปะรดข้างในเอาไปทำไอศกรีม แล้วใส่กลับเข้าไปในลูกสับปะรด ส่งขายตามร้านอาหารต่างๆ ปรากฏว่าขายดีมาก แต่ทำอยู่ระยะหนึ่งก็พบปัญหาว่า การขนส่งไอศกรีมที่บรรจุลงไปในลูกสับปะรดแบบนี้ทำได้ยากต้องเสียค่าน้ำแข็งแห้งระหว่างการขนส่ง […]

เคล็ด (ไม่) ลับ ทำ ฮ่อยจ๊อ อร่อยเลิศ

“แฮ่” แปลว่ากุ้ง “กึ๊น” แปลว่า ม้วนกระดาษ “ฮ่อย” แปลว่าปู “จ๊อ” แปลว่า ลูกพุทรา ฮ่อยจ๊อ เป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมในงานจัดเลี้ยงโต๊ะจีน สามารถรับประทานเป็นกับข้าวหรือกินเล่นก็ได้ ที่สำคัญยังใช้เป็นของเซ่นไหว้ในงานเทศกาลต่าง ๆ ของคนไทยเชื้อสายจีนด้วย ทว่านอกจาก “ฮ่อยจ๊อ” แล้ว ยังมี “แฮ่กึ๊น” ที่มีหน้าตาคล้ายกันมากจนทำให้หลายคนสงสัยว่าทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราจึงมาเฉลยคำตอบพร้อมมอบสูตรอร่อยให้แก่ผู้อ่านกัน โดยมีเชฟมาโนช ภูคำสอน เชฟของร้านอาหาร Louis Leeman Seafood มาเป็นผู้ไขปัญหานี้ เชฟบอกกับเราว่า “ส่วนผสมของอาหารทั้งสองจานนี้คล้ายกันมาก เพราะเป็นของทอดที่ต้องห่อด้วยฟองเต้าหู้เหมือนกัน แตกต่างกันที่ไส้ อย่างแฮ่กึ๊นจะมีกุ้งเป็นส่วนผสมหลัก เพราะคำว่า “แฮ่” แปลว่ากุ้ง ถ้าทำฮ่อยจ๊อบางเจ้าก็จะใส่กุ้งลงไปเพื่อให้เนื้อเด้งกรอบ แต่ที่สำคัญต้องใส่เนื้อปู เพราะคำว่า “ฮ่อย” แปลว่าปู ปูจึงเป็นวัตถุดิบหลักที่ขาดไม่ได้ พอห่อเสร็จก็ใช้เชือกมัดเป็นลูก ๆ วิธีนี้จะทำให้ทั้งฮ่อยจ๊อและแฮ่กึ๊นเนื้อแน่นขึ้น แต่ถ้าไม่มัดก็ได้ ถือว่าไม่ผิด ซึ่งร้านที่ขายส่วนใหญ่จะเลือกมัดเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อป้องกันการสับสน” จากประสบการณ์กว่า18 ปีในร้านอาหารจีนทั้งในและต่างประเทศ เชฟได้คิดฮ่อยจ๊อสูตรนี้ออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์ โดยประยุกต์ใส่ปูอัดลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสเป็นเส้นใยและให้สีสันสวยงาม “ฮ่อยจ๊อสูตรนี้ใครทำก็อร่อย แต่ต้องใช้ของสดใหม่จริง ๆ เพราะอาหารทะเลถ้าไม่สดจะมีกลิ่นเหม็น เนื้อไม่เด้ง รสไม่หวาน” เชฟกล่าวทิ้งท้าย ฮ่อยจ๊อ ส่วนผสม (สำหรับ 15 ชิ้น) เตรียม 60 นาที ปรุง 25 นาที เนื้อปู 100 กรัม กุ้งโอคักแกะเปลือกดึงเส้นดำออก 600 กรัม มันหมูแข็งบด 100 กรัม ปูอัด 5 ชิ้น แห้วดิบสับละเอียด 10 หัว เห็ดหอมแช่น้ำจนนิ่มต้มสุกสับละเอียด  10 ดอก ก้านผักชีซอยละเอียด ¼ ถ้วย หอมเล็กสับละเอียด ¼ ถ้วย แป้งมันฮ่องกง 100 กรัม พริกไทยดำป่น 2 ช้อนชา เกลือ 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา น้ำมันงา ½ ช้อนชา ฟองเต้าหู้ขนาด 30 × 50 ซม. 1 แผ่น แป้งสาลีละลายน้ำสำหรับทาฟองเต้าหู้ […]

เคล็ด (ไม่) ลับ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ พนมสารคาม

“ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ” อาหารพื้นบ้านของชาวอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา นั้นต่างจากก๋วยเตี๋ยวทั่วไปคือ ไม่มีเส้น แต่เป็นข้าวเกรียบปากหม้อมีไส้ต่างๆ แล้วเสิร์ฟในน้ำซุปร้อนๆ คุณสุกัญญา รัตนโฆษิต เจ้าของสูตรซึ่งเป็นชาวพนมสารคาม เล่าให้เราฟังว่า “ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ เป็นเมนูง่าย ๆ ที่ทำกินในครอบครัวจุดเด่นคือ แป้งปากหม้อต้องเหนียวนุ่ม เริ่มแรกมีเพียงไส้กุยช่ายและถั่วงอก ต่อมาภายหลังก็นำของเหลือๆ ในบ้านมาประยุกต์ทำได้อีกสารพัดไส้ ส่วนน้ำซุปรสหวานหอมนั้นต้องใช้ไก่บ้าน ใส่ทั้งโครงและตีนไก่ต้มจนเปื่อย หากใครได้ประเดิมชามแรกก็จะตักส่วนนี้ไปกินก่อน แต่เดี๋ยวนี้ไก่บ้านมีราคาแพงขึ้น จึงหันมาใช้กระดูกหมูแทน หรือจะใส่ตีนไก่ลงไปเพิ่มก็ไม่ผิด เพราะขึ้นอยู่กับสูตรและความชอบของแต่ละคน”   ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ส่วนผสม (สำหรับ 15 ที่) เตรียม 40 นาที ปรุง 45 นาที (ไม่รวมเวลาต้มน้ำซุป) กระเทียมเจียวจากน้ำมันหมูตามชอบ เครื่องปรุง เช่น น้ำตาล พริกป่น น้ำปลา พริกน้ำส้ม ตามชอบ ส่วนผสมแป้ง แป้งมันสำปะหลัง 750 กรัม แป้งข้าวเจ้า 500 กรัม น้ำเปล่า 2 ลิตร ส่วนผสมน้ำซุป เอี๊ยเล้ง 3 กิโลกรัม คาตั๊ง 1 ชิ้น หัวผักกาดหั่นเป็นชิ้น 1 หัว กระเทียมไทยทั้งเปลือกบุบ 50กรัม พริกไทยขาวบุบ 3 ช้อนโต๊ะ รากผักชีทุบ 2 ขีด เกลือ 3 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว ¼ ถ้วย น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 4 ลิตร ส่วนผสมไส้ถั่วงอก ถั่วงอก 500 […]

เคล็ด (ไม่) ลับ ทำพายหมูแดง ชาซิวแป่ง

แจกสูตรลับกันไปเลยกับเมนูสุดอร่อย พายหมูแดง หรือ ชาซิวแป่ง จากเชฟสันติ ห้องอาหารไบยุน โรงแรมบันยันทรี รับรองทำตามแล้วอร่อยแน่

เคล็ด (ไม่) ลับ ทำ ขนมปังหวาน เนื้อนุ่มฟูอร่อย

สาวกแป้งที่รักการกินขนมปังเป็นชีวิตจิตใจ เราจัดมาให้กับสูตร ขนมปังหวาน ไส้หมูหย็อง แสนอร่อย ที่สามารถนำไปทำกินได้และทำขายได้จริง

เคล็ด (ไม่) ลับ ทำ เต้าส้อ จากเมืองตะกั่วป่า

เต้าส้อ จากเมืองตะกั่วป่า จังหวัดพังงา นั้นอร่อยไม่แพ้ที่ไหน เราเลยจัดให้กับสูตรเต้าส้อ ตะกั่วป่า ไส้เค็ม จะทำกินที่บ้านก็ได้ จะทำขายก็รายได้ดี

เคล็ด (ไม่) ลับ ทำ หมูยอ ตองหนึ่ง จากอุบลฯ

หมูยอ ดีและอร่อย ใครๆ ก็ยกให้ว่าต้องเป็นหมูยอจากจังหวัดอุบลราชธานี เนื้อแน่น ไร้แป้ง หอมพริกไทย และรสชาติอร่อย อย่างร้านชื่อดัง หมูยอตองหนึ่ง  ที่คิดค้นสูตรหมูยอในแบบฉบับตัวเอง และใช้เวลาร่วม 5 ปี ในการพัฒนาสูตร จนได้หมูยอเนื้อแน่น กรอบ หอมพริกไทยดำ กลายเป็นของขึ้นชื่อประจำจังหวัด ที่แขกผู้มาเยือนต่างก็นึกถึงเป็นชื่อแรก และซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากที่ถูกใจผู้รับอยู่เสมอ คุณสุนิสา มวลชนชนะ เจ้าของร้านหมูยอตองหนึ่ง ยังใจดี แบ่งปันสูตรการทำ หมูยอ มาให้เราแบบไม่เต็มๆ และยังพาชมกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนอีกด้วย สูตรหมูยออุบล ร้านตองหนึ่ง ส่วนผสม (สำหรับ 60 แท่งกลาง) เตรียม 20 นาที ปรุง 40 นาที (ไม่รวมเวลาเตรียมมันแข็ง) สะโพกหมูหั่นชิ้นเล็ก 6 กิโลกรัม สันนอกหมูหั่นชิ้นเล็ก 2 กิโลกรัม มันแข็งหั่นชิ้นเล็ก 4 กิโลกรัม เกลือ 5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ พริกไทยดำบด 5 ช้อนโต๊ะ ผงปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ หอมเล็ก 6 หัว น้ำปลา […]

รีวิวโซนแดกดิ้น กินไม่ชุ่ย ที่ ช่างชุ่ย

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้มาดามจะพาไปรีวิวตะลุยกินอาหารที่โครงการ ช่างชุ่ย กันค่ะ เพราะทนกระแสเรียกร้องไม่ไหว ทั้งที่อยู่ใกล้ออฟฟิศเช่นนี้ (ออฟฟิศมาดามอยู่ตรงตลิ่งชันนี่เอง) แถมเห็นใครๆ ก็ไปช่างชุ่ย พูดถึงแต่ช่างชุ่ยทั้งในแง่ดีและแง่ลบ มีดราม่าเรื่องที่จอดรถในพันทิปเสียหลายกระทู้ เอาเป็นว่าใครจะมายังไงก็ศึกษาเส้นทางกันดีๆ นะคะ เพราะวันธรรมดาก็แทบจะไม่มีที่จอดกันแล้ว มาดามไม่อยากจะคิดถึงวันเสาร์-อาทิตย์ คิดแล้วขนลุกขึ้นมาทีเดียวเชียว โซนที่มาดามจะพาไปรีวิวตะลุยกิน คือ Green Zone ค่ะ ที่เปิดทุกวันเวลา 11.00 น. – 21.00 น. ต่างจากโซนอื่นๆ ใน ช่างชุ่ย จะเริ่มเปิดตั้งแต่ 16.00 น. เป็นต้นไป แต่มาดามขอเจาะจงไปที่ แดกดิ้น ที่เดียวก่อนนะคะ เพราะขืนกินหมดทุกร้าน คงต้องหามเข้ารพ.ด่วนเพราะไส้แตกกันแน่ค่ะ แดกดิ้น จะเป็นอารมณ์ประมาณฟู้ดคอร์ท มีหลายๆ ร้านรวมอยู่ในที่เดียว ให้แลกคูปองเติมเงินในบัตรซะก่อน แล้วค่อยไปสั่งอาหารตามร้าน ซึ่งที่นี่เขาก็คัดแต่ร้านเด็ดๆ มาทั้งนั้น แต่ละร้านมีอะไรน่ากินและรสชาติเป็นยังไง มาดามขออาสาพิสูจน์ให้รู้กันไปเลยค่ะ (ทุ่มเทสุดๆ)   ร้านข้าวมันไก่กวนอา ร้านข้าวมันไก่เจ้านี้มีเมนูแปลกที่ไม่เคยเห็นที่ไหนคือ ข้าวอบไข่เค็ม กินกับไก่ตอนทอดฝอย […]

ลองทำดู 3 เมนูสุขภาพ แมคโครไบโอติก

อาหารแบบ แมคโครไบโอติก คืออะไร ความหมายง่ายๆ นั่นคือ อาหารที่สร้างความสมดุลให้ร่างกาย ใช้วัตถุดิบตามธรรมชาติ และผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุด อเมริกันด็อกข้าวฟ่าง ส่วนผสม ข้าวฟ่าง 1/2 ถ้วย น้ำเปล่า 250 มล. เบบี้แครอท 200 กรัม แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วย พริกไทยป่น 1 ช้อนชา ออริกาโนผง 1 ช้อนชา ยี่หร่าผง 1 ช้อนชา ซอสมะเขือเทศ (เค็ทชัป) และมัสตาร์ด เกลือเล็กน้อย วิธีทำ 1.ล้างข้าวฟ่างแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ ใส่น้ำลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟ พอเดือดใส่ข้าวฟ่างลงไป ใส่เกลือ คนไปเรื่อยๆจนมองเห็นก้นหม้อ ปิดฝาหม้อ หรี่ไฟอ่อนไวนานประมาณ15นาที ยกลงจากเตา ปิดฝาไว้อีก 10 นาที 2.ต้มแครอทในน้ำน้อยที่ใส่เกลือจนสุกนิ่มเสียบไม้ไว้ 3.ผสมข้าวฟ่างที่หุงสุกกับแป้งสาลี พริกไทยป่น ออริกาโน ผงยี่หร่า ปั้นเป็นก้อนกลม ก้อนละ […]

เคล็ด (ไม่) ลับ ทำ ก๋วยเตี๋ยวเรือ รสเด็ด

ก๋วยเตี๋ยวเรือ รสเด็ด มันจะแซ่บก็ตรงน้ำซุปดำข้นขลุกขลิกนี่ล่ะ แถมยังเสิร์ฟชามเล็กๆ กินชามเดียวไม่เคยพอ ต้องขอเบิ้ลสองเสียทุกที สำหรับคนที่เป็นแฟนพันธุ์ก๋วยเตี๋ยวเรือ กินได้ไม่เคยเบื่อ เรามีสูตรทำก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำข้น รสจัดถึงใจมาให้กันแบบละเอียดยิบ ชนิดไปเปิดร้านขายกันได้เลยทีเดียว ก๋วยเตี๋ยวเรือ น้ำข้น รสจัดสูตรนี้ มาจาก “ร้านก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาหมูน้ำตกป้าเล็กวัดดีดวด” ให้สูตรโดย ป้าเล็ก - สุมิตรา สุวรรณจิตร เจ้าของร้านที่การันตีความอร่อยมายาวนานกว่า 40 ปี ก๋วยเตี๋ยวเรือของป้าเล็กเป็นสูตรอยุธยา ใส่กะทิในน้ำซุปเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม น้ำซุปจึงขุ่นข้นที่สำคัญคือ ผงพะโล้ของอยุธยาหอมมาก ใส่เพียงเล็กน้อยก็ได้กลิ่นหอม แต่ถ้าไม่มีก็ให้ใช้ผงพะโล้ทั่วไปแทนได้ แต่ต้องใส่ปริมาณมากขึ้น ส่วนก๋วยเตี๋ยวเรือกับก๋วยเตี๋ยวน้ำตกนั้นต่างกันหรือไม่ ป้าเล็กตอบว่า “ร้านไหนขายก๋วยเตี๋ยวเรือก็ต้องมีก๋วยเตี๋ยวน้ำตกด้วย สมัยก่อนเวลาเตรียมเนื้อหมูต้องหั่นใส่ตะกร้าแล้วโรยน้ำแข็งทับ ใช้ชามใบใหญ่รองเลือดที่ละลายมากับน้ำแข็ง นำน้ำนั้นมาใส่ก๋วยเตี๋ยว ซึ่งเดี๋ยวนี้นิยมใช้เลือดสดแทน เพราะสะดวกและเข้มข้นมากกว่า” สรุปคือ ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำข้นไม่ใส่เลือด ส่วนก๋วยเตี๋ยวน้ำตกใส่เลือดนั่นเอง ป้าเล็กบอกอีกว่า “สูตรที่ให้ไว้นี้เป็นสูตรที่ทำขายอยู่ทุกวัน แต่ลดสัดส่วนลงเพื่อทำกินที่บ้านได้ ถ้าทำขายต้องใส่พริกป่น น้ำส้มพริกดอง น้ำปลา น้ำตาลลงในชาม ปรุงรสให้เสร็จสรรพ ก่อนตักน้ำซุปร้อน ๆ ราด เพื่อให้ลูกค้ากินเลยไม่ต้องปรุงซ้ำ เคล็ดลับความอร่อยอีกอย่างคือ น้ำซุปเหลือห้ามทิ้ง เพราะรสจะเข้มข้นเก็บไว้เป็นหัวเชื้อปรุงน้ำซุปหม้อใหม่ได้อีก เรื่องเล่าของก๋วยเตี๋ยวเรือ แหล่ง “ก๋วยเตี๋ยวเรือ” ขึ้นชื่อคือ รังสิต ปทุมธานี และอยุธยา ถึงแม้แต่ละร้านจะมีรสชาติแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันจนเป็นเอกลักษณ์ของก๋วยเตี๋ยวชนิดนี้คือ ใส่ถ้วยเล็ก น้ำซุปน้อยแต่รสจัด ที่เป็นเช่นนี้เพราะสมัยก่อนคนขายก๋วยเตี๋ยวเรือต้องอยู่ในเรือที่โคลงไปเคลงมาทำให้น้ำซุปหกรดตัวเองได้ จึงต้องปรุงน้ำซุปให้เข้มข้น ตักแต่น้อยใส่ชามเล็กๆ เพื่อให้คนกินอร่อยและคนขายไม่เป็นอันตราย สูตรก๋วยเตี๋ยวเรือ ส่วนผสม (สำหรับ 30 – 40 ที่) เตรียม 30 นาที ปรุง 2 ชั่วโมง เส้นก๋วยเตี๋ยวตามชอบ 1 กิโลกรัม ตับแป้งหมูหั่นชิ้นบาง ½ กิโลกรัม ลูกชิ้นหมู ½ กิโลกรัม ผักต่าง ๆ เช่น ผักบุ้งไทย ถั่วงอก และโหระพา ผักชีฝรั่งซอย เลือดหมูสดสำหรับทำน้ำตก เครื่องปรุงรส เช่น พริกป่น พริกน้ำส้ม น้ำปลา น้ำตาลทราย ส่วนผสมน้ำซุป กระดูกสันหลังหมู 1 กิโลกรัม เลือดหมูสด 2 ถ้วย โป๊ยกั้ก 20 กรัม อบเชย […]

TCDC โฉมใหม่ ณ บ้านใหม่ที่ไปรษณีย์กลาง

อัพเดตไลฟ์สไตล์ หาความรู้ใส่ตัวที่ TCDC โฉมใหม่ ณ ไปรษณีย์กลาง รู้กันรึยังว่า ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือ TCDC เขาย้ายมาอยู่ที่อาคารไปรณีย์กลางแล้วนะ สถานที่ใหม่ใหญ่โตโอ่อ่า กว้างขวาง โต๊ะเก้าอี้มีให้นั่งเพียบ ใครอยากอัพเดตอะไรใหม่ๆ หรือค้นคว้างานออกแบบและดีไซน์มาที่นี่คงอยู่ยาวได้ทั้งวัน ก่อนเข้าไปก็มาลงทะเบียนกันก่อนนิดนึง สำหรับอัตราค่าสมาชิกการเข้าใช้บริการมีหลากหลายราคา ใครไม่อยากผูกพัน เลือกแบบรายวัน ราคา 100 บาท แต่ถ้าคิดจะมาบ่อยๆ เป็นแบบรายปีจะดีกว่า ราคา 1,200 บาท สำหรับนักเรียนและผู้สูงอายุจ่ายแค่ 600 บาท/ปี เท่านั้น (มาดามอยากจะย้อนวัยใส่คอซองเหลือเกิน แต่สงสัยจะได้เรท สว. สูงวัยแทน) หลังจากจ่ายค่าบริการเรียบร้อย เราก็เดินเข้าไปใช้ได้อย่างสง่าผ่าเผย อ้อ! ลืมบอกว่าที่นี่แบ่งโซนเป็น Front Building และ Back Building อาคารด้านหน้ากับด้านหลัง ซึ่งจะเดินขึ้นและลงแบบไม่ชนกันแน่นอน ว่าแล้วมาดามก็ขอเดินขึ้นไปชั้น 5 ชั้นบนสุดก่อนเพื่อน เพราะข้างบนมีร้านกาแฟชื่อ The Box มีเมนูเครื่องดื่มให้จิบและของว่างกินรองท้องกันเล็กน้อย ทุกวันอังคารเมนูเครื่องดื่มยังลด […]

สถานทูตเกาหลีจัดกิจกรรมแข่งขันทำ อาหารเกาหลี

สถานทูตเกาหลีจัดกิจกรรมการแข่งขันทำ อาหารเกาหลี คัดเลือก 2 ผู้ชนะบินลัดฟ้ากับกิจกรรม Global Taste of Korea Cooking Contest ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับการแข่งขันการทำ อาหารเกาหลี กับกิจกรรม Global Taste of Korea Contest กิจกรรมการแข่งขัน การทำอาหารเกาหลี ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดย สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยร่วมกับกระทรวงเกษตร อาหารและกิจการชนบทแห่งประเทศเกาหลี (Ministry of Agriculture, Food and Rural Affairs) และองค์การโคเรีย อะโกร-เทรด เซ็นเตอร์ (aT center) เพื่อค้นหาสุดยอดแฟนอาหารเกาหลี 2 ท่าน ซึ่งได้ทำการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันรอบแรกผ่านการสมัครทางออนไลน์ ด้วยคลิปวิดีโอแนะนำตัว จนได้ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 10 ท่าน ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนเมนูในการแข่งขันการทำอาหารเกาหลีในครั้งนี้ ได้เลือกเมนู ไก่ตุ๋นรสเผ็ด (Dakbokeumtang) เป็นเมนูหลักสำหรับการแข่งขันและเมนูของหวานที่ใช้สตรอว์เบอร์รี่เกาหลีเป็นส่วนประกอบ   ผู้เข้าแข่งขันได้เข้าแข่งขันการทำอาหาร 2 ชนิดภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง โดยจะต้องสร้างสรรค์เมนูพร้อมรสชาติที่ถูกปากคณะกรรมการ รวมถึงขั้นตอนการทำและการนำเสนอ […]

2 สูตรอินเตอร์จาก มะเขือ

ใครที่เบื่อกับเมนูจาก มะเขือ เดิมๆ ลองมาดูสูตรอาหารอินเตอร์ที่ทำจากมะเขือเทศ และมะเขือม่วงทั้ง 2 สูตรนี้ที่แสนจะทำง่าย แถมอร่อยแบบไม่หนักท้องด้วย โดย มะเขือ ที่ใช้ใน 2 สูตรนี้ มีมะเขือเทศ หาซื้อง่าย ราคาถูก และมะเขือม่วง หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ต รสชาติอร่อย ซุปทะเลแบบอิตาเลียน ไม่ต้องไปถึงร้านอาหารอิตาเลียนก็ทำซุปนี้กินได้อย่างง่าย แถมอร่อยด้วย เพราะใช้ มะเขือเทศบดเข้มข้น(Tomatoes Paste) เป็นตัวช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวหวานสุดสดชื่น ผสานกลิ่นหอมจากไวน์ขาวเข้ากันดีกับเครื่องเคราทะเลทั้งกุ้ง หอย แมลงภู่ และเนื้อปลา ซดร้อนๆ คล่องคอดีนัก ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เตรียม 10 นาที ปรุง 15 นาที กุ้งทะเลแกะเปลือกไว้หาง 6 ตัว ปลากะพงหั่นชิ้นหนา 4 ชิ้น หอยแมลงภู่ 6 ตัว เนื้อมะเขือเทศหั่นเต๋า 3/4 ถ้วย หอมหัวใหญ่หั่นเต๋าเล็ก […]

หอสมุดเมืองกรุงเทพฯ เปิดอย่างเป็นทางการ อลังการไม่แพ้ใคร

  ในที่สุด หอสมุดเมืองกรุงเทพฯ หรือ Bangkok City Library ที่มาดามรอคอยก็เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว จากตึกเก่าแก่ นำมาปรับปรุงใหม่ ทาสีเหลืองให้สวยไฉไล เลยกลายเป็นหอสมุดที่สวยทันสมัยในสไตล์คลาสสิก เรียกว่าเป็นหน้าเป็นตาให้กับย่านราชดำเนินได้ไม่น้อย หอสมุดเมืองกรุงเทพฯ แห่งนี้มีอะไรดี ตอบเลยว่าเข้าฟรี เน็ตฟรี แอร์เย็น หนังสือน่าอ่าน ค่าสมาชิกแสนถูก เพียงปีละ 50 บาท แบ่งเป็นค่าสมาชิก 10 บาท และค่าประกันหนังสือ 40 บาท สามารถยืมหนังสือบริเวณชั้น 1 และชั้น 2 กลับบ้านได้ครั้งละ 2 เล่ม นาน 7 วัน ส่วนเรื่องทันสมัยก็ต้องเป็นระบบผ่านประตู เพียงใช้บัตรประชาชนของเราเสียบเข้าไปให้ระบบอ่านข้อมูล ไม้กั้นก็จะเปิดให้เราเข้าไปได้ แต่ก่อนอื่นต้องฝากกระเป๋าและสัมภาระด้านนอกเสียก่อน เข้าไปแต่ตัวกับของมีค่าเท่านั้นนะจ๊ะ ภายในแบ่งเป็น 4 ชั้น โดยชั้น 1 จะเป็นพื้นที่อ่านหนังสือ นิตยสาร มีที่นั่งอ่านหนังสือสำหรับผู้พิการทางสายตาด้วยนะ ดีจริงๆ ชั้น M เหมาะสำหรับเด็กๆ […]

keyboard_arrow_up